ส่งท่อซิ่งฯลุยคลองจั่น กู้วิกฤตกรุง เร่งสูบน้ำลงแสนแสบ เคหะร่มเกล้ายังหนัก อุตุฯเตือนอีก5-8ตุลา รับมือถล่มหนัก96ชม. 'เจ้าพระยา'ระบายเพิ่ม

.
ส่งท่อซิ่งฯลุยคลองจั่น
กู้วิกฤตกรุง
เร่งสูบน้ำลงแสนแสบ
เคหะร่มเกล้ายังหนัก
อุตุฯเตือนอีก5-8ตุลา
รับมือถล่มหนัก96ชม.
'เจ้าพระยา'ระบายเพิ่ม
ปภ.สรุปน้ำท่วมยังอ่วม 31 จังหวัด เดือดร้อน 1 ล้านครัวเรือน 2.9 ล้านคน และกทม. 3.2 แสนครัวเรือน โฆษกรบ.เผยน้ำท่วมกระทบแล้ว1.71ล้านไร่ทั่วประเทศ ระดม“ท่อซิ่ง-พญานาค”เร่งระบายน้ำกู้คลองจั่น พยายามทำให้เร็วที่สุด กทม.เร่งลดระดับน้ำพื้นที่ บางกะปิ-ลาดกระบัง “ผู้ว่าฯชัชชาติ”ระดมเครื่องสูบน้ำ“ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์”เร่งสูบลงแสนแสบดันเข้าพระโขนง วิกฤต‘เคหะร่มเกล้า-คลองจั่น’ท่วมสูงวันที่ 5 น้ำเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น ขยะลอยเกลื่อน กรมชลฯปรับเพิ่มระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา 2,500ลบ.ม./วินาที เตือนพื้นที่ท้ายเขื่อน 11 จังหวัด รับมือน้ำเพิ่มสูง เช่นเดียวกับเขื่อนแม่กลองระบายน้ำเพิ่มอีก สั่งเร่งขนย้ายทรัพย์สิน ปทุมธานีน้ำเพิ่มสูง
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ระยะนี้ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 31 จังหวัด ได้แก่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา และสุรินทร์ รวมถึงกรุงเทพมหานคร รวม 195 อำเภอ 1,196 ตำบล 8,249 หมู่บ้าน 1,041,307 ครัวเรือน 2,932,661 คน เสียชีวิต 4 ราย (ข้อมูล ศอ.ปภ. 30 ก.ย. 69 เวลา 06.00 น.)
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดซึ่งนายธีรพัฒน์ อธิบดีปภ.ได้กำชับสำนักงาน ปภ.จังหวัด ศูนย์ ปภ.เขตในพื้นที่ประสบภัย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน พื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบและเตรียมดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว
น้ำท่วมกระทบ 1.71ล้านไร่ทั่วปท.
เวลา 10.50 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัยว่า ฝนทั่วประเทศลดลงยกเว้นภาคใต้ตอนล่างที่ยังมีฝนตกอยู่ แต่สถานการณ์น้ำยังไม่มีมีปัญหา ขณะที่ปริมาณน้ำฝนจะทิ้งช่วงไปและจะมีอีกครั้งในวันที่ 4-6ต.ค.ขณะที่ภาคเหนืออีสาน เรียกว่าฝนเปลี่ยนฤดู อาจจะมีผลกระทบมาถึงภาคกลางและกทม.แต่ไม่ได้เป็นฝนที่ตกแช่ขณะเดียวกันพื้นที่น้ำท่วม ปัจจุบันดูจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า พบได้รับผลกระทบแล้ว 1.71 ล้านไร่ทั่วประเทศ
ระดม“ท่อซิ่ง พญานาค”กู้คลองจั่น
นายเอกภพ กล่าวว่าพื้นที่น้ำท่วมมีการระดมสรรพกำลังไปช่วยเหลือ ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)จังหวัด มูลนิธิองค์กรต่างๆให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ส่วนพื้นที่ กทม. คลองส่งน้ำต่าง ๆ มีระดับน้ำลดลง พื้นที่ที่น้ำท่วมขังยังอยู่ฝั่งตะวันออก ภายหลังนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ร่วมกับ กทม.ได้มีการเพิ่มการสูบน้ำ โดยนำเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก หรือ ท่อซิ่ง พญานาค เข้าไปสูบน้ำเพิ่ม วันนี้ที่แฟลตคลองจั่นมีน้ำลดลง 30 เซนติเมตร
สธ.ดูแลกลุ่มเปราะบาง5.2หมื่นคน
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในส่วนการเยียวยา กระทรวงสาธารณสุขได้มีการรายงานว่า กลุ่มเปราะบางได้รับการดูแลแล้ว 52,000 คน ส่วนโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรโรงพยาบาลแกลงและโรงพยาบาลบ้านค่าย จ.ระยอง ซึ่งทั้ง 3 โรงพยาบาลมีการให้บริการบางส่วน แต่วันนี้ผู้ป่วยสีแดงของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จะมีการย้ายไปอยู่โรงพยาบาลข้างเคียง ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตทั่วประเทศมีจำนวน 40 คน
กำชับผู้ว่าฯดูแลคุณภาพอาหาร
โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวอีกว่านอกจากนี้ให้ดูสวัสดิภาพของศูนย์พักพิงและสุภาพจิตของประชาชน พร้อมเน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดให้ตรวจสอบ อาหารและเครื่องดื่ม ที่ได้รับการบริจาคให้มีคุณภาพ พร้อมรายงานสถานการณ์ทุกวันจากทุกจังหวัดเข้ามา ที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และโฆษกประจำสำนักนายกฯให้มีความสอดคล้องกันและได้รับการตรวจสอบแล้วว่าเป็นข้อมูลจริงและถูกต้อง
เร่งสูบระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด
เมื่อถามว่าเหตุใดในการแถลงข่าววันนี้ไม่สามารถบอกวันเวลาว่าน้ำในพื้นที่ กทม.จะแห้งจากเดิมเมื่อวันที่ 29ก.ย.ระบุว่าจะใช้ระยะเวลา 2-3วัน น้ำจะลดและสัญจรได้เป็นปกติ นายเอกภพ กล่าวว่าภาพรวม2-3 วันนี้ น้ำจะลดลงเกินกว่า90%ส่วนชุมชนต่างๆ ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กจำนวน 300-400 ตัวเข้าไปในชุมชน เพื่อเร่งระบายน้ำออกทางอ่าวไทยจะทำให้น้ำท่วมขังภายในชุมชนลดลงแต่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะลดภายในกี่วันแต่จะทำให้เร็วที่สุด
ยันบริหารจัดการเหนือหนุนเจ้าพระยา
ส่วนที่กังวลว่าน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาจะหนุนนั้น โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ขอเน้นย้ำว่าปัจจุบันมีการบริหารจัดการน้ำในภาคเหนือหากดูแผนที่ประเทศไทย แม่น้ำปิงไหลจาก จ.เชียงใหม่ ลงมา จ.นครสวรรค์ มีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม่น้ำน่านก็ไม่ได้เพิ่ม และน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี และแม่น้ำสะแกกรังที่ไหลกลับเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาก็ทรงตัวแล้ว ดังนั้น น้ำที่ลงมาจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปัจจุบันมีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตร/วินาทีซึ่งมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำได้ถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และเมื่อมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จุด อ.บางบาล บางไทร แต่จุดสูงสุดที่จะทำให้ กทม.มีน้ำท่วมหนุนได้ปริมาณต้องอยู่ที่ 3,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที แต่ปัจจุบันน้ำที่อยู่ที่ อ.บางบาล และบางไทรอยู่ที่ 2,100 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ยังเหลืออีก 900 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และในวันที่ 4-6 ต.ค.ที่จะมีฝนเข้ามานั้น เป็นฝนเปลี่ยนฤดูไม่ใช่ฝนตกแช่ดังนั้นปริมาณน้ำฝน ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นในแม่น้ำเจ้าพระยา
ลุยปฎิบัติการกู้คืนพื้นที่กทม.
ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าสำหรับการดำเนินการปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่กทม.โดยเฉพาะพื้นที่ลาดกระบังนั้น ทางกทม.เร่งลดระดับน้ำบริเวณคลองโดยรอบไม่ว่าจะเป็นการใช้เรือผลักดันน้ำรวมถึงเครื่องสูบน้ำไปลง ที่คลองประเวศบุรีรมย์ โดยจะเร่งลดระดับน้ำให้เร็วที่สุด
และขอแจ้งเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางเนื่องจากมีน้ำท่วมขังสูงได้แก่ ถนนสุวินทวงศ์ จากแยกเมืองมีน -แยกหทัยราษฎร์ ถนนลาดกระบังบริเวณโลตัสลาดกระบัง ถนนนวมินทร์ แยกบางกะปิ แยกลาดพร้าว 113 แยกแฮปปี้แลนด์ แยกบางกะปิ ถนนแฮปปี้แลนด์สาย 1 และถนนศรีบูรพา
น้ำยังท่วมสูงอีก15เขต748ชุมชน
น.ส.ลลิดากล่าวว่าขณะที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงอีก 15 เขต 748 ชุมชน ได้แก่ คลองสามวา คันนายาว จตุจักร บางเขน บางกะปิ บึงกุ่ม ประเวศ มีนบุรี ลาดกระบัง วังทองหลาง สวนหลวง สะพานสูง สายไหม หนองจอก หลักสี่ ซึ่งทาง กทม.ได้ส่งรถรักษาพยาบาลเคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้กับชาวบ้านทุกชุมชน พร้อมกับเร่งนำกำลังในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้อยมาเป็นกำลังเสริมสนับสนุนในพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบมากอยู่
ชัชชาติระดม‘เครื่องสูบน้ำ-ท่อซิ่ง’
เช้าวันเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากทม.ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณเคหะคลองจั่น–แยกนิด้า เขตบางกะปิ พร้อมตรวจการเร่งสูบน้ำออกจากชุมชนและถนนหลังระดับน้ำในคลองแสนแสบลดลง ทำให้สามารถระบายน้ำจากพื้นที่ท่วมขังลงสู่ระบบคลองได้มากขึ้นโดยระดมเครื่องสูบน้ำ เรือผลักดันน้ำรวมถึง “ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์”จากเครือข่ายภาคประชาชนเข้ามาเสริมกำลัง
ผู้ว่าฯชัชชาติย้ำว่าหลักสำคัญในการแก้ปัญหาพื้นที่คลองจั่น คือ ต้องเร่งลดระดับน้ำในคลองแสนแสบก่อน เนื่องจากระดับน้ำในคลองสูงทำให้เครื่องสูบน้ำในพื้นที่ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะเมื่อสูบน้ำออกไปแล้วมีโอกาสไหลย้อนกลับ แต่หลังจากกรุงเทพเร่งระบายน้ำในคลองแสนแสบไปทางพระโขนงอย่างต่อเนื่องระดับน้ำเริ่มลดลงและมีพื้นที่รองรับน้ำมากขึ้น จึงสามารถเร่งสูบน้ำจากเคหะคลองจั่นลงคลองได้
“พอคลองแสนแสบลดลงก็มีช่องให้เราสูบน้ำลงคลองได้มากขึ้น สถานการณ์ก็ค่อยๆดีขึ้น เราต้องเร่งลดคลองก่อน จากนั้นจึงดึงน้ำจากถนนและชุมชนออกมาให้เร็วที่สุด” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
สำหรับการเร่งระบายน้ำในคลองแสนแสบ กทม.ได้นำเรือกำลังสูงมาช่วยผลักดันน้ำ โดยจัดวางตามแนวคลองและบริเวณสะพาน เพื่อเพิ่มความเร็วการไหลของน้ำมุ่งหน้าไปยังระบบระบายน้ำและประตูระบายน้ำพระโขนง เมื่อระดับน้ำในคลองหลักลดลง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดึงน้ำจากถนน ซอย และชุมชนโดยรอบเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น
ชื่นชมขอบคุณเจ้าของ‘ท่อซิ่ง’
ผู้ว่าฯชัชชาติ ระบุว่าขณะเดียวกันได้นำ“ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์”ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายภาคประชาชนและผู้ประกอบการจากปราจีนบุรีและอยุธยาเป็นอุปกรณ์ที่คนไทยประยุกต์ขึ้นจากเครื่องยนต์ขนาดใหญ่เดิมใช้ในภาคการเกษตรเช่นสูบน้ำเข้านา บ่อปลาและบ่อกุ้ง มาปรับใช้กับการสูบน้ำท่วมโดยท่อมีขนาดประมาณ15นิ้ว สามารถสูบน้ำได้ในปริมาณมากและเหมาะกับลักษณะพื้นที่เคหะคลองจั่นที่เป็นแอ่งและมีน้ำสะสมในระดับต่ำ
พร้อมชื่นชมว่าอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นนวัตกรรมของคนไทยที่นำมาประยุกต์ใช้ได้เหมาะกับสถานการณ์ โดยได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายต่างจังหวัดทั้งปราจีนบุรีและอยุธยา หลังประสานขอความช่วยเหลือ เนื่องจากเครื่องประเภทนี้ไม่ใช่อุปกรณ์ที่กทม.ใช้งานเป็นประจำ ถือเป็นความรู้ ประสบการณ์ใหม่ นวัตกรรมของคนไทยที่นำของที่มีอยู่มาปรับใช้ได้ดี วันนี้ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ ต้องขอบคุณเจ้าของเครื่องและเครือข่ายที่นำมาช่วยคนกรุงเทพฯ
การสูบน้ำในพื้นที่ เริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ปรับตำแหน่งและองศาของท่อ พร้อมใช้กระสอบทรายเสริมฐานให้มั่นคงเพื่อให้ปลายท่อสามารถดูดน้ำในจุดต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจากการเดินเครื่องในช่วงแรกพบว่าระดับน้ำลดลงประมาณ 15 เซนติเมตรในเวลาราว 1 ชั่วโมง และเมื่อเดินเครื่องพร้อมกัน 2 ชุด จะช่วยเพิ่มความเร็วในการระบายน้ำได้มากขึ้น
คลองจั่น-ลาดกระบังยังท่วมสูง
ทั้งนี้ ภายในเคหะคลองจั่นหลายจุดระดับน้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากช่วงแรกที่บางพื้นที่ต้องใช้เรือในการสัญจรปัจจุบันบางส่วนเริ่มเดินเท้าและใช้รถเข้าถึงได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม พื้นที่ด้านในบางจุดยังมีน้ำท่วมลึก จำเป็นต้องเดินเครื่องสูบน้ำต่อเนื่องและใช้รถขนาดใหญ่เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชน ส่วนการจราจรบริเวณแยกนิด้าและหน้าเคหะคลองจั่น ช่วงเช้ายังอาจไม่สะดวก เนื่องจากมีการวางท่อและสูบน้ำข้ามถนน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ต้องเพิ่มความระมัดระวังจากกระแสน้ำและอุปกรณ์ที่ติดตั้งในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะประเมินและปรับการจัดการจราจรตามสถานการณ์
ขณะที่พื้นที่ลาดกระบัง ยังมีน้ำท่วมบางจุด เนื่องจากระดับน้ำในคลองประเวศบุรียังสูง ทำให้การระบายน้ำทำได้ช้ากว่าพื้นที่อื่น กรุงเทพมหานครจึงเตรียมทยอยเคลื่อนเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์บางส่วนไปเสริมกำลัง เพื่อเร่งลดระดับน้ำในคลองประเวศบุรี ซึ่งจะช่วยให้พื้นที่พัฒนาการและพื้นที่เชื่อมต่อทยอยลดระดับน้ำตามไปด้วย ส่วนพื้นที่สายไหม กทม.ยังติดตามมวลน้ำจากพื้นที่รอยต่อจังหวัดปทุมธานี ซึ่งอาจส่งผลให้บางชุมชนมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น แม้ไม่มีฝนตก
ทร.พร้อมส่งเรือดันน้ำช่วยเต็มสูบ
พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ กล่าวถึงการเตรียมเรือผลักดันน้ำ สนับสนุนการเร่งระบายน้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัย ว่า ยืนยันว่าในขณะนี้มีความพร้อม อยู่ที่จะมีการประสานเข้ามา โดยภาพรวมในขณะนี้กองทัพเรือ มีเรือผลักดันน้ำกว่า 100 ลำ โดยขณะนี้แบ่งไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 43 ลำ และ นครนายก ส่วนภาคใต้เตรียมไว้ 10 ลำ และพร้อมที่จะนำไปยังพื้นที่ต่างๆ อีก 46 ลำ ยืนยันว่า มีความพร้อมที่จะนำเรือผลักดันน้ำย้ายไปยังพื้นที่ต่างๆ และกำลังพลนั้นมีเพียงพอ โดยบูรณาการบุคลากรจากหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยทุกพื้นที่
เรือคลองแสนแสบระดม26ลำดันน้ำ
ด้าน นายเชาวลิต เมธยะประภาส เจ้าของบริษัท ครอบครัวขนส่ง(2002)จำกัดหรือ”ลุงถั่ว”ผู้ให้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบ เผยว่าขณะนี้คลองแสนแสบ ยังมีปริมาณน้ำค่อนข้างมากทำให้ยังไม่สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ ทางบริษัทได้ระดมกำลังนำเรือโดยสารจำนวน 26 ลำ เข้ามาช่วยผลักดันน้ำในคลองแสนแสบ ล่าสุดได้เพิ่มเรือประจำการที่คลองประเวศบุรีรมย์อีก 3 ลำ เพื่อเร่งระบายน้ำอย่างเป็นระบบเข้ามาช่วยผลักดันและเร่งระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำลงสู่ระบบระบายน้ำหลักของกรุงเทพมหานคร
ผลักดันน้ำลงอุโมงค์พระราม9
นายเชาวลิตชี้แจงว่าสำหรับจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่บริษัทมุ่งผลักดันน้ำไปให้ถึงคือบริเวณอุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9–รามคำแหง เป็นเส้นทางหลักในการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอุโมงค์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร และมีศักยภาพในการระบายน้ำได้ถึง 200,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน การนำเรือเข้ามาช่วยผลักดันน้ำแม้จะไม่ได้เป็นการระบายน้ำออกโดยตรงทั้งหมด แต่เป็นการเพิ่มความเร็วของกระแสน้ำให้ไหลเข้าสู่อุโมงค์ได้เร็วขึ้น เปรียบเสมือนการเปิด”ทางด่วน”ให้น้ำมวลใหญ่ โดยหลังจากเริ่มดำเนินการผลักดันน้ำ พบว่าระดับน้ำในคลองแสนแสบลดลงจากเดิมแล้วประมาณ 30 เซนติเมตร
คาดเปิดให้บริการเรือภายใน48ชม.
นายเชาวลิตกล่าวว่า ทั้งนี้ หากระดับน้ำในคลองแสนแสบลดลงอย่างต่อเนื่องจนระบบระบายน้ำสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพจะช่วยให้น้ำที่ท่วมขังตามพื้นที่ชุมชนและตรอกซอกซอยต่างๆ ไหลลงสู่คลองและเข้าสู่ระบบอุโมงค์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ถือเป็นการช่วยบรรเทาสถานการณ์น้ำท่วมขังในภาพรวม คาดพร้อมเปิดบริการเดินเรือภายใน 48 ชั่วโมงต้องขึ้นอยู่กับการเร่งบริหารจัดการและลดระดับน้ำในคลองให้ต่ำลงมากที่สุด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร
เคหะร่มเกล้า-คลองจั่นน้ำเริ่มเน่า
สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้าและคลองจั่นยังคงน่าห่วงอย่างหนักหลังระดับน้ำยังไม่ลดลงเข้าสู่วันที่ 5ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก พบว่ามวลน้ำที่ท่วมขังนิ่งเป็นเวลานานเริ่มเปลี่ยนสีและส่งกลิ่นเหม็นเน่ากระจายไปทั่วบริเวณ ขณะเดียวกันยังมีขยะมูลฝอยลอยเกลื่อนระดับผิวน้ำ เนื่องจากรถขยะไม่สามารถเข้ามารวบรวมได้ตามปกติ สร้างความกังวลเรื่องสุขอนามัยและโรคระบาดที่อาจตามมา นอกจากนี้ ตลอดแนวถนนและพื้นที่จอดรถยังพบรถยนต์ของชาวบ้านจำนวนมากจอดจมน้ำขังในระดับความสูงต่างกัน บางคันถูกน้ำท่วมสูงถึงครึ่งคันเนื่องจากเคลื่อนย้ายไม่ทันตั้งแต่ช่วงแรกที่น้ำทะลักเข้าพื้นที่ โดยชาวบ้านต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเร่งระบายน้ำและเข้ามาจัดเก็บขยะเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยด่วน
กรมชลฯแจ้ง11จว.รับมือน้ำเจ้าพระยา
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพิ่มความระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำล่วงหน้า หลังจากกรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 12.00 น.วันเดียวกันนี้ เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยก่อนหน้านี้ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์ลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 6 ถึงผู้ว่าราชการ 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และ กทม.เพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้กรมชลประทาน คาดการณ์สถานการณ์น้ำช่วง 1–5 วันข้างหน้า โดยวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ อาจมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ประกอบกับมีน้ำจากลำน้ำสาขาไหลสมทบประมาณ 700–750 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ประมาณ 3,600–3,700 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะที่กรมชลประทาน รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง ประมาณ 550–580 ลบ.ม.ต่อวินาที สำหรับพื้นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อ.เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร จ.อ่างทอง ได้แก่ อ.วิเศษชัยชาญ ป่าโมก เมือง และไชโย จ.สิงห์บุรี ได้แก่ อ.อินทร์บุรี พรหมบุรี และเมือง และ จ.ชัยนาท ได้แก่ อ.สรรพยา
รบ.ขอปชช.อย่าตื่นตระหนก
รองโฆษกฯกล่าวอีกว่า การแจ้งเตือนครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ขอให้ประชาชนตื่นตัว แต่ไม่ตื่นตระหนก ขอให้ใช้เวลานี้บริหารจัดการทรัพย์สิน เคลื่อนย้ายไปในที่ปลอดภัย ไม่รอให้ระดับน้ำเพิ่มสูง พร้อมติดตามข้อมูลจากกรมชลประทาน จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เขื่อนแม่กลองระบายน้ำเพิ่ม
ด้าน นายธเนศ สมบูรณ์ ผอ.สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า ฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำจากแม่น้ำแควใหญ่ แม่น้ำแควน้อย และลำน้ำสาขา ไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลอง เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนแม่กลอง มีแนวโน้มสูงขึ้น จึงทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลอง ช่วง 2 วันที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ไหลลงมา โดยช่วงเที่ยงวันเดียวกันนี้ จะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันได เป็น 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที
แจ้ง4จังหวัดเก็บของขึ้นที่สูง
นายธเนศ กล่าวต่อว่า การระบายน้ำอัตราดังกล่าวทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง สูงขึ้น จากปัจจุบัน 50 เซนติเมตร-1 เมตร น้ำที่ระบายจากเขื่อนจะใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมง เดินทางถึง จ.ราชบุรี ต้องติดตามระดับน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนอย่างใกล้ชิด จึงแจ้งเตือนประชาชนที่ท้ายเขื่อนแม่กลอง โดยเฉพาะชุมชนริมสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง จ.กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ให้เฝ้าระวังและยกของขึ้นที่สูง โดยสำนักงานประทานที่ 13 ได้ตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยง เพื่อบูรณาการติดตามวิเคราะห์สถานการณ์ พร้อมช่วยเหลือประชาชน
สามโคกระดับน้ำสูงต่อเนื่อง
ที่ จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำบริเวณวัดไก่เตี้ย ต.กระแชง อ.สามโคก พบว่ามวลน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมเต็มพื้นที่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ระดับน้ำสูงประมาณ 70 เซนติเมตร เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกแนวกั้นน้ำ และติดคุ้งน้ำเจ้าพระยา ทำให้ได้รับแรงปะทะจากกระแสน้ำโดยตรง โดยพระภิกษุ และสามเณร ต้องลุยน้ำ ใช้เรือ หรือแผ่นโฟม เป็นพาหนะสัญจร และปฏิบัติศาสนกิจ อพยพสัตว์ต่างๆ ไปยังพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งคาดว่าระดับน้ำจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอีก
พบไฟชอตหนุ่มใหญ่หวิดดับ
อีกด้านหนึ่ง เกิดเหตุชาวบ้านถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนเกือบเสียชีวิต โดยเหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 443 หมู่ 9 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง ภายหลังมีน้ำท่วมพื้นที่ ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ส่วนผู้ประสบเหตุคือ นายประสิทธิ์ สวาย อายุ 58 ปี เปิดเผยว่า ได้นำไดโว่มาสูบน้ำด้านนอกบ้าน แต่ระหว่างที่ไดโว่ล้มลง ได้เอื้อมมือไปจับตั้งขึ้นจนถูกกระแสไฟฟ้าดูดล้มหงาย แต่ยังมีสติ จึงเตือนไม่ให้ลูกสาวเข้ามาใกล้ จนลูกสาวคนโต มาช่วยและดึงปลั๊กไฟออกได้ทัน หากอยู่เพียงลำพังคงเสียชีวิตไปแล้ว
พ่อเมืองสมุทรสาครเฝ้าระวัง
ส่วนที่ จ.สมุทรสาคร นายอำนาจ เจริญศรี ผวจ.สมุทรสาคร พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำที่ประตูน้ำบางยาง อ.กระทุ่มแบน ภายหลังเขื่อนแม่กลอง ระบายน้ำเพิ่ม ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองดำเนินสะดวก เพิ่มสูงขึ้น จำเป็นต้องเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน ให้เร็วที่สุด เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนริมคลองดำเนินสะดวก และริมแม่น้ำท่าจีน โดย อบจ.สมุทรสาคร ได้นำเครื่องสูบน้ำ พร้อมท่อซิ่ง มาสนับสนุนการระบายน้ำด้วย นอกจากนี้ชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมนำเรือหางยาว เร่งผลักดันน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ
เขื่อนป่าสักฯปรับเพิ่มระบายน้ำ
ด้านนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์น้ำ บริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ.พัฒนานิคม หลังจากปริมาณน้ำในอ่างฯ เพิ่มสูงเกินความจุ จึงมีการประเมินและวางแผนระบายน้ำอย่างเร่งด่วน โดยนายองอาจ แสนอุบล ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 10 ได้สรุปรายงานสถานการณ์น้ำ และเพื่อควบคุมระดับน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จึงเพิ่มการระบายน้ำเป็น 115-400 ลบ.ม.ต่อวินาที จนถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 โดยปรับขึ้นแบบขั้นบันได
เมืองกาจน์กู้แพชนประตูเขื่อนฯ
ส่วนกรณีแพปลาถูกกระแสน้ำซัดไปตามแม่น้ำ ก่อนจะพุ่งชนบานประตูระบายน้ำเขื่อนแม่กลอง พื้นที่ ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เมื่อช่วงเที่ยงคืนเข้าสู่ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ทาง น.ส.วริษฐา สงวนเสริมศรี ผวจ.กาญจนบุรี พร้อมด้วย น.ส.ชลธิชา วงษ์อุตสาห์ นายอำเภอท่าม่วง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และสั่งการให้เร่งกู้ซากแพที่ลอยติดประตูระบายน้ำดังกล่าว โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาญจนบุรี ร่วมกับกรมเจ้าท่า และกู้ภัย เข้าเก็บกู้ตัวแพ เคลื่อนย้ายออกมาอย่างปลอดภัย
ผู้ว่าฯยันเขื่อนแม่กลองยังแข็งแรง
อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดยืนยันว่าโครงสร้างเขื่อนแม่กลอง ยังคงมีความมั่นคงแข็งแรง ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าว และยังคงระบายน้ำตามแผนบริหารจัดการน้ำ ตามปกติ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องกังวล ทั้งนี้ แพที่หลุดมาตามกระแสน้ำ มีทั้งหมด 4 หลัง มีกระชังปลา 250 กระชัง เบื้องต้นพบว่าลอยมาจากพื้นที่หมู่ 3 ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบ
ปราจีนฯทหารเร่งช่วยเหลือปชช.
ที่ จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารจากกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จัดกำลังพลจิตอาสา นำรถยานเกราะล้อยาง แบบ (BTR-3S) 2 คัน ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมขังสูง ใน อ.กบินทร์บุรี เพื่อเร่งอพยพประชาชน และอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามเส้นทางน้ำท่วมขัง ระหว่างจุดอพยพ บริเวณแยก 3 ทหาร ไปยัง รพ.กบินทร์บุรี ซึ่งระดับน้ำบนผิวจราจรสูง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ รวมถึงขนย้ายเครื่องอุปโภคบริโภค ถุงยังชีพ และน้ำดื่ม ปแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยที่ติดค้างอยู่ตามบ้านเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน จนกว่าสถานการณ์น้ำจะกลับสู่ภาวะปกติ
รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ท่วม
ส่วนพื้นที่เทศบาลเมืองปราจีนบุรี พบว่ามีปริมาณน้ำท่วมถนน อยู่ที่ประมาณ 1–1.3 เมตร ส่งผลให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำ หรือใช้เรือในการสัญจร ซึ่งชาวบ้านบางส่วนไม่ได้อพยพออกมาจากที่พัก ใช้วิธีโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ เนื่องจากไม่ได้รับประทานอาหารมา 2 วัน ส่วน รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ มวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ทั้งหมด จนกระทบต่อการให้บริการผู้ป่วย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานในพื้นที่ ได้เร่งเข้าช่วยเหลือแล้ว
อุตุฯเตือน5-8ต.ค.ฝนระลอกใหม่
ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศว่าในช่วงวันที่5-8ตุลาคม2569รวม 96 ชั่วโมงหรือ 4วัน ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยจะมีฝนตกหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ ช่วงแรกเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือก่อนจากนั้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศเย็นลง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

