เปิดใจนายเปี๊ยก! ยิ้มรับทุ่มกล้วย-หน่อไม้ทิ้งกลางถนน อ้างโมโหชาวบ้านไม่ยอมซื้อ

เปิดใจนายเปี๊ยก! ยิ้มรับทุ่มกล้วย-หน่อไม้ทิ้งกลางถนน อ้างโมโหชาวบ้านไม่ยอมซื้อ ด้านญาติวอนรัฐส่งบำบัดยาเสพติด-หวั่นคลั่งหนัก
วันที่ 8 กันยายน 2569 ความคืบหน้ากรณีชายเร่ขายของเกิดอาการคลั่ง ทุ่มกล้วยและหน่อไม้ลงพื้นประชดชาวบ้านบ้านเชียง ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี หลังพยายามหิ้วมาเสนอขายถึงหน้าบ้านแต่ไม่มีใครซื้อ จนกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้อย่างชัดเจน สร้างความผวาให้กับชาวบ้านในพื้นที่เนื่องจากเกรงว่ากล้วยและหน่อไม้ดังกล่าวจะถูกขโมยมา อีกทั้งผู้ก่อเหตุยังมีประวัติพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุและพูดคุยกับ ลุงต๋อง อายุ 66 ปี น้าชายของนายเปี๊ยก (ผู้ก่อเหตุ อายุ 47 ปี) โดยลุงต๋องเปิดเผยว่า ในอดีตนายเปี๊ยกเป็นคนนิสัยดี อารมณ์ดี และมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ชีวิตต้องพลิกผันหลังหลงผิดติดยาเสพติดมานานกว่า 7–8 ปี จนภรรยาต้องหอบลูกหนีไป ปัจจุบันพ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว อาศัยอยู่ตัวคนเดียวข้างบ้านพี่สาวซึ่งต้องคอยให้เงินใช้วันละ 50–100 บาท
นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อยจนเคยถูกจับติดคุกคดีลักทรัพย์ พ้นโทษออกมาได้ราว 2 ปี แม้เคยพาไปบำบัดรักษาแต่เจ้าตัวไม่ยอมกินยาและอ้างว่า ‘อยู่ที่ใจ’ ทำให้ญาติๆ และชาวบ้านต่างอยู่อย่างผวา จึงอยากวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำตัวไปบำบัดรักษาอย่างจริงจัง
ขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังสอบถามข้อมูลจากญาติ นายเปี๊ยก ได้เดินเท้าเปล่ากลับเข้ามาในหมู่บ้านด้วยท่าทีสุภาพและมีสีหน้ายิ้มแย้ม โดยระบุว่า เพิ่งไปซื้อเมล็ดทานตะวันมากิน เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุการณ์ที่ทุ่มกล้วยและหน่อไม้ทิ้ง นายเปี๊ยกได้ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘เขาไม่ซื้อ ผมเลยโมโห เลยทุบทิ้งเฉยๆครับ’ ซึ่งผู้สื่อข่าวได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 20 บาทไว้ให้ซื้ออาหารรับประทาน
แม้เหตุการณ์ดังกล่าวผู้ก่อเหตุจะไม่ได้ทำร้ายร่างกายใคร แต่พฤติกรรมอารมณ์ฉุนเฉียวและประวัติเสพติดยาเสพติดมายาวนาน ทำให้ชาวบ้านและญาติพี่น้องในพื้นที่บ้านเชียง ยังคงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เร่งนำตัวนายเปี๊ยกเข้าสู่กระบวนการรักษาและบำบัดยาเสพติดโดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยของคนในชุมชนและตัวนายเปี๊ยกเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง







