เครือข่ายสุขภาพ ยื่นหนังสือ ‘พรรคกล้าธรรม’ ค้านยกเลิกภาษีเฉพาะ 4 กองทุน ชี้ได้ไม่คุ้มเสีย

ขบวนการสร้างสุขภาพประชาชน (ขสช.) ร่วมกับเครือข่ายสลัม 4 ภาค ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และภาคีเครือข่ายสุขภาพกว่า 30 องค์กร ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและโฆษกพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย สส. ของพรรคอีกกว่า 12 คน เป็นตัวแทนร่วมรับหนังสือและหารือร่วมกับตัวแทนภาคีเครือข่าย
นายจำนงค์ หนูพันธ์ ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยได้เสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติรวม 4 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย, ร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ และ ร่าง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีสาระสำคัญในการเสนอให้ยกเลิกระบบภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) จากภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ แล้วนำกลับเข้าสู่ระบบงบประมาณปกติ ซึ่งทาง ขสช. และภาคีเครือข่ายเห็นว่าอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี

นายจำนงค์ ระบุว่า การจัดสรรภาษีในรูปแบบเดิมอาศัยหลักการเก็บภาษีเพิ่มเติม (Surcharge) เพื่อนำมาแก้ปัญหาสุขภาพและสังคมตามหลัก "ผู้ก่อปัญหาเป็นผู้จ่าย" (Polluter Pays Principle) ซึ่งช่วยให้การขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาทางสังคมมีความต่อเนื่อง มีงบประมาณที่คาดการณ์ได้ และลดความเสี่ยงจากการถูกแทรกแซง ส่วนข้อห่วงใยเรื่องวินัยการเงินการคลังนั้น มองว่า พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังภาครัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 82 ได้ให้การคุ้มครองกฎหมายจัดตั้งกองทุนที่เกิดขึ้นก่อนปี 2561 ไว้แล้ว จึงเห็นว่ากลไกเดิมยังคงมีความชอบด้วยกฎหมาย
ด้าน นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ เลขานุการขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน กล่าวเสริมโดยอ้างอิงข้อมูลจากรายงานศึกษาสถานการณ์ธุรกิจยาสูบในต่างประเทศว่า ที่ผ่านมาเคยมีกรณีการพยายามผลักดันให้ยกเลิกระบบงบประมาณจัดสรรเฉพาะในหลายประเทศ ทางเครือข่ายจึงมีความกังวลว่า หากมีการยกเลิกนโยบายภาษีเฉพาะดังกล่าว อาจส่งผลให้ภาคธุรกิจบางส่วนได้รับประโยชน์จากการไม่ต้องจ่ายภาษีส่วนเพิ่ม ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 14,000 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ เครือข่ายฯ ยังแสดงความกังวลว่า การปรับเปลี่ยนโครงสร้างงบประมาณดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อความเข้มแข็งของภาคประชาสังคมในการรับมือกับปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ ทั้งนี้ จึงเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษาความคุ้มค่า ผลดี ผลเสีย และเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ ได้มีส่วนร่วมอย่างครอบคลุมก่อนมีการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

