วิกฤตแม่น้ำสาละวิน! สคพ.1 สุ่มตรวจเจอปนเปื้อน ‘สารหนู’ พุ่งเกินมาตรฐานขั้นรุนแรง

วิกฤตแม่น้ำสาละวิน! สคพ.1 สุ่มตรวจตะกอนดิน-น้ำผิวดิน เจอปนเปื้อน ‘สารหนู’ พุ่งเกินมาตรฐานขั้นรุนแรง เตือนกินปลาประจำเสี่ยงชาปลายมือปลายเท้า
วันที่ 19 กันยายน 2569 เว็บไซต์ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ (สคพ.) ที่ 1 (เชียงใหม่) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานผลการตรวจตะกอนดินและคุณภาพน้ำผิวดินของแม่น้ำสาละวินและลำน้ำสาขา จ.แม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 17-21 สิงหาคม 2569 จากการเก็บตัวอย่าง 6 จุด ได้แก่ บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง , รอยต่อระหว่างพื้นที่ อ.สบเมย - อ.แม่สะเรียง , ท่าเรือบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย , หย่อมบ้านปูทา , หย่อมบ้านพะละอึ และบ้านสบเมย

ผลการตรวจวัดครั้งที่ 7 (เดือนสิงหาคม 2569) พบว่า แม่น้ำสาละวินและลำน้ำสาขายังคงมีสีน้ำตาลแดงและมีความขุ่นสูง โดยผลตรวจตะกอนดินในแม่น้ำสาละวินพบ สารหนู (As) เกินค่ามาตรฐานในระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรงครบทั้ง 6 จุด ตั้งแต่บ้านท่าตาฝั่งถึงบ้านสบเมย มีค่าสูงถึง 54 – 96 มก./กก. (เกณฑ์อันตรายรุนแรงคือเกิน 33 มก./กก.) ซึ่งระดับนี้อาจเกิดการสะสมในเนื้อปลา หากประชาชนจับมาบริโภคเป็นประจำและในปริมาณมาก อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น เกิดอาการชาที่ปลายมือปลายเท้า (โรคไข้ดำ) หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ขณะที่ผลการตรวจคุณภาพน้ำผิวดินในแม่น้ำสาละวิน พบค่าสารหนูเกินมาตรฐานทุกจุดเช่นกัน อยู่ในช่วง 0.032 – 0.034 มก./ล. (จากค่ามาตรฐานที่ไม่เกิน 0.01 มก./ล.)

สำหรับลำน้ำสาขาของแม่น้ำสาละวิน พบโลหะหนักส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เว้นแต่ค่าสารหนูในตะกอนดินที่เกินระดับปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน (เกิน 10 มก./กก.) ได้แก่ แม่น้ำสามแลบ (16 มก./กก.), แม่น้ำยวม (14 มก./กก.), แม่น้ำปาย (13 มก./กก.) และแม่น้ำแม่ปอ (11 มก./กก.) นอกจากนี้ ในส่วนของผลตรวจคุณภาพน้ำผิวดินในลำน้ำสาขา พบเฉพาะ แม่น้ำยวม ที่มีค่าสารหนูเกินมาตรฐานผิวดิน อยู่ที่ 0.013 มก./ล. ทั้งนี้กรมควบคุมมลพิษจะยังคงติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนดินในพื้นที่อย่างต่อเนื่องต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

