นัดถกแก้หมอคางดำ ขีดเส้นต้องจบใน1ปี

นัดถกแก้หมอคางดำ
ขีดเส้นต้องจบใน1ปี
“สุริยะ”มองปัญหาปลาหมอคางดำเป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ ระดมสรรพกำลังลุยแก้ทั้งระบบ คาดใช้เวลา 3 เดือน เห็นผลด้าน“วัชระพล”ผอ.ศูนย์การติดตามสถาการณ์และแก้ไขปัญหาฯนัดถก 29 หน่วยงาน สรุปแผนแก้ทั้งระบบตั้งเป้า 1 ปีต้องจบ ขณะที่เขื่อนลำปาว กาฬสินธุ์ พบเพิ่มอีก 3 รวมแล้ว 16 ตัว เดินหน้ามาตรการ“เจอ แจ้ง จับ จบ”ตัดวงจรปลาหมอคางดำ
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีการลงนามในคำสั่งจัดตั้ง “ศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ” โดยมีนายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ว่า เรื่องปัญหาปลาหมอคางดำ เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ เพราะถ้าปล่อยให้ระบาดต่อไป จะทำให้สัตว์น้ำอื่น และระบบนิเวศ รวมถึงการประกอบอาชีพ ของพี่น้องเกษตรกร ได้รับผลกระทบ ดังนั้นจึงต้องแก้ไขให้เป็นระบบ สิ่งแรกคือจำกัดพื้นที่ที่มีการระบาด ไม่ให้ระบาดเพิ่มเติม
ส่วนพื้นที่ที่มีการระบาดอยู่แล้ว ต้องระดมสรรพกำลัง เพื่อไปกำจัดปลาหมอคางดำ ตลอดจนการฟื้นฟูสัตว์น้ำท้องถิ่นซึ่งต้องช่วยกันในหลายส่วนราชการ โดยเมื่อวันที่ 14 ก.ย. นายวัชระพล ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบกรมประมงอยู่ ได้ทำหนังสือติดตาม และแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ โดยจะมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมกันทำ พร้อมย้ำว่า ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ให้สามารถแก้ปัญหาให้ได้ อย่างถาวรและยั่งยืน
เมื่อถามย้ำว่า ต้องยกระดับเป็นวาระแห่งชาติหรือไม่ เพราะมีการแพร่ระบาดไป 21 จังหวัดแล้ว นายสุริยะ กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการที่ตั้งขึ้นมา มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมมือกัน ตนเชื่อว่า ถ้าทำตามขั้นตอน จะแก้ปัญหาได้พอสมควร เมื่อถามว่า จะต้องแก้ไขพื้นที่ทั้งหมดพร้อมกัน หรือทำแค่บางจุดเพื่อเป็นโมเดล นายสุริยะ กล่าวว่า พื้นที่ที่มีการระบาด ต้องหยุดไว้ก่อน ส่วนจุดที่ระบาดตรงไหนที่เป็นจุดสำคัญ จะรีบเข้าไปดำเนินการในจุดนั้นก่อน คาดว่าภายใน 3 เดือน จะเห็นเป็นรูปธรรม โดยจะใช้กรอบงบประมาณเดิมของปี 67 ที่ตั้งไว้อยู่แล้วที่ 450 ล้านบาท ไปดำเนินการ
ด้านนายวัชระพล กล่าวเพิ่มเติมว่า กรอบวงเงินเดิมของปี 67 ที่ตั้งไว้ 450 ล้านบาท กรมประมงใช้ไปประมาณ 98 ล้านบาท เหลืออยู่ประมาณ 350 ล้านบาท โดยจะใช้งบประมาณก้อนนี้ ในการแก้ปัญหาต่อ บริหารจัดการให้เด็ดขาด เรียบร้อย รวดเร็ว เบื้องต้นได้ทำแผนขึ้นมาคร่าวๆ แล้ว งบประมาณตรงนี้จะเพียงพอ
นายวัชระพล เปิดเผยถึง แนวทางการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ว่า ในวันที่ 16 กันยายน 2569 จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องรวม 29 หน่วยงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา และ เพื่อกำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตนตั้งใจไว้ว่า ภายในกรอบเวลา 180 วันมาตรการกำจัดปลาหมอคางดำต่างๆ ต้องเห็นผลความคืบหน้า และตั้งเป้าหมายภายใน 1 ปี ต้องแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำให้จบ โดยเบื้องต้นกำหนดแนวทางดำเนินงานเร่งขับเคลื่อน 7 มาตรการ ได้แก่ 1.การเร่งจับและกำจัดปลาหมอคางดำ 2.การใช้ปลานักล่าเพื่อควบคุมประชากร 3.การส่งเสริมการนำปลาหมอคางดำไปแปรรูปและใช้ประโยชน์ 4.การเฝ้าระวังแหล่งน้ำใหม่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด 5.การสร้างความรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน 6.การส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรม และ 7.การฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศในพื้นที่ได้รับผลกระทบ ส่วนการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ จะพิจารณาเทคโนโลยีจากต่างประเทศที่สามารถนำมาใช้ในการตรวจสอบ ควบคุม หรือกำจัดปลาหมอคางดำเพิ่มเติม โดยต้องประเมินทั้งประสิทธิภาพ ตามความเหมาะสมกับสภาพแหล่งน้ำของประเทศไทย และความปลอดภัยต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นและระบบนิเวศ ก่อนนำมาใช้จริง
นายวัชระพลย้ำว่า ศูนย์ฯ จะติดตามสถานการณ์และประเมินผลการดำเนินงานในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมการแพร่กระจาย ลดผลกระทบต่ออาชีพและรายได้ของเกษตรกรและชุมชน รวมถึงฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศให้กลับคืนสู่ภาวะสมดุลให้ได้ภายใน1ปี
ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาพบปลาหมอคางดำที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยตลอดช่วงบ่ายวานนี้ ที่ห้องประชุมสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จังหวัดกาฬสินธุ์ มีการประชุมคณะกรรมการประมง จังหวัดกาฬสินธุ์ ครั้งที่ 1/2569 โดย นายสุวรรธน์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้ นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมโดยมี นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์, นายวิระ จิตสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดกาฬสินธุ์, นางสายฝน เสียงหวาน เจ้าพนักงานประมงอาวุโส หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง พร้อมคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายบุญธง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ประมงได้ร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวประมงพื้นบ้านรอบเขื่อนลำปาวเข้าตรวจสอบ 11 จุด พบปลาหมอคางดำจำนวน 13 ตัว โดยพบเพียงจุดละ 1–3 ตัวเท่านั้น จึงยังไม่เข้าข่ายชุกชุมหรือประกาศเขตภัยพิบัติ คาดว่ามีอายุไม่น้อยกว่า 3–6 เดือน เป็นปลาประจำถิ่นอาศัยในน้ำนิ่ง ชอบอยู่เป็นฝูงบริเวณที่มีอินทรียสาร และยังไม่มีรายงานพบบริเวณใต้เขื่อนลำปาวซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งก้ามกรามอย่างไรก็ตาม ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา มีรายงานเข้ามาในกลุ่มไลน์ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ระบุว่า ชาวประมงพื้นบ้าน บ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ได้หว่านแหพบปลาหมอคางดำเพิ่มอีก 3 ตัว รวมพบจุดนี้ 9 ตัว ส่งผลให้ยอดรวมปลาหมอคางดำที่พบรอบเขื่อนลำปาวขณะนี้อยู่ที่ 16 ตัว
นางสายฝน กล่าวว่า กรมประมงได้ใช้วางมาตรการ “เจอ แจ้ง จับ จบ”เพื่อเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาก่อนเกิดการแพร่ระบาดดังนี้ เจอ &แจ้ง : เมื่อพบเจอปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ ให้รีบ แจ้งเบาะแสผ่านระบบคิวอาร์โค้ด หรือโทร. 043-811034และ จับ &จบ : เจ้าหน้าที่จะออกตรวจจับเพื่อกำจัดด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมปัญหาจะได้จบ โดยนำปลามาทำประโยชน์ เช่น แปรรูปเป็นอาหาร (สาคูไส้ปลา, ไส้อั่วปลา, ข้าวเกรียบปลา, น้ำยาขนมจีน), ทำปลาป่น, ทำน้ำหมักบำรุงพืช และอาหารสัตว์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

