‘ป.ป.ช.’ จัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ เปิดให้นักข่าวร่วมติดตามภารกิจป้องกันและปราบปรามการทุจริต

‘ป.ป.ช.’ จัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ เปิดให้นักข่าวร่วมติดตามภารกิจป้องกันและปราบปรามการทุจริต ลงพื้นที่เฝ้าระวังเคส ‘สถานปฏิบัติธรรมบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก.’ เช็ค ‘ความคุ้มค่าศูนย์เสริมสร้างสุขภาพ 2 แห่ง’ หลังพบได้รับงบฯก่อสร้างโครงการลักษณะเดียวกันรวม 15 แห่ง มูลค่ากว่า 460 ล้านบาท
วันที่ 31 ส.ค.2569 ที่จ.สระบุรี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่การจัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 13–14 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ จังหวัดสระบุรี โดยมีนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง ผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 ผู้แทนหน่วยงานราชการจากส่วนกลางและภายในจังหวัดสระบุรี ตลอดจนสื่อมวลชนเข้าร่วมโครงการ
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ และกระบวนการทำงานของสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้รับทราบผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจากพื้นที่จริง ตลอดจนร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และแนวทางป้องกันการทุจริต เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้อย่างถูกต้อง รอบด้าน และมีประสิทธิภาพ
สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนเข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามและเฝ้าระวังการดำเนินงานของภาครัฐ เนื่องจากสื่อมวลชนเป็นกลไกสำคัญในการนำเสนอข้อเท็จจริง สะท้อนปัญหาจากพื้นที่ และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนถึงผลกระทบของการทุจริต รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐอย่างโปร่งใส คุ้มค่า และตรวจสอบได้
สำหรับกิจกรรมสำคัญของโครงการ คณะผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะสื่อมวลชน ได้ร่วมลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อติดตามและเฝ้าระวังการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนตรวจสอบความเหมาะสมและความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐใน 2 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ จับตาสถานปฏิบัติธรรมรุกพื้นที่ ส.ป.ก.
จุดแรก คณะลงพื้นที่สถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก เพื่อติดตามกรณีการบุกรุกพื้นที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน รวมถึงแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก.การลงพื้นที่ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเฝ้าระวังมิให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินผิดไปจากวัตถุประสงค์ของการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตลอดจนส่งเสริมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และเป็นธรรม
ทั้งนี้ คณะสื่อมวลชนได้ร่วมรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบถามประเด็นปัญหาและข้อจำกัดในการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งร่วมสังเกตการณ์สภาพพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำเสนอข้อมูลแก่ประชาชนบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตรวจความคุ้มค่าศูนย์สุขภาพ 2 แห่ง จากนั้น คณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์เสริมสร้างสุขภาพประชาชนและผู้สูงวัย เทศบาลตำบลแสลงพัน อำเภอวังม่วง และศูนย์เสริมสร้างสุขภาพ เทศบาลตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก เพื่อติดตามการบริหารจัดการและความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณของโครงการที่มีมูลค่าสูง
จากการตรวจสอบพบว่า ศูนย์ทั้งสองแห่งเป็นอาคารออกกำลังกายในร่ม ติดตั้งระบบปรับอากาศและครุภัณฑ์กีฬาขนาดใหญ่ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรีเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างและจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ ก่อนส่งมอบให้เทศบาลในพื้นที่รับผิดชอบดูแลและบริหารจัดการ
ข้อมูลภาพรวมในช่วง 3 ปีงบประมาณ ระบุว่า จังหวัดสระบุรีได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับก่อสร้างโครงการลักษณะดังกล่าวรวม 15 แห่ง คิดเป็นมูลค่า 460,669,700 บาท แบ่งเป็นปีงบประมาณ 2563 จำนวน 3 แห่ง วงเงินประมาณ 91.2 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2564 จำนวน 9 แห่ง วงเงินประมาณ 269.3 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2568 จำนวน 3 แห่ง วงเงินประมาณ 99.9 ล้านบาท
สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ราคาครุภัณฑ์ ความเหมาะสมของรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ความจำเป็นในการใช้งาน และภาระค่าใช้จ่ายหลังการส่งมอบ เพื่อประเมินว่าโครงการสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนและก่อให้เกิดความคุ้มค่าต่องบประมาณที่ใช้ไปหรือไม่ ตั้งข้อสังเกตลู่วิ่งเครื่องละ 8.8 แสนบาท ประเด็นที่ ป.ป.ช. ให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ ราคาครุภัณฑ์กีฬาบางรายการซึ่งอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะลู่วิ่งสายพานราคาเครื่องละ 880,000 บาท
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า แม้อุปกรณ์ดังกล่าวจะมีความทันสมัยและมีสมรรถนะสูง แต่ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาทั้งด้านความเหมาะสม ความจำเป็น และความคุ้มค่าในการใช้งาน รวมถึงภาระด้านการบำรุงรักษาภายหลังการส่งมอบ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและค่ากระแสไฟฟ้าจะตกเป็นภาระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรง
ทั้งนี้ ป.ป.ช. เตรียมขยายผลตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการดังกล่าว ทั้งในจังหวัดสระบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐเป็นไปอย่างโปร่งใส เหมาะสม และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตาม เฝ้าระวัง และรวบรวมข้อเท็จจริงในเบื้องต้น โดยสำนักงาน ป.ป.ช. จะพิจารณาข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนและกรอบอำนาจหน้าที่ พร้อมเปิดโอกาสให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบชี้แจงเหตุผล ความจำเป็น และรายละเอียดการดำเนินโครงการอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม
เทศบาลมวกเหล็ก แจงประชาชนใช้บริการวันละ 100 คนด้านนางภาราดา แดนวงศ์ ปลัดเทศบาลตำบลมวกเหล็ก ชี้แจงว่า ศูนย์เสริมสร้างสุขภาพเทศบาลตำบลมวกเหล็กเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2564 และเทศบาลได้รับโอนมาดูแลในปี 2568 ปัจจุบันมีประชาชนเข้าใช้บริการเฉลี่ยวันละประมาณ 100 คน
ศูนย์มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเดือนละประมาณ 70,000 บาท ครอบคลุมค่าจ้างผู้ฝึกสอน แม่บ้าน และค่าสาธารณูปโภค ขณะที่เทศบาลจัดสรรงบประมาณสำหรับการซ่อมบำรุงไว้ปีละ 200,000 บาท จากงบดำเนินงานรวมปีละ 77 ล้านบาท
สำหรับข้อสังเกตว่าอุปกรณ์บางรายการอาจมีสมรรถนะสูงเกินความจำเป็นของประชาชนทั่วไป ปลัดเทศบาลตำบลมวกเหล็กชี้แจงว่า ในพื้นที่มีศูนย์กีฬาแห่งชาติและมีนักกีฬาทีมชาติเข้ามาเก็บตัวฝึกซ้อมและใช้บริการ อุปกรณ์ที่มีมาตรฐานและสมรรถนะสูงจึงสามารถรองรับผู้ใช้บริการได้หลายกลุ่ม
เทศบาลตำบลมวกเหล็ก พร้อมนำข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. ไปพิจารณาปรับปรุงการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมวางแผนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในอนาคต
เปิดพื้นที่ให้สื่อร่วมติดตามและสื่อสารข้อเท็จจริงการนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ช่วยให้สื่อมวลชนเข้าใจกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมทั้งเห็นข้อเท็จจริง สภาพปัญหา และข้อจำกัดในการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ จากพื้นที่จริง อีกทั้งยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสำนักงาน ป.ป.ช. หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสื่อมวลชน เพื่อร่วมกันหาแนวทางยกระดับความโปร่งใสในการดำเนินโครงการของภาครัฐ
สำนักงาน ป.ป.ช. จะนำข้อมูลและข้อสังเกตที่ได้รับจากการลงพื้นที่ไปประกอบการติดตามและขยายผลตามอำนาจหน้าที่ พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดความเสี่ยงต่อการทุจริต ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตามการใช้อำนาจรัฐและการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง









