สุชาติ เปิดปฏิบัติการเชิงรุก! ทส.ผนึก ป.ป.ช.-กระบี่ ลุยสอบโฉนดอ่าวนาง 13 แปลง กว่า 70 ไร่ มูลค่าทะลุ 1,000 ล้าน ส่อทับป่า-อุทยานฯ

8 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้ความสำคัญกับการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ รักษาผืนป่า และป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยเฉพาะกรณีการออกเอกสารสิทธิ์ที่อาจมีพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ป่าและพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน
นายสุชาติ กล่าวว่า ได้รับรายงานกรณีมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ซึ่งอาจมีพื้นที่ทับซ้อนกับเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เขตป่าไม้ถาวร และพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ จึงได้สั่งการให้กรมป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จังหวัดกระบี่ กรมที่ดิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเป้าหมายจำนวน 13 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 70 ไร่ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยผลการตรวจสอบแนวเขตในเบื้องต้นพบว่า โฉนดที่ดินทั้ง 13 แปลงอาจมีพื้นที่ทับซ้อนกับเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เขตป่าไม้ถาวร และพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ขณะเดียวกันพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่าและเป็นพื้นที่ภูเขาที่มีความลาดชันมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์
“รัฐบาลและ ทส. จะไม่ปล่อยให้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศถูกบุกรุกหรือได้รับความเสียหาย หากพื้นที่ใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิ์ ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนทุกขั้นตอน โดยยึดหลักกฎหมาย ความโปร่งใส และความเป็นธรรม หากพบว่ามีการดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมาย จะต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการละเว้น” นายสุชาติ กล่าว
ด้าน นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้ นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประสานการปฏิบัติร่วมกับ นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายพัฒน์พงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. นายมงคล ศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนฯ ป.ป.ช. นายไพรัช ลิ้มประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ นายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) พร้อมผู้แทนสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ สำนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมตรวจสอบพื้นที่และรวบรวมข้อเท็จจริง
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่า การออกโฉนดดังกล่าวเป็นการรังวัดและออกโฉนดเป็นการเฉพาะราย โดยมีการกล่าวอ้างหลักฐาน ส.ค.1 ขณะที่การลงพื้นที่ยังพบร่องรอยการขุดตักหน้าดิน การทำไม้ การแผ้วถางป่า รวมถึงการเปิดเส้นทางเข้าสู่พื้นที่ที่มีการออกโฉนด ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการครอบครองและการใช้ประโยชน์ในพื้นที่
ขณะเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบพบว่า บริเวณดังกล่าวมีการกันพื้นที่บางส่วนไว้เป็นพื้นที่ทางสาธารณะตามผังแปลงที่ดิน และอยู่นอกเขตพื้นที่โฉนดที่ดิน ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย พื้นที่ดังกล่าวอาจยังคงมีสถานะเป็น “ป่า” ตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 โดยการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารสิทธิ์และสถานะของที่ดินจะดำเนินการโดยหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ภายหลังการลงพื้นที่ คณะทำงานได้ประชุมหารือแนวทางดำเนินการร่วมกัน และมีมติให้เร่งวางมาตรการป้องกันและรักษาพื้นที่ในทันที โดยกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประสานสำนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ และองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง นำแผงเหล็กมาปิดกั้นเส้นทางที่อาจนำไปสู่การบุกรุกพื้นที่ พร้อมติดประกาศตรวจยึดพื้นที่ตามขั้นตอน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมระหว่างที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย
สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์ สำนักงาน ป.ป.ช.ได้เสนอแนวทางให้สำนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับที่ดินจังหวัดกระบี่ เพื่อพิจารณาและเสนอเรื่องต่ออธิบดีกรมที่ดิน หากผลการตรวจสอบพบว่าเข้าหลักเกณฑ์ สามารถดำเนินการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อพิจารณาเพิกถอนหรือแก้ไขเอกสารสิทธิ์ตามขั้นตอนของกฎหมาย ควบคู่กับการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องของสำนักงาน ป.ป.ช.
นอกจากนี้ จังหวัดกระบี่ได้กำชับให้ปรับปรุงคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 ให้มีความเป็นปัจจุบันและครอบคลุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น พร้อมมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่กำกับดูแลงานด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด รวมถึงประสานหน่วยงานด้านสาธารณูปโภค อาทิ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค และองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง เพื่อร่วมป้องกันการดำเนินการใดๆ ที่อาจส่งเสริมหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่
นายสุชาติ ย้ำว่า ทส.จะเดินหน้าบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบด้านและเป็นธรรม พร้อมดำเนินการตามกฎหมายหากพบการกระทำที่ไม่ถูกต้อง โดยมุ่งรักษาทรัพยากรป่าไม้และที่ดินของรัฐ ป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติม และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง









