นายกฯสั่งสธ. ตั้งการ์ดระวัง สกัดเชื้อมรณะ

นายกฯสั่งสธ.
ตั้งการ์ดระวัง
สกัดเชื้อมรณะ
หลังนักวิจัยดับ
นายกฯชี้เคสนักวิจัยหญิงชาวรัสเซียเสียชีวิต โยงทั่วโลกผวาจับตา‘กาฬโรค’ลามระบาด สั่ง’สธ.-ไทย’ตั้งการ์ดเฝ้าระวัง-มีมาตรการเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ด้านสหรัฐฯเฝ้าระวังใกล้ชิดหวั่นเชื้อรั่วไหลออกจากรัสเซีย ทรัมป์ยืนยันพร้อมยื่นมือช่วยเหลือรัสเซียองค์การอนามัยโลกประเมินความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำรัสเซียยันสถานการณ์ควบคุมได้-ยังไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้เสียชีวิตอีกกว่า200คน ถูกกักตัว เฝ้าระวัง
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าเป็นประธานการประชุมพรรคภูมิใจไทยประจำสัปดาห์ โดยผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีนักวิจัยหญิงชาวรัสเซียเสียชีวิตในศูนย์วิจัยโรคกาฬโรคในไซบีเรีย จนเป็นที่น่าจับตามองของหลายประเทศ ทางไทยมีข้อมูลแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สั่งการทุกเช้า ทางกระทรวงสาธารณสุข เฝ้าระวังคือ การตั้งการ์ด เตรียมพร้อมเรื่องเวชภัณฑ์ เมื่อถามว่ายังไม่ถึงขั้นต้องสกัดกั้นการเดินทางจากทางรัสเซียหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าเขามีมาตรการอยู่แล้ว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ พร้อมด้วย นายมาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศ ยืนยันแล้วว่าสหรัฐฯกำลัง “เฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด”หลังเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการของสถาบันวิจัยโรคระบาดในภูมิภาคไซบีเรียเสียชีวิตด้วยโรคปอดบวม โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของโรคกาฬโรค
ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่ารัฐบาลวอชิงตันพร้อมจะให้ความช่วยเหลือรัสเซีย การเสียชีวิตดังกล่าว ถือเป็น“ปัญหาใหญ่สำหรับรัสเซีย”และสหรัฐพร้อมช่วยเหลือหากรัสเซียกำลังเผชิญกับสถานการณ์ลักษณะนี้และระบุว่าผมไม่อยากเห็นพวกเขาประสบกับเรื่องแบบนี้แต่เราจะช่วยทุกคนที่มีปัญหาแบบนี้ เราพร้อมจะให้ความช่วยเหลือเสมอ”
ขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่ารัฐบาลวอชิงตันกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและระบุว่า“ผมคิดว่ามันยังไม่มีเหตุให้ต้องตื่นตระหนก แต่เป็นเหตุให้ต้องให้ความสนใจและคอยจับตาดูไว้อย่างใกล้ชิด ซึ่งเรากำลังทำเช่นนั้นอยู่”
ด้านองค์การอนามัยโลก(ดับเบิลยูเอชโอ)ออกแถลงการณ์ระบุว่าจากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ความเสี่ยงด้านสาธารณสุขต่อประชาชนทั่วไป“อยู่ในระดับต่ำ”อย่างไรก็ดีจะมีการประเมินความเสี่ยงใหม่อีกครั้ง เมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้ ทางการรัสเซียเร่งตรวจสอบเหตุสารก่อโรคอันตรายอาจรั่วไหล จากอุบัติเหตุภายในห้องปฏิบัติการที่เมืองเชเลคอฟใกล้เมืองอีร์คุตสค์ โดยผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่หญิงวัย 28 ปีต่อมาหน่วยงานเฝ้าระวังสุขภาพและผู้บริโภคของรัสเซีย ได้เข้าตรวจสอบห้องแล็บดังกล่าวและยืนยันว่าไม่มีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น
ด้านสำนักงานกำกับดูแลด้านโรคติดเชื้อของรัสเซียหรือรอสโปเตร็บนาดซอร์ระบุว่ายังไม่ทราบแน่ชัดว่าเชื้อหรือสารใดรั่วไหล ส่วนผู้เสียชีวิตได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดบวมจากสาเหตุที่ยังไม่ทราบแน่ชัด
ขณะที่รัสเซียยืนยันว่าสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมและยังไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ โดยผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิตทั้งหมดได้รับการติดตาม ตรวจสอบและอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังทางการแพทย์
มีรายงานว่าประชาชนอีกราว 200 คน ซึ่งเคยสัมผัสกับผู้เสียชีวิตถูกกักตัวเพื่อเฝ้าระวังขณะที่โรงพยาบาลซึ่งเธอเสียชีวิตถูกควบคุมพื้นที่บางส่วน
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานเฝ้าระวังด้านสาธารณสุขของรัสเซีย ยืนยันว่ายังไม่พบหลักฐานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานหรือการสัมผัสเชื้อก่อโรคภายในห้องปฏิบัติการ
ด้านนายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐมนตรีรัสเซีย ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ และให้ยึดแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเป็นหลัก
นายอิกอร์ค็อบเซฟ ผู้ว่าการแคว้นอีร์คุตสค์ เรียกร้องประชาชนอย่าตื่นตระหนก พร้อมจัดประชุมคณะกรรมการต่อต้านการแพร่ระบาดเป็นกรณีพิเศษหลังมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตอาจติดเชื้อกาฬโรค แต่ยืนยันว่ายังไม่พบการแพร่ระบาดในพื้นที่
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับรอสโปเตร็บนาดซอร์เปิดเผยว่าการติดเชื้อดังกล่าวมีแนวโน้มไม่ใช่กาฬโรค และแม้ได้รับการยืนยันก็ไม่น่าจะนำไปสู่การแพร่ระบาดในวงกว้าง
อนึ่งองค์การอนามัยโลก(ดับเบิลยูเอชโอ)ระบุว่า กาฬโรคมีอัตราการเสียชีวิตสูง แต่สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ หากผู้ป่วยถึงมือแพทย์อย่างทันท่วงทีและลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อได้ด้วยมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

