ดีเดย์66จว. ยื่นผ่านแอปทางรัฐ เงินเยียวยาอุทกภัย

ดีเดย์66จว.
ยื่นผ่านแอปทางรัฐ
เงินเยียวยาอุทกภัย
เริ่มแล้ว! ปภ.เปิดลงทะเบียนรับเงินเยียวยาอุทกภัย 69 จำนวน 9,000 บาท ผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” น้ำท่วม น้ำล้อม น้ำขัง ใน 65 จังหวัด และกรุงเทพฯ หรือจะไปยื่นด้วยตัวเองที่ อปท.ในพื้นที่-สำนักงานเขตใน กทม. ก็ได้ ขณะที่ กรุงเทพมหานคร เปิดระบบยื่นรับเยียวยาค่าเสียหายผ่านออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ กทม. ตั้งแต่เย็น 2 ตุลาคม
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC)ว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดยื่นขอเงินเยียวยาน้ำท่วมตั้งแต่เวลา 08.00น.ของวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมาผ่านแอปพลิเคชัน โดยข้อมูลที่ต้องเตรียมคือ บัตรประชาชนของผู้เอาประกันหรือผู้แจ้ง รวมถึงภาพถ่ายความเสียหาย หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย และบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชน โดยในส่วนของผู้ที่อยู่ในกทม.ต้องมีการลงทะเบียนอีกครั้ง ผ่านเว็บไซต์ของกทม. ซึ่งต้องลงทะเบียน 2 รอบ ทั้งทางแอปพลิเคชันทางรัฐ และเว็บไซต์กทม. ทั้งนี้ รัฐบาลเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะเร่งดำเนินการเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติโดยเร็วที่สุด
ปภ.เปิดลงทะเบียนเยียวกทม.-65จว.
ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเปิดระบบลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่มีที่อยู่อาศัยประจำ ซึ่งเกิดตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม-30 กันยายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่ 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ผ่านแอปพลิเคชัน“ทางรัฐ”โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันนี้ (2 ตุลาคม)เป็นต้นไป หรือ ยื่นคำร้องที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ /สำนักเขตใน กทม. นอกจากนี้ ปภ.ยังชี้แจงหลักเกณฑ์ช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี 4 กรณี ดังนี้ 1.กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินเสียหาย 2.กรณีน้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป 3.กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำล้อมรอบ จนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป และ 4.กรณีที่อยู่อาศัยประจำในอาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่ผู้ประสบภัยพักอาศัย แต่ส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป โดยครอบคลุมพื้นที่ 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ดังนี้
กระบี่ กาญจนบุรี กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก ตรัง ตราด นครนายก นครปฐม นครพนม นครราชสีมา นครสวรรค์ นนทบุรี น่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พะเยา พังงา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ระนอง ระยอง ราชบุรี ลพบุรี ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ สุโขทัย หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อ่างทอง อุดรธานี อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และอุบลราชธานี รวมถึงกรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ ผู้ขอรับความช่วยเหลือต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยจะได้รับความช่วยเหลือ 1 ครั้ง ต่อ 1 หลังคาเรือน ครอบคลุมบ้านที่มีทะเบียนบ้าน บ้านเช่า โดยผู้เช่าเป็นผู้รับเงิน และที่อยู่อาศัยประจำอื่น แม้ไม่มีทะเบียนบ้าน
ยื่นได้2ช่องทางผ่านแอปฯทางรัฐ-อปท.
สำหรับการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยสามารถยื่นคำร้องได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ 1.ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ระบบจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบความถูกต้องทันที และประชาชนสามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ โดยเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ (2 ตุลาคม) เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ช่องทางที่ 2.ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ /สำนักงานเขตในพื้นที่ กทม. โดยเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกในการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ.
กทม.เปิดระบบยื่นเยียวยาออนไลน์แล้ว
ด้านนายคุณานพ เลิศไพรวัลย์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวถึงเรื่องการยื่นขอรับเงินเยียวยาว่า สำหรับระบบในการยื่นออนไลน์ กทม.จะเปิดระบบให้ได้ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 2 ตุลาคมเป็นต้นไป โดย กทม.จะเป็นการยื่นขอรับการเยียวยาในเรื่องค่าเสียหายต่างๆ เช่น ความเสียหายของอาคาร ค่าซ่อมแซมบ้านความเสียหายอุปกรณ์ยังชีพ ค่าที่อยู่อาศัยชั่วคราวระหว่างน้ำท่วม หรือการได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในครั้งนี้ ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ต้องมาเยียวยาผ่านกทม. โดยการยื่นขอรับเงินเยียวยารอบนี้สาระสำคัญที่ กทม.จะทำให้เกิดขึ้นได้จริงมากที่สุดคือ ไม่จำเป็นต้องไปสำนักงานเขต ไม่ต้องไปที่ สน.แล้ว ประชาชนสามารถทำออนไลน์ได้จบหมด สำหรับบุคคลที่ยังไม่ถนัดออนไลน์ก็สามารถนำเอกสารไปยื่นได้ที่สำนักงานเขต แต่ถ้าสามารถทำผ่านออนไลน์ได้ ก็อยากประชาสัมพันธ์ให้ยื่นผ่านออนไลน์เลยเพราะบางสำนักงานเขตที่ยังน้ำท่วมอยู่อาจจะไม่สามารถให้บริการได้ 100%
กทม.แจงขั้นตอนลงทะเบียน-ตั้ง4ศูนย์บช.ก
ขณะที่นายปริญญา จันทคุปต์ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบาย กทม. กล่าวว่า สำหรับหลักเกณฑ์และแนวทางการช่วยเหลือ กทม.จะเร่งรัดขั้นตอนการเยียวยา โดยลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นทางรัฐ และแอปพลิเคชั่นของ กทม. รวมถึงอำนวยความสะดวกสำหรับคนที่ไม่สะดวกเข้าแอปพลิเคชั่น สามารถลงทะเบียนได้ที่สำนักเขต กทม.ทั้ง 50 เขต โดยจะช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าที่พักพิงชั่วคราว ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ ค่ารักษาพยาบาล ค่าจัดงานศพและค่าดำรงชีพเบื้องต้นหลังการลงทะเบียนแล้ว ในส่วนของค่าซ่อมแซมบ้านจะมีทีมจาก กทม.และวิศวกรอาสาลงสำรวจต่อไป
ปชป.จี้รัฐช่วยรายย่อยคนตัวเล็ก
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยนายกรณ์กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก ซ้ำเติมความยากลำบากโดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็กที่ต้องหยุดประกอบอาชีพต่อเนื่องหลายวัน เสียโอกาสทำมาหากิน เงินไม่เหลือ ไม่มีเงินเข้าเข้าเป๋า ขณะที่ทรัพย์สินและอุปกรณ์ทำมาหากินสียหาย การจะกลับมาค้าขายเปิดร้านใหม่ ต้องใช้เงินทั้งสิ้น แต่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินแหล่งทุนด้วยตัวเอง จึงอยากร้องขอไปยังรัฐบาลคือ เร่งออกมาตรการวันนี้เลย โดยเฉพาะธนาคารออมสินที่เป็นสถาบันการเงินของรัฐในการช่วยเหลือประชาชน วันนี้ประชาชนรอไม่ได้ หากประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนไม่ได้ก็กลับเข้าไปสู่วงจรการเป็นลูกหนี้นอกระบบ ซึ่งเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อน้ำท่วมปี 2554 วันนี้รัฐบาลมีโอกาสที่จะลบล้างความผิดพลาดในอดีต
เร่งออกสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย3-6เดือนแรก
นายกรณ์จึงเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาปล่อยวงเงินสินเชื่อวงเงินตั้งแต่ 20,000–200,000 บาท ระยะเวลา 2 ปี ให้ประชาชนที่อยู่ในเขตและโซนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม โดย 3-6เดือนแรกปลอดดอกเบี้ย ที่เหลืออัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 7 ต่อปี เพื่อให้มีเงินทุนสำหรับเริ่มต้นประกอบอาชีพอีกครั้ง แค่นี้ประชาชนก็มีทางรอดอยู่ได้ ซึ่ง การออกมาตรการเช่นนี้จะช่วยให้ประชาชนไม่หลุดเข้าไปอยู่ในวงจรอุบาทว์กับดอกเบี้ยนอกระบบ ซึ่งต่างกันระหว่างความอยู่รอดกับนรก
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเยียวยาแรงงานพลัดถิ่นและมาเช่าที่พักอาศัยในพื้นที่ได้รับผลกระทบ จะเยียวยาให้ครอบคลุมได้อย่างไร นายกรณ์ กล่าวว่า นี่คือตัวอย่างรายละเอียดที่รัฐบาลต้องให้โดยเร็ว แม้เราไปอ่านเงื่อนไขตามโครงการสัญญาภัยพิบัติที่รัฐบาลได้เริ่มประยุกต์ใช้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ก็ยังขาดความชัดเจนว่าประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจะได้รับการชดเชยกรณีไหนอย่างไรบ้าง เช่น มีความแตกต่างอย่างไรระหว่างประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านพื้นดิน กับประชาชนที่อยู่บนแฟลต ตัวบ้านอาจไม่ได้รับความเดือดร้อนและความเสียหายจากน้ำท่วมโดยตรง แต่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ซึ่งในกรณีแบบนี้จะได้รับการเยียวยาอย่างไร รวมถึงประชาชนที่เช่าพื้นที่อาศัยอยู่
“ทุกคนควรได้รับการดูแลด้วย เราได้รับผลกระทบและความเสียหายเช่นเดียวกัน แต่ถ้าการเยียวยาผูกติดอยู่กับการเป็นเจ้าของบ้านเรือน อาคาร ผูกติดอยู่กับสำมะโนครัว หรือว่าหลักฐานการเป็นเจ้าของสถานที่ ผมคิดว่ามันก็จะเป็นปัญหาเวลาเราดูแลความเสียหายจริง ๆ เจตนาที่แท้จริงคืออะไรเจตนาที่แท้จริงคือเราต้องการดูแลคนไม่ใช่ดูแลอาคาร เพราะฉะนั้นถ้าคนเดือดร้อนเราควรที่จะมีวิธีช่วยเหลือเยียวยาไปที่ตัวคน “ นายกรณ์กล่าว
นางการดี กล่าวเสริมว่า จากการลงพื้นที่ อยากวิงวอนรัฐบาลช่วยเร่งเยียวยาเครื่องมือทางเศรษฐกิจของคนตัวเล็ก เพราะพบว่าตลาดและย่านการค้าขายสำคัญของชุมชนหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เศรษฐกิจฐานรากหยุดชะงักและเพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบ รัฐบาลไม่ต้องเริ่มจากศูนย์เพราะมีฐานข้อมูลร้านค้าที่ลงทะเบียนในโครงการคนละครึ่ง และไทยช่วยไทยพลัสอยู่แล้ว ซึ่งมีมากกว่า 1.09 ล้านราย รัฐบาลควรนำฐานข้อมูลนี้มาคัดกรองร้านค้าในพื้นที่ประสบภัย และเปิดเป็นช่องทางลงทะเบียนขอสินเชื่อ โดยให้ธนาคารออมสินเป็นผู้ปล่อยกู้ ขณะเดียวกันต้องเปิดให้ผู้ประกอบการที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลดังกล่าวยื่นขอผ่านธนาคารได้โดยตรงด้วย
ทวงสัญญากองภัยพิบัติ1แสน/ครัวเรือน
ขณะที่นายตรีรัตน์ กล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ขอทวงสัญญาที่พรรคภูมิใจไทยเคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 1 มกราคม ว่าจะตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เมื่อเกิดภัยพิบัติ ระบบ AI จะตรวจจับข้อมูลและจ่ายเงินเยียวยา 100,000 บาททันทีต่อครัวเรือน เราจะติดตามเรื่องนี้ใกล้ชิดว่ารัฐบาลจะพูดแล้วทำตามที่เคยประกาศไว้กับประชาชนได้จริงหรือไม่ หรือคำสัญญาดังกล่าวเป็นเพียงเทคนิคและวาทะกรรมการหาเสียง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

