คนกรุงแห่รับเยียวยา 2.3แสนหลัง ปภ.แจ้งสิทธิน้ำท่วม เสียชีวิตจ่ายศพละ2ล.

คนกรุงแห่รับเยียวยา
2.3แสนหลัง
เปิดยื่นทางออนไลน์
ไม่ต้องใช้ใบแจ้งความ
ปภ.แจ้งสิทธิน้ำท่วม
เสียชีวิตจ่ายศพละ2ล.
กทม. แจงเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์ผ่าน “แอปทางรัฐ-เว็บไซต์ Claim.bangkok” ไม่ต้องใช้ใบแจ้งความ ขยายจุด ช่วยลงทะเบียนที่ศูนย์พักพิง ลดภาระประชาชน รัฐบาลชวนใช้ “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้น้ำท่วม” น้ำลด แจ้งซ่อมได้เลย ครอบคลุมบ้าน–ระบบไฟ–เครื่องใช้–รถ แจ้งผ่าน LINE ง่าย ๆ 4 ขั้นตอน ขณะที่ ปภ. แจ้งสิทธิเยียวยา 3 ส่วน ชดเชยบ้านพัง-น้ำล้อม-เสียชีวิตสูงสุด 2 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำกทม. ศาลาว่าการกทม. (ดินแดง) นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยระบุว่า การขอรับความช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 ระบบหลัก ซึ่งมีหลักเกณฑ์แตกต่างกัน ประชาชนสามารถยื่นข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยควรตรวจสอบและยื่นข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ
ระบบแรก คือ การลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือจากมติคณะรัฐมนตรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ครอบคลุมกรณีน้ำท่วมไม่ถึง 7 วันแต่ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย น้ำท่วมต่อเนื่องเกิน 7 วัน หรือบ้านและอาคารถูกน้ำล้อมตามเงื่อนไขที่กำหนด ปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนแล้วประมาณ 230,000 ครัวเรือน
ระบบที่สอง เป็นการขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังและระเบียบของกรุงเทพมหานคร โดยพิจารณาจากความเสียหายจริง เช่น ที่อยู่อาศัย เครื่องมือประกอบอาชีพ ค่าเช่าที่พักชั่วคราว และค่าใช้จ่ายอื่นตามหลักเกณฑ์ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบเอกสารและประเมินความเสียหายในพื้นที่
เตรียมขยายจุดช่วยกรอกข้อมูล
“หากประชาชนยื่นผ่านระบบออนไลน์ ขอให้เข้าใช้งานทั้งระบบทางรัฐและระบบออนไลน์ของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากปัจจุบันทั้ง 2 ระบบยังไม่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลกันได้ ส่วนการยื่นเอกสารที่สำนักงานเขต เจ้าหน้าที่ทั้ง 50 เขตสามารถช่วยดำเนินการให้ได้ทั้ง 2 ระบบ” รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าว
ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน กรุงเทพมหานครเตรียมขยายจุดช่วยกรอกข้อมูลออนไลน์ไปยังศูนย์พักพิงประมาณ 250 แห่งที่เปิดใช้งานอยู่เดิม โดยจัดเจ้าหน้าที่เขต ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และอาสาสมัครร่วมอำนวยความสะดวก ประชาชนสามารถนำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปด้วย เพื่อให้การกรอกข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ลดจำนวนเอกสารให้น้อยที่สุด
ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดจำนวนเอกสารที่ประชาชนต้องใช้ให้เหลือน้อยที่สุด โดยเบื้องต้นลดการใช้ใบแจ้งความเป็นหลักฐานแล้ว และอยู่ระหว่างปรับกระบวนการตรวจสอบให้รวดเร็วขึ้น ทั้งการเพิ่มทีมลงพื้นที่ ตัดขั้นตอนการทำประชาคม และเปิดให้ประธานชุมชน นิติบุคคล หรือผู้แทนพื้นที่ร่วมรับรองข้อมูล
สำหรับหลักฐานที่ควรเก็บไว้ ได้แก่ ภาพถ่ายความเสียหาย ภาพระดับน้ำ เอกสารหรือใบเสร็จค่าซ่อมแซม และหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของหรือสิทธิในการอยู่อาศัย โดยเฉพาะเอกสารที่หมึกอาจเลือน ควรถ่ายภาพหรือสำเนาเก็บไว้เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบ
ยังกำหนดเวลาจ่ายเงินไม่ได้
รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวว่า ยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาการจ่ายเงินที่แน่นอนได้ เนื่องจากมีผู้ได้รับผลกระทบราว 270,000–300,000 ครัวเรือน และแต่ละกรณีมีขั้นตอนตรวจสอบแตกต่างกัน โดยกรณีที่ต้องประเมินความเสียหายจริงจะใช้เวลามากกว่า
สำหรับกรณีเจ้าของบ้านและผู้เช่า ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำตามระเบียบกระทรวงการคลัง พิจารณาสำหรับเจ้าของบ้านที่พักอาศัยอยู่จริง หากเจ้าของบ้านปล่อยเช่า จะไม่ได้รับค่าซ่อมแซมในส่วนดังกล่าว ขณะที่ผู้เช่าไม่สามารถขอค่าซ่อมแซมบ้านได้ เนื่องจากไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สิน แต่ยังสามารถขอรับความช่วยเหลือในหมวดอื่นตามหลักเกณฑ์ เช่น ค่าเช่าที่พักชั่วคราว 3,000 บาทต่อเดือน ไม่เกิน 2 เดือน รวมสูงสุด 6,000 บาท ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ ค่าดำรงชีพ หรือค่ารักษาพยาบาล หากมีหลักฐานแสดงการพักอาศัยและความเสียหาย
เหลือเวลายื่นคำร้อง2เดือนครึ่ง
ส่วนรถยนต์หรือทรัพย์สินส่วนบุคคลที่เสียหายจากน้ำท่วมและไม่ได้ใช้ประกอบอาชีพ กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างหารือกับสำนักงาน คปภ. ถึงแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติม ขณะที่ผู้ที่เข้าเงื่อนไขน้ำล้อมตามมติ ครม. ยังคงขอรับเงินบรรเทาความเดือดร้อนได้ตามหลักเกณฑ์
กรณีน้ำท่วมไม่ถึง 7 วัน แต่ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ยังสามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือได้ตามเงื่อนไข โดยควรเก็บหลักฐานความเสียหายไว้ให้ครบถ้วน ส่วนกรณีน้ำล้อมหรือน้ำท่วมต่อเนื่อง ต้องเป็นไปตามจำนวนวันที่กำหนด
สำหรับระยะเวลาการยื่นคำร้อง สามารถดำเนินการได้ภายใน 90 วันนับจากวันที่ประกาศเขตภัยพิบัติ ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีกประมาณ 2 เดือนครึ่ง
กทม.พร้อมรับมือน้ำเหนือ
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะจัดทำชุดคำถาม–คำตอบ (FAQ) แยกตามประเด็น เช่น เจ้าของบ้าน–ผู้เช่า เอกสารสิทธิ การซ่อมแซมบ้าน และเครื่องมือประกอบอาชีพ เพื่อแจกจ่ายให้สำนักงานเขตและศูนย์พักพิง รวมถึงเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมจัดทีมตอบข้อสงสัยผ่านโซเชียลมีเดีย
สำหรับการเตรียมรับน้ำเหนือ กรุงเทพมหานครได้เตรียมกระสอบทราย คันกั้นน้ำ และระบบระบายน้ำ พร้อมประสานจังหวัดโดยรอบ และเตรียมใช้ระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชน โดย กทม. กำหนดข้อความและระดับการแจ้งเตือน ก่อนส่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกระจายข้อความ เพื่อให้การแจ้งเตือนเป็นไปอย่างรวดเร็ว
รัฐบาลชวนใช้ Traffy Fondue
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือและฟื้นฟูประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยขอเชิญชวนประชาชนที่บ้านเรือน ทรัพย์สิน หรือเครื่องใช้ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม แจ้งขอรับความช่วยเหลือผ่าน “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม” ซึ่งเป็นช่องทางกลางเชื่อมต่อประชาชนกับหน่วยงานและเครือข่ายทีมช่าง เพื่อเร่งซ่อมแซมและฟื้นฟูหลังน้ำลด
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังน้ำลด ภารกิจของประชาชนจำนวนมากยังไม่จบ ทั้งการทำความสะอาดบ้าน ซ่อมระบบไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และทรัพย์สินต่าง ๆ รัฐบาลจึงนำ Traffy Fondue มาเป็นตัวกลางช่วยประสานงาน เพื่อให้ประชาชน ไม่ต้องค้นหาหน่วยงานหรือทีมช่างด้วยตนเองหลายช่องทาง เพียงแจ้งเรื่องจากจุดเดียว ระบบจะส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามประเภทของปัญหา และสามารถติดตามสถานะการช่วยเหลือได้จนจบงาน
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ระบบ “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม” ครอบคลุมบริการ 8 ประเภท ได้แก่ 1. ซ่อมรถยนต์ 2. ซ่อมรถจักรยานยนต์ 3. ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก 4. ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ 5. ซ่อมระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือน 6. บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข 7. บริการอาหารและเครื่องดื่ม 8. บริการอื่น ๆ เช่น การทำความสะอาดและฟื้นฟู ศูนย์พักพิงชั่วคราว การรับบริจาคสิ่งของ และความช่วยเหลือตามศักยภาพของหน่วยงานในพื้นที่
แจ้งขอความช่วยเหลือ4ขั้นตอน
พร้อมแจ้งขอความช่วยเหลือผ่าน LINE ง่าย ๆ 4 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 เพิ่มเพื่อน LINE @TraffyFondue เข้าแอปพลิเคชัน LINE ค้นหาและเพิ่มเพื่อน @TraffyFondue จากนั้นเลือกเมนู “ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม” ขั้นตอนที่ 2 เลือกประเภทความช่วยเหลือ โดยเลือกปัญหาที่ต้องการให้ช่วยเหลือ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้า หรือบริการด้านอื่น ๆ เพื่อให้ระบบส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรงประเภท ขั้นตอนที่ 3 แจ้งรายละเอียด พร้อมแนบภาพความเสียหาย โดยระบุว่าต้องการให้ช่วยเหลือเรื่องใด พร้อมแนบภาพถ่ายความเสียหายให้ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่และทีมช่างเห็นลักษณะปัญหาและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าดำเนินการ ขั้นตอนที่ 4 แชร์ Location จุดที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยแชร์ตำแหน่งบ้านหรือสถานที่ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้หน่วยงานหรือทีมช่างในพื้นที่สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างถูกต้อง
ทั้งนี้เมื่อแจ้งครบทั้ง 4 ขั้นตอนแล้ว ไม่ต้องเดินเรื่องต่อเอง ระบบจะส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ดำเนินงานได้จนจบงาน หากเป็นเครื่องใช้หรือสิ่งของที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ อาจมีการประสานให้นำไปยังจุดบริการซ่อมเพื่อความรวดเร็ว ส่วนอุปกรณ์ขนาดใหญ่ หรืองานระบบภายในบ้านที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ จะประสานทีมช่างหรือหน่วยช่างเคลื่อนที่ (Mobile Unit) เข้าไปดำเนินการถึงที่พักอาศัยตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี
5กระทรวงผนึกกำลัง
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ระดมความร่วมมือจาก 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงกลาโหม (กห.) กระทรวงแรงงาน (รง.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) รวมถึงเครือข่ายมหาวิทยาลัย อาชีวศึกษา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กองทัพ และเครือข่ายช่างในพื้นที่ เพื่อรองรับและส่งต่อเรื่องที่ประชาชนแจ้งเข้ามา
โดยกระทรวงแรงงานและกรมพัฒนาฝีมือแรงงานระดมทีมช่างให้บริการซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องใช้ และยานพาหนะที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ขณะที่เครือข่ายอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยร่วมสนับสนุนบุคลากรและทีมช่างลงพื้นที่ ส่วนกระทรวงกลาโหมสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก
เปิดจุดบริการแล้ว7จังหวัด
สำหรับ กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ คนพิการ หรือผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบด้วยตนเอง กระทรวง พม. จะให้อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ช่วยนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ เพื่อให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้เช่นเดียวกัน และลดโอกาสที่ประชาชนจะตกหล่นจากการช่วยเหลือ
ปัจจุบันเปิดจุดบริการนำร่องแล้วใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และกาญจนบุรี
“หลังน้ำลด ภารกิจไม่ได้จบแค่การระบายน้ำ แต่คือการทำอย่างไรให้ประชาชนกลับเข้าบ้าน กลับมาใช้เครื่องมือทำมาหากิน และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วที่สุด รัฐบาลจึงต้องทำหน้าที่เป็นข้อต่อ เชื่อมความเดือดร้อนของประชาชนไปถึงหน่วยงานและทีมช่างที่ช่วยได้จริง ขอให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหายใช้ช่องทาง Traffy Fondue แจ้งเข้ามา เราจะประสานทุกกำลังเพื่อเร่งฟื้นฟูและเดินไปด้วยกัน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
ปภ.แจ้งสิทธิเยียวยาน้ำท่วม
น.ส.ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวถึงเรื่องการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยว่า สิทธิที่ผู้ประสบภัยจะได้ในส่วนของก้อนแรก คือเงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด และกรุงเทพฯ ผู้ประสบภัยที่เข้าเงื่อนไข และหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือจะได้รับการดูแลของเงินทดรองราชการในกรณีบ้านพัง เครื่องมือประกอบอาชีพเสียหาย และเสียชีวิตในอัตราตามระเบียบเงินทดรองราชการ ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน โดยหากบ้านพังจะได้รับค่าช่วยเหลือเป็นเงิน 88,600 บาท เสียชีวิตราย 35,700 บาท ในกรณีแรก
ขยายพื้นที่จ่ายเงินทดรองราชการ
ส่วนกรณีที่ 2 ด้วยสถานการณ์ที่มีความเสียหายเป็นวงกว้างรัฐบาลได้คำนึงถึงความเหมาะสม ในการเยียวยาผู้ประสบภัยจึงมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 29 ก.ย.2569 ต่อเนื่องเพื่อขยายพื้นที่ที่จะทำการจ่ายเงินช่วยเหลือเงินทดรองราชการ ตามมติคณะรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 24 จังหวัด มอบเป็นค่าใช้จ่าย ค่าช่วยเหลือเยียวยา แบ่งออกเป็นกรณีบ้านพักอาศัยเสียหาย บ้านพักอาศัยถูกน้ำล้อม และกรณีการเสียชีวิต โดยเงินก้อนที่ 2 นี้ สำหรับในกรณีที่บ้านพักอาศัยเสียหาย จะได้รับการเยียวยา จำนวน 9,000 บาท ในการส่วนของน้ำล้อมบ้าน จำนวน 5,000 บาท ส่วนกรณีเสียชีวิต คณะรัฐมนตรีจะดูแลเยียวยาญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตศพละ 2 ล้านบาทตามมติของคณะรัฐมนตรี
แจงระบบประกันภัย-ค่าสินไหม
ส่วนที่ 3 เรื่องระบบประกันภัยพิบัติและค่าสินไหมทดแทนของผู้ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งรัฐบาลได้ชี้แจงให้ประชาชนทราบในเบื้องต้นแล้ว จะมีผลระยะเวลาการคุ้มครองเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 1 ต.ค.2570 โดยมี ปภ.เป็นหน่วยดำเนินการคุ้มครองใน 2 ประเภท คือประเภทที่อยู่อาศัยจะคุ้มครองกรรมสิทธิ์ให้กับผู้อยู่อาศัย ในกรณีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท/หลัง/ภัย ซึ่งในช่วงของอุทกภัยนี้จะแบ่งทั้งเป็นอุทกภัยบ้านน้ำท่วมและบ้านน้ำล้อม และหลังจากนั้น ที่ได้รับค่าชดเชยเสียหายจำนวน 100,000 บาทแล้ว จะสามารถขอความเสียหายเพิ่มเติมได้ไม่เกิน 90,000 บาท ในกรณีที่ผู้ประสบภัยมีความพร้อมในการรวบรวม หลักฐานเอกสารเพิ่มเติม ก็สามารถส่งข้อมูลให้กับทางบริษัทประกัน ดำเนินการให้ความช่วยเหลือได้ทันที
ส่วนกรณีน้ำล้อมความเสียหายเบื้องต้นจะได้รับการช่วยเหลือ 5,000 บาท และได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมไม่เกิน 95,000 บาท ส่วนด้านร่างกายและชีวิต จะคุ้มครอง ประชาชนชาวไทยที่มีเลขบัตรประจำตัวประชาชนในกรณีเสียชีวิตจะจ่ายค่าชดเชยรายละ 2 ล้านบาท ส่วนกรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร จ่ายค่าชดเชย 200,000 บาทต่อคน
เปิดให้แจ้งเคลมได้4ช่องทาง
สำหรับขั้นตอนการแจ้งเคลมและจ่ายเงินสามารถแจ้งผ่านได้ 4 ช่องทาง ที่ประชาชนสามารถแจ้งได้ ในกรณีประกันภัยพิบัติ คือ 1 แจ้งผ่านเว็บไซต์ www.thainatcat.org 2. Line OA “@ThaiNATCAT”3. ThaiNATCAT Call Center โทร 02-012-5555 4. จุดแจ้งเคลมในพื้นที่ ทางบริษัทและทาง คปภ. แจ้งให้กับจังหวัดที่ผู้ประสบภัยทราบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

