ปกรณ์ แนะภาคี กสศ. ชี้ทางรอดเยาวชนแรงงานระดับล่าง มีงานทำรายได้ตลอดทุกช่วงวัยตามทันช่วงเปลี่ยนผ่านการจ้างงานในอนาคต

ปกรณ์ แนะภาคี กสศ. ชี้ทางรอด เยาวชนแรงงานระดับล่าง ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการใช้แรงงานคนไปสู่เครื่องจักรหุ่นยนต์AIที่กำลังรุกคืบเข้ามาแทนที่ ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตตลอดทุกช่วงวัยด้วยการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นในช่วง วัยแรงงาน ให้มี ทักษะแรงงานเฉพาะทาง ตอบสนองความต้องการตลาดแรงงานภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ให้ได้ ค่าจ้างตามทักษะ หลุดพ้นค่าแรงขั้นต่ำแรงงานไร้ทักษะ ควบคู่ส่งเสริมการเรียนรู้ ทักษะแรงงานเฉพาะตัว เปลี่ยนตัวเองจาก ลูกจ้าง ไปเป็น ผู้ประกอบการ จะได้มีงานทำและรายได้จนถึง วัยเกษียณ ตามทันการจ้างงานในอนาคต
เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยว่าการจ้างงานในอนาคตประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการใช้แรงงานคนอย่างเข้มข้นไปสู่การใช้เครื่องจักร หุ่นยนต์ และ AI เนื่องจากต้นทุนกำลังถูกลงเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งจะมีต้นทุนที่ถูกกว่าการใช้แรงงานมนุษย์ ดังนั้นต้องมีการเตรียมความพร้อมรอรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่นเดียวกับแนวทางการปฏิรูประบบราชการงานบางอย่างต้องปรับเปลี่ยนเพราะเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ รวมถึงเยาวชนแรงงานระดับล่างตามข้อเสนอ(Sandbox)ของโครงการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิตเยาวชนนอกระบบการศึกษา จ.ปราจีนบุรี โดยการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)ที่มีความร่วมมือกับสหภาพซันโยแห่งประเทศไทย รวมถึงภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาสังคมสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยการพัฒนาการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น 2 ทักษะสำคัญให้ได้มีงานทำและรายได้ตลอดทุกช่วงวัย ดังนี้ 1."ทักษะแรงงานเฉพาะทาง"ตอบสนองความต้องการตลาดแรงงานภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี เพื่อให้ได้รับ"ค่าจ้างตามทักษะ"หลุดพ้นกับดักค่าแรงขั้นต่ำและแรงงานไร้ทักษะ ตัวอย่างเช่น งานผลิตในโรงงานต้องการ ทักษะช่างเชื่อมโลหะ ไฟฟ้า ระบบทำความเย็น หรือ งานสโตร์ในโรงงาน ต้องการ ทักษะขับรถโฟล์คลิฟท์ เป็นต้น
2."ทักษะแรงงานเฉพาะตัว"ส่งเสริมโอกาสพัฒนาทักษะอาชีพที่ตัวเองถนัดนำไปต่อยอดเป็นอาชีพหลัก/สำรองเพื่อหารายได้เพิ่มจากงานประจำ เนื่องจากการจ้างงานในอนาคตต้องเปลี่ยนจาก "สังคมลูกจ้าง"ไปสู่ "สังคมผู้ประกอบการ" ตัวอย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่น จากประเทศที่เป็นโรงงานผลิตสินค้าย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศพร้อมกับพัฒนาคนในชาติให้เป็นผู้ประกอบการ จึงเห็นว่าการพัฒนาการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นแก่เยาวชนแรงงานระดับล่าง ต้องให้เป็นผู้ประกอบการ ด้วยการส่งเสริมโอกาส 3 เรื่อง ดังนี้ 1.ส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ทางธุรกิจ 2.ส่งเสริมโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุน และ 3.ส่งเสริมโอกาสเข้าถึงวัตถุดิบราคาถูก ตัวอย่างเช่น การส่งเสริมอาชีพเสริมและหารายได้เพิ่มแก่สาวโรงงานหรือน้องๆที่อยู่รอบโรงงานอาหารแปรรูปจากการขายไก่ทอดไปจำหน่ายในโรงงานหรือชุมชน โดย KFC สนับสนุนเครื่องมือทำมาหากินเครื่องทอดไฟฟ้า ทางภาคี"กสศ." สนับสนุนความรู้ด้านการตั้งต้นธุรกิจ และ ประสานงานให้เข้าถึงแหล่งซื้อวัตถุดิบเนื้อไก่ราคาถูกจากโรงงานไก่สดแช่แข็งที่ยินดีจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตัวเองที่ไม่ผ่าน QC ด้านขนาดหรือปริมาณ แต่คุณภาพยังคงเดิมในราคาถูกแก่น้องๆ ถือเป็นการจุดประกายทางความคิดในการตั้งต้นการเป็นผู้ประกอบการ
หรือ การส่งเสริมอาชีพเสริมและหารายได้เพิ่มแก่หนุ่มโรงงานหรือน้องๆที่อยู่รอบเขตนิคมอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ให้ได้เป็น "ช่างชุมชน"ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน หรือ ตัวแทนจำหน่ายหากมีศักยภาพ เช่น ช่างแอร์ ควรส่งเสริมการตั้งต้นธุรกิจมีความรู้เรื่องการให้บริการ ควรต้องเติมความรู้เรื่องการใส่ใจบริการ หรือ Service mind เพราะความคิดคนทั่วไปจะรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหา แต่หากมีหัวใจบริการจัดทำบัญชีให้บริการลูกค้า พอถึงรอบระยะเวลาล้างแอร์ก็โทรศัพท์ไปสอบถามลูกค้าเพื่อนัดล้างแอร์แบบให้บริการถึงบ้าน ดังนั้นการมีทักษะช่างอย่างเดียวไม่อาจก้าวไปเป็นผู้ประกอบกิจการได้หากไม่มีหัวใจบริการนี่คือ ทักษะชีวิต และ ทักษะที่หลากหลาย Multi-skill ที่ต้องชี้ช่องทางให้เยาวชนแรงงานได้รับรู้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




