เตือนทั่วไทยฝนหนัก น้ำป่าถล่มแม่สะเรียง

กรมอุตุฯ เตือนทั่วไทยฝนตกหนัก รับมือน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ส่วนแม่ฮ่องสอนอ่วม น้ำป่าทะลัก เกิดดินสไลด์หลายพื้นที่ ปิดเส้นทางหลายหมู่บ้าน ฝ่ายปกครองเร่งแก้ไข เปิดเส้นทางสัญจร
เมื่อวันที่ 18 กันยายน น.ส.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 18–20 กันยายน 2569) ฉบับที่ 7 (211/2569) มีใจความว่าช่วงวันที่ 18-20 กันยายน 2569 ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเริ่มมีผลกระทบในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะได้รับผลกระทบในวันเดียวกันนี้
ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น
ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขัง
ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 3 เมตร สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งช่วงวันที่ 18-20 กันยายน 2569
สำหรับพยากรณ์อากาศรายภาค ดังนี้ ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร และพิจิตร โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณ จ.อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณ จ.เลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ขณะที่ กทม.และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณ จ.นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช และสงขลา โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณ จ.ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.กระบี่ ตรัง และสตูล โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณ จ.ระนอง พังงา และภูเก็ต ตั้งแต่ จ.ภูเก็ต ขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 3 เมตร ตั้งแต่ จ.กระบี่ ลงไป ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร
ที่ จ.แม่ฮ่องสอน วันเดียวกัน นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง กล่าวว่า จากการสำรวจความเสียหายจากเหตุดินสไลด์และน้ำป่าไหลหลาก พบเส้นทางในหลายหมู่บ้าน ได้รับผลกระทบ โดยหน่วยงานท้องถิ่น ได้เร่งนำเครื่องจักร เข้ากำจัดสิ่งกีดขวางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว โดยเฉพาะ ต.ป่าแป๋ พบดินสไลด์หลายจุด เช่น พื้นที่หมู่ 3 มีดินสไลด์ปิดทับเส้นทางสัญจร และมีต้นไม้ล้มกีดขวางเส้นทาง ส่วนบ้านช่างหม้อ หมู่ 4 เกิดดินสไลด์ปิดทับเส้นทาง ขณะที่บ้านห้วยเดื่อ หมู่ 5 พบดินสไลด์ปิดทับเส้นทางระหว่างบ้านห้วยเดื่อ–บ้านไก่ดำ หลายจุด ด้านบ้านห้วยงู หมู่ 10 มีดินสไลด์ปิดทับเส้นทางเข้า-ออกหมู่บ้าน 6 จุด โดยมีจุดที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อย 3 จุด รวมทั้งพืชผลทางการเกษตรเสียหาย 1 แปลง นอกจากนี้พื้นที่หมู่ 12 ต.ป่าแป๋ พบดินสไลด์ปิดทับเส้นทางหลายจุด และระบบฝาย ได้รับความเสียหาย ส่วนพื้นที่ ต.เสาหิน บริเวณเส้นทางเข้า-ออกบ้านโพซอ พบดินสไลด์ปิดทับเส้นทาง
ด้านกำนันและสารวัตรกำนัน รวมทั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้กู้จักรยานยนต์ที่ถูกน้ำป่าพัดพาไปช่วงคืนที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เทศบาล ต.เมืองยวมใต้ นำเครื่องจักรเข้ากำจัดสิ่งกีดขวางบริเวณเส้นทางเข้า-ออกบ้านใหม่วังยาว หรือบริเวณหน้าถ้ำ เพื่อเปิดเส้นทางให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ
ทั้งนี้ นายอำเภอแม่สะเรียง สั่งการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านทุกพื้นที่ เร่งสำรวจและรายงานความเสียหายอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าฟื้นฟูพื้นที่และให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย โดยข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามผลการสำรวจเพิ่มเติม
ในวันเดียวกัน นายรัชพล ยาใจ นายอำเภอแม่ลาน้อย ได้รับแจ้งเหตุทางหลวงหมายเลข 1266 เส้นแม่ลาน้อย - บ.ละอูบ ประมาณ กม.ที่ 4 มีต้นไม้ใหญ่หักโค่นปิดทับเส้นทาง รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ จึงนำกำลัง อส.พร้อมด้วยเทศบาลตำบลแม่ลาน้อย ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. ได้ช่วยกันตัดไม้ขนาดใหญ่ให้รถสัญจรไปได้ ฃ
ต่อมาเวลา 21.00 น. เส้นทาง ทางหลวงหมายเลข 108 แม่ลาน้อย-แม่สะเรียง ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นล้มปิดถนน และต่อมาได้ร่วมกับเทศบาลตำบลแม่ลาน้อย การไฟฟ้าสาขาแม่ลาน้อย หมวดการทางแม่ลาน้อย สมาชิก อส.อ.แม่ลาน้อย ช่วยกันตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ เส้นทางหลวงหมายเลข 108 บริเวณหน้า โรงเรียนแม่ลาน้อย ดรุณสิกข์ ให้รถสามารถสัญจรไปมาได้แล้วเสร็จประมาณ 21.30 น.
นอกจากนั้น ได้เกิดน้ำป่าจากลำน้ำลา เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ปั๊มน้ำมัน PT และชุมชนบางส่วน เทศบาลตำบลแม่ลาน้อยประกาศเตือนผู้ที่อาศัยใกล้ลำห้วยอีนายและลำน้ำสาขา ให้เร่งยกของขึ้นที่สูง เนื่องจากยังมีฝนตกสะสมตลอดทั้งคืน
ที่อำเภอขุนยวม. นายวฤทธิ์ชาติ ปาณชู นายอำเภอขุนยวม อบต.ขุนยวม ร้อยทหารพราน 3604 ร้อยอส.อ.ขุนยวมที่ 6 ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน คณะครูออกตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่โรงเรียนบ้านแม่สะเป่ใต้และหมู่บ้านแม่สะเป่ใต้ ครั้งนี้เป็นน้ำท่วมหมู่บ้านครั้งที่ 4 ของปีนี้ซึ่งถือได้ว่ามีความรุนแรงมากกว่า 3 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งที่ช่วงบ่ายเพิ่งระดมกำลังฟื้นฟูทำความสะอาดไปหมาด ๆ
ขณะที่ประชาสัมพันธ์ จ.น่าน ประกาศสถานการณ์ฝนตกหนัก ขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังและติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยวันเดียวกันนี้ จ.น่าน อยู่ในกลุ่มจังหวัดได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ปริมาณฝนอยู่ในเกณฑ์ 35.1-65 มิลลิเมตร (พื้นที่สีเหลือง) ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
นายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก นายอำเภอนาน้อย ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ปริมาณน้ำใน อ.นาน้อย เพื่อประเมินสถานการณ์ และตรวจสอบจุดเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยตรวจสอบบริเวณอ่างน้ำแหง ต.นาน้อย จากนั้นได้เข้าตรวจสอบบริเวณฝายน้ำล้น (เจ้าพ่อฝายหลวง) บ้านคลองชล หมู่ 10 และพื้นที่บ้านนาราบ หมู่ 1 เพื่อตรวจสอบสถานการณ์บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำทะลักเข้าบ้าน ก่อนประเมินแนวโน้มสถานการณ์ และเน้นเฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมลำน้ำ และบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อน้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน
นายอำเภอนาน้อย ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที นอกจากนี้ได้ขอให้ประชาชนในพื้นที่ ติดตามข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังระดับน้ำและสถานการณ์ฝน หากพบว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีน้ำไหลเข้าบ้านเรือน ขอให้แจ้งผู้นำชุมชน หรือหน่วยงานในพื้นที่ทันที และเตรียมความขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

