ดร.ปราบ ชิงนายก อบจ.นนทบุรี เปิด MATRIX X-RAY CARE เชื่อมคน–บริการ–งบ ชูดูแลถึงบ้าน

ดร.ปราบ เบอร์ 6 ชิงนายก อบจ.นนทบุรี เปิด MATRIX X-RAY CARE เชื่อมคน–บริการ–งบ ชูดูแลถึงบ้าน มีรถไปหาหมอ ตรวจสอบได้ ย้ำ 100 วันแรกต้องเห็นระบบเริ่มทำงานจริง
จากจำนวนผู้สูงอายุมากกว่า 3 แสนคน สู่โจทย์คนติดบ้าน ผู้พิการ ผู้ป่วยที่มีหมอนัดแต่ไม่มีรถ และครอบครัวที่ต้องแบกรับภาระดูแล “ดร.ปราบ” เสนอ X-RAY CARE เชื่อมสิทธิเดิม รถ อุปกรณ์ Home Care และบริการสุขภาพผ่าน ONE CARE พร้อมเปิด Dashboard ให้ประชาชนเห็นทั้งบริการ งบประมาณ และผลลัพธ์ ย้ำ 100 วันแรกต้องเห็นระบบเริ่มทำงานจริง
ดร.ปราบ ธามม์ พักตร์บวร ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี หมายเลข 6 เปิดนโยบาย MATRIX X-RAY CARE ภายใต้กรอบ MATRIX นนทบุรี เสนอระบบดูแลประชาชนที่เริ่มจากหลักคิดง่าย ๆ ว่า คนที่มีสิทธิอยู่แล้วต้องเข้าถึงสิทธิ คนที่ออกจากบ้านไม่ได้ต้องมีบริการไปถึง และประชาชนต้องตรวจสอบได้ว่าเงินของรัฐถูกใช้ไปกับอะไรและเกิดผลจริงหรือไม่
นโยบายดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่ผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรง ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง ผู้พิการ ผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ตลอดจนสมาชิกครอบครัวที่ทำหน้าที่ดูแล
แกนกลางถูกสรุปไว้ว่า
X-RAY = “รัฐเห็นคน ประชาชนเห็นรัฐ”
“รัฐเห็นคน” คือ รัฐต้องมองเห็นว่าใครยังไม่ได้รับบริการ ใครมีสิทธิแต่ยังเข้าไม่ถึง และช่องว่างของบริการอยู่ตรงไหน
ส่วน “ประชาชนเห็นรัฐ” คือ ประชาชนต้องตรวจสอบได้ว่าโครงการใช้งบเท่าไร ซื้ออะไร ราคาเท่าไร งานไปถึงไหน และท้ายที่สุดประชาชนได้รับประโยชน์จริงกี่คน
ดร.ปราบระบุว่า แนวคิด X-RAY CARE ไม่ได้เริ่มจากการตั้งโครงการใหม่จำนวนมาก แต่เริ่มจากการตรวจว่าระบบเดิมมีอะไรอยู่แล้ว ทั้งสิทธิ หน่วยบริการ รถ อุปกรณ์ อาคาร บุคลากร และงบประมาณ จากนั้นจึงเชื่อมของเดิมให้ทำงานร่วมกัน และเติมเฉพาะส่วนที่ยังขาด
“เรารู้แล้วว่าปัญหาหลายเรื่องคืออะไร สิ่งที่ต้องหาให้เจอคือ ใครยังไม่ได้รับบริการ”
จาก “อยู่บ้านคนเดียว” สู่ MATRIX SENIOR DAY CARE
สำหรับผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพังในช่วงกลางวัน เสนอพัฒนาเครือข่าย MATRIX SENIOR DAY CARE โดยใช้ศูนย์ อาคาร และพื้นที่ของภาครัฐหรือเครือข่ายที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อนสร้างใหม่ ผู้สูงอายุ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ การเคลื่อนไหว ฝึกสมอง งานอดิเรก และกิจกรรมทางสังคม แล้วกลับบ้านในช่วงเย็น
แนวคิดคือ “กลางวันมีที่ไป ลูกหลานไปทำงานได้” Day Care จึงไม่ใช่บ้านพักคนชรา แต่เป็นพื้นที่กลางวันที่ช่วยทั้งผู้สูงวัยและครอบครัวคนทำงานออกจากบ้านไม่ได้ MATRIX HOME CARE ต้องไปถึง
สำหรับผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง และผู้มีภาวะพึ่งพิง เสนอเชื่อมเข้าสู่ MATRIX HOME CARE โดยประสาน รพ.สต. หน่วยบริการสุขภาพ ระบบ Long-Term Care และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักการคือใช้สิทธิและระบบที่มีอยู่แล้วให้เต็มประสิทธิ ภาพก่อน แล้วให้ อบจ.สนับสนุนเฉพาะช่องว่างที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ เพื่อลดการใช้งบซ้ำซ้อนกับ สปสช. หรือหน่วยงานอื่น
“คนเดินทางไม่ได้ บริการต้องเดินทางไปหา” บางเรื่องไม่ต้องไปโรงพยาบาล MATRIX TELECARE นโยบายเสนอเชื่อม Telehealth, Telemedicine และ Telecare กับหน่วยบริการสุขภาพและบุคลากรวิชาชีพ เพื่อให้ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้มีภาวะพึ่งพิงที่เหมาะสมสามารถรับการติดตามบางประเภทจากบ้านหรือจุดบริการใกล้บ้าน ระบบดังกล่าวไม่ได้ทดแทนการพบแพทย์ในกรณีจำเป็น แต่ช่วยลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น เพราะ สำหรับหลายครอบครัว การพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลหนึ่งครั้งไม่ใช่เพียงเรื่องระยะทาง แต่หมายถึงรถ คนดูแล เวลา และค่าใช้จ่าย “เรื่องที่ดูแลจากบ้านได้ ไม่ควรต้องเดินทางทุกครั้ง”มีหมอนัด แต่ไม่มีรถ MATRIX CARE RIDE อีกหนึ่งปัญหาที่ X-RAY CARE ต้องการแก้คือ คนมีสิทธิรักษา มีโรงพยาบาล และมีหมอนัด แต่เดินทางไปไม่ได้
ดร.ปราบเสนอแยกระบบให้ชัดว่า กรณีฉุกเฉินยังคงใช้ 1669 และระบบการแพทย์ฉุกเฉินตามมาตรฐานเดิม
ส่วนผู้ป่วยตามนัดที่มีความจำเป็นด้านการเดินทาง เสนอ MATRIX CARE RIDE สำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้มีภาวะพึ่งพิง และประชาชนที่เข้าเกณฑ์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์
รูปแบบคือ"บ้าน ถึง โรงพยาบาล/หน่วยบริการ ถึง บ้าน"รวมถึงการรองรับผู้ใช้ Wheelchair ผู้ป่วยนอนเปล หรือผู้ที่ต้องการการเคลื่อนย้ายเฉพาะทางตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง“มีสิทธิรักษา ต้องไม่เสียสิทธิเพราะไม่มีรถไปโรงพยาบาล” อุปกรณ์จำเป็น ไม่ต้องซื้อทุกบ้าน ภายใต้ MATRIX MEDICAL EQUIPMENT BANK เสนอระบบยืมอุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และผู้มีภาวะพึ่งพิงที่เข้าเกณฑ์ เช่น เตียงผู้ป่วย Wheelchair Walker ไม้เท้า ที่นอนลม และอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนย้าย เมื่อผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้อีก อุปกรณ์จะถูกนำกลับมาทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ ตรวจสภาพ ซ่อม และหมุนเวียนให้ครอบครัวอื่นต่อไป อุปกรณ์ที่ต้องมีข้อบ่งชี้หรือการควบคุมการใช้จะต้องผ่านการประเมินของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง “หนึ่งชิ้น ไม่ได้ช่วยแค่หนึ่งบ้าน แต่หมุนเวียนช่วยได้หลายครอบครัว”
บ้านต้องปลอดภัยก่อนเกิดเหตุ MATRIX SAFE HOME สนับสนุนการปรับสภาพบ้านของผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้มีภาวะพึ่งพิงที่เข้าเกณฑ์ เช่น ราวจับ พื้นกันลื่น ห้องน้ำ ทางลาด ทางเดิน และจุดเสี่ยงต่อการหกล้ม ตั้งเป้าขยายการช่วยเหลือในระดับหลายร้อยหลังต่อปี โดยจำนวนจริงต้องขึ้นอยู่กับการประเมินความจำเป็น งบประมาณ ต้นทุนจริง และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง “ป้องกันก่อนล้ม ดีกว่ารักษาหลังล้ม”ผู้พิการต้องใช้เมืองได้
นโยบาย MATRIX DISABILITY ACCESS เน้นลดอุปสรรคในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทางลาด ห้องน้ำ การเข้าถึงบริการ การเดินทาง การสื่อสาร หรือ Digital Accessibility ในพื้นที่และบริการที่อยู่ในความรับผิดชอบ พร้อมเชื่อมผู้พิการที่ต้องการพัฒนาทักษะหรือประกอบอาชีพไปยังระบบฝึกอาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง“ลดสิ่งที่ทำให้เขาต้องพึ่งคนอื่นโดยไม่จำเป็น”
“คนดูแล” ก็ต้องได้รับการดูแล
ดร.ปราบระบุว่า ผู้ป่วยหนึ่งคนอาจทำให้สมาชิกอีกคนของครอบครัวต้องลดเวลาทำงานหรือหยุดงานเพื่อดูแล จึงเสนอ MATRIX CAREGIVER SUPPORT ทั้งการอบรม Caregiver การเชื่อม Day Care และ Home Care รวมถึงรูปแบบช่วยพักภาระผู้ดูแลที่ดำเนินการได้ตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ “ถ้าคนดูแลหมดแรง ระบบดูแลทั้งบ้านก็มีปัญหา”
สูงวัย แต่ยังสร้างคุณค่าได้ สำหรับผู้สูง อายุที่ยังแข็งแรง MATRIX ACTIVE SENIOR เสนอพื้นที่และกิจกรรมออกกำลังกาย การเรียนรู้ Digital/AI งานอดิเรก การพัฒนาทักษะ การถ่ายทอดประสบการณ์ กิจกรรมระหว่างวัย และโอกาสสร้างรายได้ตามความเหมาะสม
เปลี่ยนมุมมองจาก “ผู้สูงอายุ = ผู้รับสวัสดิการ” เป็น “ผู้สูงอายุ = พลังและประสบการณ์ของเมือง”
ONE CARE — เล่าปัญหาครั้งเดียว ระบบต้องพาไปถึงบริการ
หัวใจด้านการเข้าถึงคือ MATRIX ONE CARE ซึ่งไม่ได้ยึดติดว่าประชาชนทุกคนต้องดาวน์โหลดแอปใหม่ แต่เปิดได้หลายช่องทาง ทั้ง Web App ช่องทางดิจิทัล โทรศัพท์ และเจ้าหน้าที่ ประชาชนหรือ ครอบครัวสามารถใช้ช่องทางเดียวเพื่อขอ Care Ride ยืมอุปกรณ์ ประสาน Home Care ลงทะเบียน Day Care นัด Telecare ขอ Safe Home ตรวจสิทธิ ขอคำปรึกษา Caregiver และติดตามสถานะคำขอ สำหรับผู้สูงอายุหรือประชาชนที่ไม่ได้ใช้ Smartphone สามารถติดต่อทางโทรศัพท์หรือให้เจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการได้ “ประชาชนเล่าปัญหาครั้งเดียว ระบบต้องพาไปถึงบริการ”
รัฐเห็นคน — แต่ไม่เปิดข้อมูลส่วนตัว
ดร.ปราบ ระบุว่า MATRIX X-RAY ไม่ได้หมายถึงการสร้างฐานข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการประสานและใช้ข้อมูลที่มีอยู่เท่าที่กฎหมาย ฐานอำนาจ ข้อตกลง และสิทธิการเข้าถึงอนุญาต เป้าหมายคือทำให้เห็นภาพรวมว่า พื้นที่ไหนมีผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงมาก ใครกำลังรออุปกรณ์ พื้นที่ใดมีปัญหาเรื่องการเดินทาง หรือบริการใดยังมีคนรอ แต่ต้องมี หลักชัดเจนว่า “รัฐเห็นข้อมูลที่จำเป็น ไม่ได้แปลว่าคนอื่นเห็นข้อมูลส่วนตัว” ข้อมูลสุขภาพ ที่อยู่ และข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่ปรากฏบน Dashboard สาธารณะ โดยประชาชนทั่วไปจะเห็นเฉพาะข้อมูลภาพรวมที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
ประชาชนเห็นรัฐ งบต้องตามไปถึงผลลัพธ์
อีกด้านหนึ่งคือ MATRIX OPEN BUDGET & PERFORMANCE DASHBOARD แนวคิดไม่ได้อยู่ที่การสร้าง Dashboard ใหม่อีกหนึ่งตัว แต่คือการเชื่อม บริการ งบประมาณ และผลลัพธ์ ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลที่เปิดเผยได้ตามกฎหมายว่า โครงการอะไร ใช้งบเท่าไร ราคากลางเท่าไร ซื้ออะไร ใครดำเนินการ เบิกจ่ายเท่าไร และงานคืบหน้าเพียงใด
พร้อมเห็นผลลัพธ์ เช่น Care Ride วิ่งกี่เที่ยว เวลารอเฉลี่ยเท่าไร Day Care ดูแลกี่คน Equipment Bank มีของพร้อมยืมกี่ชิ้น Home Care เข้าถึงกี่ราย Telecare ให้บริการกี่ครั้ง และ Safe Home ปรับแล้วกี่หลัง
“ข้อมูลประชาชนเป็นความลับ แต่งบประมาณของรัฐต้องเปิดให้ประชาชนเห็น”
"100 วันแรก" ตรวจของเดิม เชื่อมระบบ เริ่มบริการ
ดร.ปราบ เสนอว่าหากได้รับโอกาสเข้าบริหาร อบจ.นนทบุรี 100 วันแรกต้องไม่เริ่มจากการซื้อรถ ซื้ออุปกรณ์ หรือสร้างอาคารจำนวนมากก่อนรู้ว่าทรัพยากรเดิมมีอะไรอยู่แล้ว แต่ต้องเดินหน้า 4 เรื่อง
1. X-RAY ทรัพยากรและบริการเดิม ตรวจรถรับส่งผู้ป่วย อุปกรณ์ให้ยืม พื้นที่ Day Care ระบบ Home Care/LTC งบเดิม และพื้นที่ที่ยังมีช่องว่าง โดยตอบให้ได้ว่า “ของที่มีอยู่ อยู่ที่ไหน ใช้งานได้แค่ไหน และใครยังไม่ได้รับบริการ”
2. เปิด MATRIX ONE CARE รุ่นแรก ให้ประชาชนเริ่มขอ Care Ride ยืมอุปกรณ์ ประสาน Home Care ลงทะเบียน Day Care ตรวจสิทธิ และติดตามสถานะผ่านช่องทางออนไลน์และ Call Center
3. เริ่มบริการนำร่องที่ต่อยอดของเดิมได้เร็ว โดยให้ความสำคัญกับ Care Ride, Medical Equipment Bank และ Home Care Coordination ก่อน พร้อมเตรียมขยาย Day Care, Telecare และ Safe Home ในพื้นที่ที่พร้อม
4. เปิด Dashboard และรายงาน 100 วัน เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าเชื่อมรถได้กี่คัน ให้บริการกี่เที่ยว มีอุปกรณ์พร้อมยืมกี่ชิ้น ประสาน Home Care กี่ราย รับคำขอกี่เรื่อง ดำเนินการแล้วเท่าไร และใช้งบจริงเท่าไร
ดร.ปราบ กล่าวว่า“100 วันแรกต้องไม่จบที่คำว่า ‘กำลังศึกษา’ แต่ประชาชนต้องเห็นว่าระบบเริ่มทำงานตรงไหนแล้ว”กรอบงบไม่เกิน 240 ล้านบาท “ไม่ใช่งบที่ต้องใช้ให้หมด” สำหรับการขยาย MATRIX X-RAY CARE เต็มระบบ วางกรอบนโยบายเบื้องต้น ไม่เกินประมาณ 240 ล้านบาทต่อปี หรือราว 7.5% ของกรอบร่างงบประมาณรายจ่าย อบจ.นนท บุรี ปี 2570 จำนวน 3,200 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่งบที่ได้รับอนุมัติ ไม่ใช่ยอดที่จะต้องใช้ให้หมด และไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเงินใหม่ทั้งหมด จำนวนเงินจริงต้องกำหนดหลังตรวจทรัพยากร สิทธิ งบเดิม และช่องว่างของบริการก่อน หลักการคือ ของเดิมมี ใช้ก่อน, สิทธิเดิมมี ใช้ก่อน, ระบบเดิมดี ให้เชื่อมต่อ, ขาดตรงไหนให้อบจ.เติม จะซื้อหรือสร้างใหม่ เมื่อข้อมูลยืนยันว่าจำเป็น การดำเนินงานต้องใช้กลไกของ สปสช. ระบบ LTC กองทุนฟื้นฟู หน่วยงานสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เต็มศักยภาพก่อน และให้งบ อบจ.สนับ สนุนในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และยังมีช่องว่าง โดยการใช้เงินจริงต้องผ่านแผนพัฒนา ข้อบัญญัติงบประมาณ กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ตัวชี้วัดจึงไม่ใช่เพียง “ใช้เงินไปเท่าไร” แต่ต้องตอบได้ว่า “จ่ายอะไร ราคาเท่าไร ช่วยกี่คน ได้ผลอย่างไร”
ดร.ปราบ กล่าวว่า “เราไม่ต้องสำรวจใหม่เพื่อรู้ว่าคนติดเตียงต้องการการดูแล คนที่มีหมอนัดแต่เดินทางลำบากต้องการรถ หรือครอบครัวที่มีผู้ป่วยต้องการอุปกรณ์ สิ่งที่รัฐต้อง X-RAY คือใครยังตกหล่น แล้วทำให้บริการไปถึงเขา”พร้อมระบุว่า “สำหรับบางครอบครัว ปัญหาไม่ใช่ไม่มีหมอหรือไม่มีสิทธิรักษา แต่คือไม่มีรถพาไป โรงพยาบาลอาจอยู่ไม่ไกล แต่สำหรับคนติดเตียง ระยะทางไม่กี่กิโลเมตรก็เป็นอุปสรรคใหญ่ เราต้องทำให้คนที่จำเป็นเข้าถึงรถรับส่งผู้ป่วยได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตามระบบและหลักเกณฑ์” และย้ำว่า“เมื่อรัฐมองเห็นประชาชน ประชาชนก็ต้องมองเห็นรัฐ ข้อมูลสุขภาพของคุณต้องเป็นความลับแต่เงินของรัฐต้องเปิดให้คุณตรวจสอบได้”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




