อธ.อัยการสอบสวนติวเข้ม เสริมหลักสูตร ทักษะการสอบสวนดึง รองจ๋อ- สว.แจ๊ะ ถ่ายทอดเทคนิคยกระดับการสอบสวน

อธ.อัยการสอบสวนติวเข้ม เสริมหลักสูตร ทักษะการสอบสวนดึง รองจ๋อ- สว.แจ๊ะ ถ่ายทอดเทคนิคยกระดับการสอบสวน สืบสวนให้อัยการ -พนง.สอบสวน โชว์เทคนิคทำคดีอุ้มหายฯสาธิตการจับกุมภาคสนาม แกะรอยเส้นทางเงินคดีฟอกเงิน
วันที่ 14 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงระหว่างวันที่ 7 - 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์
จ.นนทบุรี สถาบันฝึกอบรมการดำเนินคดีชั้นสูง สถาบันพัฒนาข้าราชการ ฝ่ายอัยการ จัดโครงการฝึกอบรม "หลักสูตรการเสริมสร้างทักษะของพนักงานอัยการด้านการสืบสวนสอบสวน"ให้แก่พนักงานอัยการ และเจ้าพนักงานคดี สำนักงานการสอบสวน และพนักงานอัยการในต่างจังหวัดที่ต้องปฏิบัติงานด้านการสอบสวน รวมจำนวน 62 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมสร้างองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะคดีนอกราชอาณาจักร คดีพิเศษคดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ คดีตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี สามารถบูรณาการการสอบสวนเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพิ่มทักษะในการสอบสวนการรวบรวมพยานหลักฐาน และวางแผนการสอบสวนอย่างมีระบบ การสืบสวนและการปฏิบัติการภาคสนามให้มีความปลอดภัย อันจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรม
โดยการอบรมครั้งนีมีการถ่ายทอดเทคนิคการสืบสวนสอบสวนยุคใหม่ รวมทั้งเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการสอบสวนสืบสวนมาร่วมเติมเต็มความรู้ นำโดย ดร.วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธี รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) หรือรองจ๋อ ,พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ หรือสารวัตรแจ๊ะ" สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. นายเทพประทานพร ทองคลัง อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี ผู้เชี่ยวชาญคดีฟอกเงิน รวมถึง วิทยากรจาก DSI, ป.ป.ส., ปอท.
ดร.วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ได้บรรยาย เกี่ยวกับระเบียบในการปฏิบัติงานด้านการสอบสวน งานอำนวยความยุติธรรรมชั้นสอบสวน และกรณีศึกษาจากปัญหา อุปสรรคและแนวทางปฏิบัติในกรณีที่ไม่มีระเบียบรองรับ การกำหนดแนวทางการทำงานและการบริหารจัดการคดีร่วมกันอย่างมีเอกภาพการวางแนวทาง การสอบสวนเชิงรุกอย่างเป็นระบบ ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน และเสนอแนะแนวทางแก้ไข
พร้อมย้ำว่า อัยการมีงานเพิ่มเติมอีก ก็คืองานด้านการสอบสวน นอกจากอัยการจะมีสำนักงานการสอบสวนกลางใน กทม. ที่รับผิดชอบคดี เรื่องความผิดนอกราชอาณาจักร ,เรื่องการร่วมสอบสวนกับ DSI หรือสอบสวนตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯ (พ.ร.บ.อุ้มหายฯ) ซึ่งบังคับใช้มากว่า 3 ปี แต่ในต่างจังหวัด อัยการที่อยู่ในภาคต่าง ๆ 9 ภาค ก็จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายพ.ร.บ.อุ้มหายฯด้วย ซึ่งเมื่อใช้มา 3 ปี เริ่มปรากฏชัดว่ามีคดีเกิดขึ้นอยู่มากมาย ไม่ว่าอัยการที่จะต้องทำหน้าที่ในการไปตรวจสอบกำกับการสอบสวนตามกฎหมาย หรืออัยการสอบสวนที่เราใช้คำว่าเป็นพนักงานสอบสวนฝ่ายอัยการ เรามีกฎหมายรองรับ มีระเบียบการดำเนินการด้านนี้โดยตรง จากสำนักงานการสูงสุดออกมา แต่สิ่งที่ขาดก็คือประสิทธิภาพหรือความรู้ความเข้าใจในด้านงานสืบสวนสอบสวน ทางสถาบันพัฒนาข้าราชการ ฝ่ายอัยการ หรือ สพอ. ได้ร่วมมือกับสำนักงานการสอบสวน จัดอบรมขึ้นมา ซึ่งถือได้ว่าเป็นหลักสูตรแรก แนวนโยบายและแนวความคิดซึ่งใครก็ตามที่จะทำหน้าที่ในด้านการสอบสวนคดี ควรจะต้องผ่านหลักสูตรนี้ ดังนั้นเราจึงเชิญวิทยากรที่มีประสิทธิภาพในหลายๆด้าน
รวมทั้งวิทยากรจาก ดีเอสไอ ,ป.ป.ส., ปอท.ซึ่ง เป็นผู้เชี่ยวชาญมีความรู้ด้านต่างๆ ขึ้นมาเราก็มาเติมเต็มให้กับคนที่อบรม ซึ่งมีระดับสูงสุดที่เราเชิญมาก็เป็นระดับรองอธิบดีอัยการภาค มีระดับอัยการพิเศษฝ่ายตามภาคต่างๆโดยเฉพาะ อัยการพิเศษฝ่ายสอบสวนเราเชิญเข้ามาร่วมฟังหมดเลย ยังรวมถึงเจ้าพนักงานคดี ซึ่งถือว่าเป็นผู้ช่วยของอัยการ เราเปิดให้ฟัง โดยใช้การกำหนดกฎเกณฑ์ว่าคนมาฟังก็คือคนที่จะต้องไปทำหน้าที่ในการสอบสวนคดีในอนาคต หลักสูตรนี้ถือเป็นหลักสูตรหลักต่อไป
สำหรับเนื้อหาการบรรยายในฐานะที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบงานสอบสวนโดยตรงมานาน ก็จะบรรยายให้ผู้รับฟังรู้จักหรือรู้เห็น หรือว่าเข้าใจถึงความผิดนอกราชอาณาจักรซึ่งการสอบสวนในความผิดนอกราชอาณาจักร ที่อัยการมีอำนาจสอบสวนเป็นอย่างไร พร้อมนำตัวอย่างคดีที่เคยมีประสบการณ์มานำมาถ่ายทอด แล้วก็รวมไปถึง พ.ร.บ. การสอบสวนคดีพิเศษ 2547 ของ ดีเอสไอ ซึ่งอัยการต้องเข้าไปทำหน้าที่ในการร่วมสอบสวนมาตั้งแต่ปี 2547 และล่าสุดกฎหมายฉบับสำคัญ คือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ว่าอัยการจะมีหน้าที่ในการสอบสวน และมีหน้าที่ในการตรวจสอบกำกับการสอบสวนด้วย โดยยกปัญหาต่างๆ วิธีการในการทำหน้าที่ทำอย่างไร เนื่องจากตนเป็นคนที่ร่วมสอบสวนตั้งแต่คดีเเรกร่วมสอบสวนกับ ดีเอสไอตั้งแต่ตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษใหม่ๆ ตนในฐานะอธิบดีอัยการสำนักงานสอบสวน และเป็น ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯในกรุงเทพฯด้วย ถือว่าทำหน้าที่ทั้งสอบสวนคดี และตรวจสอบกำกับการสอบสวน
ด้านพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธี รองผบช.น. หรือ "รองจ๋อ“ระบุ ได้อธิบายให้เห็นภาพ การทำงานของชุดตำรวจว่าเวลาสืบสวนจับกลุ่มขั้นตอนจริง เราทำอย่างไรบ้างมีความเสี่ยงในด้านต่างๆรวมถึงปัจจัยในข้อกฎหมายโดยมีการสาธิตให้พนักงานอัยการมีส่วนร่วมในกิจกรรม รวมถึงข้อติดขัด ในการจับกุม เช่นการ จับกุมผู้หญิงที่เข้าไปในห้องน้ำหญิง เเต่เราเข้าไปจับกุม ไม่ได้เนื่องจากเราไม่มีชุดสืบสวนผู้หญิง หรือ หากเราได้ยินเสียงผู้เสียหายถูกทำร้าย แต่เราไม่มีหมายค้นหมายจับแต่ต้องทำอย่างไร ซึ่ง บางทีเราก็ต้องยอมเสี่ยงเพื่อคุ้มครองประชาชน โดยมีการแลกเปลี่ยนกับพนักงานอัยการ ที่ได้ ให้ความเห็นถึงการเข้าจับกุมของชุดสืบสวน อาจมีการซุ่มเสี่ยงต่อการผิด พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ก็จะส่งผลทำให้ชุด จับกุมของเราระมัดระวังมากขึ้น นับเป็นการเปิดใจครั้งแรกระหว่างอัยการสอบสวนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ ตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ กับชุดตำรวจที่ลงพื้นที่ทำคดีจริงนับว่ามีประโยชน์มาก
ด้าน นายเทพประทานพร ทองคลัง อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี ได้ขึ้นบรรยายโดยนำประสบการณ์สมัยที่ทำงานที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ซึ่งรับผิดชอบคดีสำคัญจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นลักษณะคดีที่มีมูลค่าหลักทรัพย์สูง ความเสียหายจำนวนมาก และพฤติกรรมการกระทำเป็นเครือข่าย ได้ถ่ายทอดเทคนิคในการรวบรวมพยานหลักฐาน คดีฟอกเงินการดูเส้นทางการเงิน ติดตามเส้นทางการเงิน การวิเคราะห์ธุรกรรมทางการเงิน เพื่อเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ใช้เป็นแนวทาง ในการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนถูกต้อง สามารถดำเนินคดี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

