หล่มสักการ์ดไม่ตก! ลุยขึงผ้าใบ-วางกระสอบทราย บล็อกน้ำป่าสักทะลักชุมชน

หล่มสักการ์ดไม่ตก! เทศบาลลุยขึงผ้าใบ-วางกระสอบทรายยักษ์หน้าวัดไพรสณฑ์ฯ บล็อกน้ำป่าสักทะลักชุมชน
วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 สถานการณ์อุทกภัยและปริมาณน้ำหนุนในลุ่มน้ำป่าสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ยังคงเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ล่าสุดงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองหล่มสัก ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญเหตุและเครื่องจักรกล ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกอย่างเร่งด่วนในการติดตั้งผ้าพลาสติกสีดำหนาพิเศษ เพื่อเสริมแนวพนังกั้นน้ำชั่วคราวบริเวณพิกัดหน้าวัดไพรสณฑ์ศักดาราม ควบคู่ไปกับการลำเลียงและจัดวางแนวกระสอบทรายทับถมในจุดเสี่ยงที่เป็นรอยต่อลุ่มต่ำ
ยุทธวิธีกั้นน้ำดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยับยั้งและป้องกันไม่ให้มวลน้ำป่าจากแม่น้ำป่าสักเอ่อล้นข้ามแนวกั้นเข้าท่วมพื้นที่เขตอภัยทาน วัดสำคัญ และชุมชนโดยรอบ ภายหลังได้รับรายงานว่ามีฝนตกชุกหนาเม็ดสะสมต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำ (อ.หล่มเก่า) เพิ่มปริมาณสูงขึ้นและไหลหลากลงสู่ตอนใต้
ทางด้านคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหล่มสัก ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันความพร้อม โดยระบุว่าจะดำเนินมาตรการป้องกันและสกัดกั้นน้ำท่วมอย่างต่อเนื่องไม่มีวันหยุด พร้อมส่งเจ้าหน้าที่มอนิเตอร์ระดับน้ำและปริมาณฝนผ่านระบบโทรมาตรตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ผ่านรถกระจายเสียงและสื่อออนไลน์ เพื่อแจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่อาศัยอยู่ในชุมชนริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำแอ่งกระทะ ให้เตรียมความพร้อมในการยกขนสิ่งของมีค่าและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นสู่ที่สูง ตลอดจนให้ความสำคัญกับการดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก เนื่องจากหากมีกลุ่มฝนระลอกใหม่ตกลงมาสมทบ พื้นที่ดังกล่าวจะยังคงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
ขณะเดียวกันในวันเดียวกัน นายยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 2 ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการและสำรวจปริมาณความแรงของกระแสน้ำในแม่น้ำป่าสัก บริเวณสะพานตาลเดี่ยวร่วมใจ ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก เพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น
จากการประเมินหน้างาน ส.ส.ยุพราช ระบุว่า มวลน้ำป่าที่หลากมาจากต้นทางพื้นที่อำหล่มเก่าในขณะนี้ เริ่มมีแนวโน้มทรงตัวและค่อย ๆ ลดระดับลงตามลำดับ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์น้ำหลากในรอบนี้ไม่รุนแรงจนล้นตลิ่งจมย่านเศรษฐกิจ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินโครงการบูรณาการเชิงรุกในการขุดลอกสิ่งกีดขวางทางน้ำในแม่น้ำป่าสัก ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กรมชลประทาน, กรมเจ้าท่า และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ (อบจ.เพชรบูรณ์) ส่งผลให้ลำน้ำมีความลึกและกว้างขึ้น ช่วยให้การระบายมวลน้ำไหลลงสู่ตอนล่างได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 2 ได้กล่าวเน้นย้ำและแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า “แม้ระดับน้ำตอนบนจะเริ่มทรงตัว แต่ทุกฝ่ายยังไม่อาจวางใจหรือนิ่งนอนใจได้ เนื่องจากมวลน้ำก้อนนี้ถือเป็นน้ำหลากรอบแรกของปีงบประมาณ ซึ่งโครงสร้างดินตามแนวกั้นน้ำอาจยังปรับสภาพไม่ทันและเสี่ยงต่อการทรุดตัว จึงได้กำชับและสั่งการให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด ทั้งการจัดเตรียมกำลังพลเจ้าหน้าที่กู้ภัย, อุปกรณ์เครื่องสูบน้ำ, กระสอบทรายสำรอง รวมถึงยานพาหนะยกสูงและเรือท้องแบน ให้พร้อมออกปฏิบัติการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้ทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุการณ์วิกฤตฉุกเฉิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง







