อิหม่ามแห่งมัสยิดอัลฮูดา นราธิวาส ยันศาสนาไม่สอนทำลายชีวิต-ทรัพย์สิน บอกการศึกษา-หลักศาสนาที่ถูกต้อง เป็นทางออกชายแดนใต้

“อิหม่ามแห่งมัสยิดอัลฮูดา”นราธิวาส ยันศาสนาไม่สอนทำลายชีวิต-ทรัพย์สิน บอกการศึกษา-หลักศาสนาที่ถูกต้อง เป็นทางออกชายแดนใต้ ด้านเยาวชน วอนหยุดปั่นข่าวความรุนแรง
27 สิงหาคม 2569 พลโท ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.ศปป.5 กอ.รมน.) นำคณะบรรณาธิการสื่อมวลชน และสื่อมวลชนส่วนกลาง ลงพื้นที่ หน่วยทหารพราน นาวิกโยธิน กองทัพเรือ จังหวัดนราธิวาส
โดยภายหลังการรับฟังสรุปสถานการณ์ และการดำเนินการในพื้นที่ของหน่วยทหารพราน นาวิกโยธิน ได้จัดช่วงเสวนา เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น ประกอบด้วย นายมูฮำหมัด สันหมาน คือ อิหม่ามประจำมัสยิดอัลฮูดา นางสาวปวีกรณ์ หนูอักษร และ นางสาวเมษ์ลลิณ ทรัพย์วัชรโภคิน 2 เยาวชนรวมใจไทยเป็นหนึ่ง กองทัพเรือ
ช่วงหนึ่ง อิหม่ามประจำมัสยิดอัลฮูดา ได้กล่าวถึงเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ว่า ไม่มีใครต้องการ ทั้งในพื้นที่และในภาพรวม ในนามอิหม่าม เป็นอาจารย์สอนหนังสือ ในทางหลักการผู้นำในด้านศาสนา มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแนวความคิดของผู้คนโดยใช้หลักการศาสนา แต่ต้องเข้าใจว่าแต่ละคนมีความหลากหลายทางความคิด ซึ่งศาสนาอิสลาม ไม่มีการทำลายข้าวของ ทำลายชีวิต และมีบทลงโทษที่หนักในศาสนาอิสลาม ดังนั้นสิ่งที่จะเข้ามาเปลี่ยนคือเรื่องการศึกษา ซึ่งหากมองเจาะลึกคนที่เป็นผู้กระทำ คือ เป็นคนไม่มีการศึกษา หรือการเข้าใจการศึกษาที่ไม่ถูกต้องตามหลักการ ซึ่งต้องทำงานต่อเพื่อให้พื้นที่ปลอดภัย พร้อมย้ำว่าต้องทำให้เด็กมีการศึกษา โดยเนื้อแท้การแก้ปัญหาทุกอย่างได้คือเรื่องการศึกษา และนำหลักศาสนาที่ถูกต้องสอนให้ได้เข้าใจ เพื่อที่จะทำให้อยู่ในกรอบของหลักธรรมที่แท้จริง
ส่วนที่จะมีการนำหลัก ฮูกุมปากัต หรือ ธรรมนูญหมู่บ้าน 9 ดี มาใช้ในพื้นที่นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และเรื่อง ฮูกุมปากัต เคยมีการ พูดคุยกันแนวเรื่องนี้แล้ว ทั้งนี้หากทุกพื้นที่สามารถปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่เขียนแปะไว้ที่มัสยิดแล้วต่างคนต่างไป ซึ่งตนมั่นใจว่าเรามาถูกทาง แม้จะไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่ถือเป็นอีกหนึ่งทางที่มีความสำคัญในการช่วยให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้เราทุกคนต่างต้องการความสุขในการใช้ชีวิต การที่เบียดเบียนผู้อื่นก็เป็นการเบียดเบียนตัวเองด้วยเช่นกัน ซึ่งไม่มีความสุขใดที่จะดีเท่าเทียบเท่ากับพื้นที่และทุกคนมีรอยยิ้มกัน ซึ่งเป็นที่มาของประเทศไทยคือ เมืองแห่งรอยยิ้ม แม้จะเป็นศาสนาใดก็ตามที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 “ที่ที่ท่านมีความสุขมาก คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของพระองค์ ซึ่งพระองค์ไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นเชื้อชาติ ศาสนา สีผิว หรือภาษาใด แต่มองว่าคนไทยทุกคน คือ ประชาชนของพระองค์ และเมืองไทยคือพื้นที่ที่ท่านมีความสุขที่สุด
ด้าน นางสาวปวีกรณ์ หนูอักษร เยาวชนรวมใจไทยเป็นหนึ่ง กองทัพเรือ เผยความรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับทางเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะทหาร เราล้วนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ในฐานะ "เยาวชนรวมใจไทยเป็นหนึ่ง กองทัพเรือ" ซึ่งเห็นได้จากเหตุการณ์วางเพลิงและเผาทำลายร้านสะดวกซื้อเมื่อไม่กี่วันก่อน ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้โทรศัพท์มาถามไถ่ว่าอยู่ที่ไหน และขอให้ระวังความปลอดภัยจนกว่าเหตุการณ์จะสงบและเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ล้วนเป็นคนนอกพื้นที่ แต่ก็มาช่วยดูแลพวกเราเพื่อความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
นางสาวปวีกรณ์ เผยอีกว่า บุคคลที่มีความคิดและผ่านการเข้าร่วมโครงการ "เยาวชนรวมใจไทยเป็นหนึ่ง กองทัพเรือ" เสมือนเป็น "กาว" ที่เชื่อมให้เจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น ทั้งนี้ส่วนตัวเข้าใจเรื่องการนำเสนอข่าวสาร โดยเฉพาะข่าวที่บิดเบือนซึ่งจะเป็นกระแสจากการนำเสนอข่าวของทางเพจสายครีเอเตอร์ ที่ปัจจุบันได้รับเงินจากยอดผู้เข้าชม ซึ่งบางเหตุการณ์ส่วนใหญ่จะเป็นการนำเสนอเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ทางเจ้าหน้าที่ทหารยังไม่รับรู้ พวกเราจึงเป็นบุคคลหรือสื่อกลางที่ต้องช่วยกันแชร์ข่าวจากเพจที่น่าเชื่อถือ เช่น เพจข่าว กอ.รมน. เพจข่าวกองทัพ รวมถึงเพจของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีความเกี่ยวข้องและน่าเชื่อถือเข้าสู่ชุมชน แม้จะไม่สามารถสู้กับทางเพจครีเอเตอร์ได้ แต่อย่างน้อยการส่งสารต่อๆ กัน ก็จะเป็นการส่งสัญญาณให้ทุกคนรับรู้ข้อมูลที่แท้จริงได้ แม้จะไม่มากเท่าเพจเหล่านั้นก็ตาม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง






