เปิดคำอ้างสุดคลาสสิก 2 หนุ่มบุรีรัมย์ หลังซิ่ง จยย.ขนยาเสพติด 6,000 เม็ดแล้วถูกจับ
13 สิงหาคม 2569 เวลา 17:24 น.

เป็นอีกหนึ่งคำสารภาพที่สะท้อนสัจธรรมโลกมืดได้อย่างชัดเจน เมื่อตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.บุรีรัมย์ สนธิกำลังหลายฝ่ายรวบสองหนุ่มเครือข่ายยานรกซิ่งรถจักรยานยนต์รับยาบ้า 6,000 เม็ด ซุกซ่อนใต้เสื้อบริเวณหน้าท้อง พร้อมอาวุธปืนพกและกระสุน คาแยกไฟแดงอำเภอบ้านด่าน แต่สิ่งที่พีคและกลายเป็นประเด็นน่าสนใจคือ คำอ้างเรื่องอาวุธปืน ที่ระบุว่ามีไว้ป้องกันตัวจากแก๊งค้ายาด้วยกันเอง ไม่กล้าสู้ตำรวจเพราะ "ยอมติดคุกดีกว่าตาย"
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 11 ส.ค.69 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.วิชาญ กระจ่างโพธิ์ ผกก.สภ.บ้านด่าน พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุวัฒน์ นามมงคล หน.ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ นำกำลังบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านด่าน, ตชด.21, ฝ่ายปกครอง, ทหารหน่วยปราบปรามยาเสพติด และ กอ.รมน. เข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายพรเทพ หรือช้าง อายุ 26 ปี คนขับรถจักรยานยนต์ ชาวตำบลสะแกซำ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ และนายชัยรัตน์ หรือน็อต อายุ 21 ปี คนซ้อนท้าย ชาวตำบลสะแกซำ อำเภอเมืองบุรีรัมย์
พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 3 มัด ประมาณ 6,000 เม็ด ซุกซ่อนในเสื้อบริเวณหน้าท้องของนายชัยรัตน์ อาวุธปืน ไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 10 นัด รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดง-ขาว ยานพาหนะใช้ก่อเหตุ

โดยจับกุมตัวได้บริเวณแยกไฟแดงบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ หลังเจ้าหน้าที่สะกดรอยตามสกัดจับกุมขณะพยายามเร่งเครื่องหลบหนี
จากการสอบสวนนายพรเทพ รับสารภาพว่า ยาเสพติดทั้งหมดเพิ่งเดินทางไปเก็บมาจากบริเวณทางเข้าหมู่บ้านโนนพะไลย์ อำเภอสตึก โดยติดต่อสั่งซื้อจากเครือข่ายต่างประเทศผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ผ่านคำแนะนำของรุ่นพี่ในคุก นำมาปล่อยให้คนในหมู่บ้านเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายและเสพเอง
แต่จุดที่น่าสนใจและสะท้อนความจริงของวงการสีเทาอย่างยิ่ง คือประเด็นเรื่องอาวุธปืน โดยนายพรเทพยอมรับหน้าตาเฉยว่า “อาวุธปืนที่พกมานั้นไม่ได้มีไว้เพื่อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด เพราะรู้อยู่แล้วว่าขัดขืนไปก็ไม่รอด และ ยอมให้จับดีกว่า เพราะติดคุกยังมีวันออกมา"
แต่สาเหตุที่ต้องพกปืนติดตัวตลอดเวลากลับเป็นเพราะ "ความหวาดระแวงกลุ่มพ่อค้ายาบ้าด้วยกันเอง" กลัวว่าจะถูกแก๊งค้ายาอื่นมาดักปล้นชิงยาเสพติดระหว่างทาง สะท้อนให้เห็นว่าในโลกของขบวนการค้ายานรกนั้นไม่มีคำว่ามิตรแท้ ทุกคนต่างระแวงกันเองยิ่งกว่ากลัวตำรวจเสียอีก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านด่าน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมขยายผลกวาดล้างเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

