ฝนซัดพังงาอ่วม 3อำเภอเจอหนัก สระบุรีสั่งอพยพ น้ำท่วมมวกเหล็ก

กรมอุตุฯ เตือนไทยยังมีฝนหนัก ด้านปภ.ประสาน 10 จังหวัดภาคกลาง-กทม.รับมือน้ำเจ้าพระยา เพิ่มสูง ขณะที่ จ.พังงา ฝนถล่ม น้ำป่าหลากท่วม 3 อำเภอ ด้าน จ.สระบุรี น้ำซัดมวกเหล็กจมสั่งอพยพแล้ว
เมื่อวันที่ 20 กันยายนกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ ว่าประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังระยะสั้นได้
ทั้งนี้ เนื่องจากความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1วัน
ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ประสานงานกับ 10 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกทม.จัดเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำจ.พระนครศรีอยุธยา อีกทั้งแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำ รวมถึงแจ้งประสานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ จัดเตรียมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีปภ.กล่าวว่า ปภ.ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รับแจ้งจากกรมชลประทาน ว่าจากการคาดการณ์ปริมาณน้ำในช่วง 1–9 วันข้างหน้า ในวันที่ 27 กันยายน 2569 ที่สถานี C.2 อ.เมืองจ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,100–1,250 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที และคาดการณ์ปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขามีประมาณ 50–100 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณระหว่าง 1,150–1,350 ลบ.ม.ต่อวินาที และรับน้ำเข้าระบบชลประทาน 2 ฝั่ง ในอัตรา 400–450 ลบ.ม.ต่อวินาที
จากสถานการณ์ดังกล่าว จำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราระหว่าง 700–1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.60–1.50 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน และอ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนในคันกั้นน้ำ
นายธีรพัฒน์ กล่าวอีกว่า กอปภ.ก.ประสานไปยัง 10 จังหวัดภาคกลางดังกล่าว ให้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำที่อาจเพิ่มสูง หากมีแนวโน้มเกิดสถานการณ์รุนแรงขอให้ประสานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ จัดเตรียมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนทุกกลุ่มผ่านช่องทางต่างๆ อย่างทั่วถึง
ที่ จ.พังงา ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก ภายหลังมีฝนตกอย่างหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำจาก อ.กะปง และเทือกเขาสก ไหลสู่แม่น้ำตะกั่วป่า เอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำ ว่าในพื้นที่ ต.โคกเคียน อ.ตะกั่วป่า ระดับน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ประชาชนยังต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้าน แม้ว่าระดับน้ำหลายจุดจะเริ่มลดลง แต่ชาวบ้านยังคงต้องยกของขึ้นที่สูง เฝ้าระวังมวลน้ำรอบใหม่
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ปภ.เขต18 ร่วมกับหน่วยงานฝ่ายปกครองนำเรือท้องแบนลงพื้นที่แจกจ่ายอาหารกล่อง พร้อมประสานสถานีกาชาดที่ 14 พังงา เร่งจัดถุงยังชีพและน้ำดื่มส่งมอบให้ผู้ประสบภัย
ด้านสำนักงาน ปภ.จังหวัดพังงา สรุปพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก รวม 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ตะกั่วป่า ได้รับผลกระทบหนักที่สุดใน 5 ตำบล คือ ต.บางนายสี, ต.บางม่วง, ต.โคกเคียน, ต.บางไทร และ ต.ตำตัว ประชาชนเดือดร้อน 1,019 ครัวเรือน ศาสนสถานเสียหาย 2 แห่ง อ.คุระบุรี ได้รับผลกระทบ 3 ตำบล คือ ต.คุระ, ต.บางวัน, ต.แม่นางขาว และเขตเทศบาล ต.คุระบุรี ประชาชนเดือดร้อน 57 ครัวเรือน 155 คน อพยพประชาชนแล้ว 1 ครัวเรือน และ อ.กะปง ได้รับผลกระทบ 2 ตำบล คือ ต.รมณีย์ และ ต.เหลประชาชนเดือดร้อน 20 ครัวเรือน เส้นทางสัญจรเสียหาย 7 แห่ง สะพาน 2 แห่ง และศาสนสถาน 1 แห่งทั้งนี้ ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือสูญหาย โดยเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งกระจายความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
ส่วนที่ จ.สระบุรี จากสถานการณ์น้ำหลากใน อ.มวกเหล็ก ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนในที่ลุ่มต่ำ และริมน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านท่าเสา หมู่ 13 ต.มวกเหล็ก น้ำท่วมแล้ว 13 หลังคาเรือน และยังอยู่ในความเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำ
นายบัญชา เชาวรินทร์ผวจ.สระบุรี พร้อมด้วยนายอำเภอมวกเหล็ก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม น้ำป่าไหลหลากบางจุดเริ่มคลี่คลาย แต่บ้านเรือนยังเสียาหยจากดินโคลน จึงมีการอพยพผู้ประสบภัยไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราววัดท่าเสา หมู่ 13 ต.มวกเหล็ก รวม 30 คน และประสานติดตามผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง อพยพไปในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สาขามวกเหล็ก ดูแลเรื่องกระแสไฟฟ้าสนับสนุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราววัดท่าเสา
ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัคร ร่วมกันช่วยประชาชนยกของขึ้นสู่ที่สูง ดูแลประชาชนในศูนย์พักพิง พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกและปริมาณน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์น้ำหลากซ้ำ

