องครักษ์-ปทุมฯสุดทน ม็อบน้ำเดือด บุกจี้กรมชลประทาน เปิดประตูระบายด่วน

องครักษ์-ปทุมฯสุดทน
ม็อบน้ำเดือด
บุกจี้กรมชลประทาน
เปิดประตูระบายด่วน
รบ.สั่งสกัดท่วมภูเก็ต
ศึกน้ำ 2 จังหวัดปะทุ ชาวบ้าน อ.องครักษ์ เผชิญหน้าเจ้าหน้าที่กรมชลประทานด้วยความตึงเครียดทดลองเปิดประตูน้ำคลอง 12 ก่อน เสริมระบายผ่านคลอง 13 และ 8 หวั่นน้ำย้อนท่วมปทุมธานี ขณะที่นายกฯประชุม บกปภ.ช. ก่อนพักยาว กำชับมอนิเตอร์สถานการณ์น้ำต่อเนื่อง ชมเพชรบุรี จัดการน้ำดี -แห้งเร็ว ชูเป็นแบบอย่างให้จังหวัดอื่น สั่งเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยภาคใต้ ระบุมี“รมต.ภาคใต้”อยู่ในพื้นที่แล้ว ย้ำ คลอง ร.1ต้องเสร็จทันฤดูน้ำหลาก มท.4 สั่งการ10 ข้อ รับมือสถานการณ์น้ำที่ภูเก็ต กทม.เดินหน้าระบายน้ำฝั่งตะวันออก ฟื้นฟูชุมชนร่มเกล้า เก็บขยะแล้วกว่า 5,000 ตัน ขณะที่การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จ่ายแล้ว 5 รอบรวม 1.35 แสนครัวเรือน เป็นเงินกว่า 1 พันล้านบาท
เมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายภราดร ปริศนานันกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ตัวแทนเหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายกฯ กล่าวว่า นายกฯ กล่าวช่วงต้นการประชุมว่า ในวันนี้ตนมีความคาดหวังว่าน่าจะเป็นเป็นช่วงท้ายๆของการบริหารสถานการณ์เพราะฝนที่เรากำลังเผชิญน่าจะเป็นฝนที่หนักในรอบท้ายของฤดูกาลเช่นกัน ต้องถือว่าปริมาณน้ำฝนที่เราคาดการณ์ไว้ว่าจะมาอย่างกลางถึงค่อนข้างหนัก ไม่ได้เป็นไปตามปริมาณและไม่ได้มากเกินกว่าที่เราจะบริหารจัดการได้ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยความเรียบร้อย แม้กระทั่งในพื้นที่น้ำท่วมอย่างเช่นกรุงเทพฯทุกท่านได้ร่วมแรงร่วมใจกันผ่อนคลายสถานการณ์ไปจนอาจจะเรียกได้ว่าสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ
ชื่นชมเพชรบุรีบริหารจัดการดี
นายกฯ กล่าวอีกว่า สถานการณ์น้ำโดยรวมเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ขอชื่นชมจังหวัดเพชรบุรี มีฝนตกช่วงบ่าย โดยมีภาพถ่ายวิดีโอรายงานเข้ามาที่ตนก็เห็นว่ามีน้ำท่วมเข้าไปในบริเวณอำเภอเมือง และชุมชนใหญ่ในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะต้องมีการเร่งระดมการช่วยเหลือเข้าไป และตนได้เตรียมความพร้อมแล้ว ตอนนั้นอยู่ที่ จ.เพชรบูรณ์ก่อนจะออกมาก็มีการประสานว่าถ้าสถานการณ์มีความทวีความรุนแรงขึ้นก็อาจจะขอลงไปดูในพื้นที่ แต่เมื่อมาถึงกรุงเทพฯแล้ว ได้รับรายงานว่าระดับน้ำลดลง แห้งเกือบหมดแล้ว ซึ่งตรงนี้เป็นส่วนที่เราสามารถ คิดเป็นรูปแบบในการทำงานรับมือสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดได้ อย่างที่เราหารือไปก่อนหน้านี้ ฝนตกเราห้ามไม่ได้ ธรรมชาติห้ามไม่ได้ ฝนห้ามไม่ได้ แต่การบริหารจัดการเส้นทางของน้ำ การบริหารจัดการท่อระบายน้ำ การผันน้ำไปในแหล่งรับน้ำที่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่เสียหายด้วยความรวดเร็ว
ให้จังหวัดภาคใต้ยึดเป็นตัวอย่าง
นายกฯ กล่าวอีกว่า ตรงนี้ ตนถือว่าจังหวัดเพชรบุรีดำเนินการได้ดี เพราะตอนที่ภาพรายงานเข้ามาค่อนข้างที่จะเลยระดับหัวเข่าแล้ว ฉะนั้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เราสามารถพลิกสถานการณ์ได้ อันนี้ขอให้ ผวจ.ตั้งแต่ภาคใต้ตอนบนไปจนถึงจังหวัดนราธิวาส ขอให้เตรียมรับมือเช่นนี้เอาไว้ การระดมการช่วยเหลือ ความพร้อมทราบมาว่าเราได้มีการระดมความช่วยเหลือเรื่องของการวางแผน เรื่องของการอพยพกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยได้ทันท่วงทีมีประสิทธิภาพและระดมเครื่องมือ เครื่องจักรเข้าไปอย่างเต็มที่ แต่ว่าโชคดีที่ยังไม่ได้ใช้อย่างเต็มกำลัง ด้วยความที่การระบายน้ำมีประสิทธิภาพ จึงทำให้สถานการณ์กับคืนสู่สภาวะปกติด้วยความรวดเร็วขอให้มีการเตรียมพร้อม ในรูปแบบเช่นนี้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภาคใต้
สั่งอัปเดตการแจ้งเตือนสถานการณ์
ทั้งนี้ การแจ้งเตือนภัยต่างๆ ขอให้ทางปภ.ได้อัปเดตทั้งโปรแกรมและรูปแบบการแจ้งเตือนตลอดเวลา ในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีสถานการณ์แจ้งทีหน่อยในช่วงเวลาสั้นลงให้ชาวบ้านได้รับรู้รับทราบสถานการณ์ด้วย เพื่อที่ประชาชนจะได้มีเวลาในการเตรียมการต่างๆได้ทัน สำหรับพื้นที่จังหวัดที่คลี่คลายแล้ว ให้ปรับเข้าสู่โหมดฟื้นฟูเยียวยา ดำเนินการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค บูรณาการการลงพื้นที่ทำความสะอาดบ้านเรือนของประชาชน ฟื้นฟูเส้นทางคมนาคม ถนนหนทาง ให้สามารถสัญจรด้วยความปกติได้และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย
พักการประชุม ผบปภ.ช.
นายกฯ กล่าวอีกว่า สัปดาห์นี้อาจจะเป็นสัปดาห์ที่มีความวุ่นวายเล็กน้อย เพราะประเทศไทยในเรื่องของการจราจร ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม IMF-World Bank 2026 มีผู้นำจากหลายประเทศเดินทางเข้ามา ทางราชการได้ประกาศให้วันที่ 16 ต.ค.นี้เป็นหยุดวันราชการเนื่องจากมีพิธีเปิดใหญ่ และในวันที่ 13 ต.ค.เป็นวันคล้ายวันครบรอบสวรรคตของรัชกาลที่ 9 ถือว่าเป็นวันหยุดราชการอีก 1 วัน สัปดาห์นี้ทางราชการได้ ขอให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้ความร่วมมือในการเวิร์คฟอร์มโฮมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นการผ่อนคลายสภาพการจราจร และเนื่องจากสถานการณ์ค่อนข้างที่จะเข้ามาระดับที่แต่ละจังหวัดแต่ละหน่วยสามารถควบคุมได้แล้ว จึงจะขอหลังจากการประชุมวันนี้ เราจะพักการประชุมประจำวันในช่วงเช้าและเฝ้าติดตามสถานการณ์ แต่ก็ขอให้มีการสแตนด์บายไว้ ถ้าทุกอย่างดำเนินการไปได้โดยสภาพการเป็นไปตามสภาพปกติ เราก็จะมาประเมินอีกครั้งว่าจะมีการเชิญประชุมหรือไม่
สั่งพร้อมรับมืออุทกภัยภาคใต้
นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการแจ้งพักประชุม บกปภ.ช. ว่า ไม่เชิงพัก แต่ในสัปดาห์นี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมธนาคารโลก และ IMF ซึ่งสถานการณ์โดยรวมใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากยังเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยไม่กี่จุด ซึ่งเกิดจากสภาพภูมิประเทศ
เมื่อถามว่าจะต้องส่งรัฐมนตรีเข้าไปประจำการในพื้นที่ภาคใต้ที่เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย รับผิดชอบร่วมกัน ทั้งนี้เมื่อวันเสาร์(10ต.ค.)ที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่กับผู้ว่าฯจังหวัดภาคใต้ จ.ปัตตานี ซึ่งทุกฝ่ายเตรียมความพร้อม เตรียมแผนเผชิญเหตุ เตรียมสิ่งที่จำเป็นเพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
เมื่อถามว่า พื้นที่ภาคใต้มีจังหวัดไหนที่น่าเป็นห่วงหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า เป็นจังหวัดเดิม ๆ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นราธิวาสก็มีเรื่องของน้ำหลาก สงขลา พัทลุง สตูล ตรัง ก็มีเหตุอยู่ประจำ ก็ต้องเร่งแก้ไข ส่วนสงขลามีการยกระดับการป้องกันหลายอย่าง การขุดลอกคูคลองเพิ่มแหล่งรับน้ำให้มีเส้นทางน้ำออกไปสู่ทะเลสาบสงขลาเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการปรับปรุงคลอง ร.1 ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติงบกลางไปกว่า 700-800 ล้านบาท ซึ่งความคืบหน้าเป็นไปได้ด้วยดี
เมื่อถามย้ำว่าคลอง ร.1 จะเสร็จทันในฤดูน้ำหลากนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องทัน เพราะถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไข แต่ตอนนี้ทราบมาว่าการดำเนินการคืบหน้าไปมาก กรมชลประทานติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
มอบมท.4รับมืออุทกภัยเกาะภูเก็ต
ที่ห้องประชุมมุกดา ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มอบหมายนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายวสันต์ ไชยทวีวงศ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ ร่วมประชุม
สั่งการ10ข้อรับมือสถานการณ์
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า นายวรศิษฎ์ เน้นย้ำ ผวจ.ภูเก็ต ดำเนินมาตรการเร่งด่วน 10 แนวทาง ได้แก่ 1. สิ่งสำคัญที่สุด คือ”เราต้องพร้อมรับมือ” เพราะแม้ว่า เราจะห้ามฟ้าห้ามฝนไม่ได้ แต่เราต้องพร้อมเข้าไปช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนได้ 2. กำจัดอุปสรรค สิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยเฉพาะจุดที่น้ำท่วมซ้ำซาก พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ 3. การใช้งบประมาณทดรองราชการ รวมถึงงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด 4.การสื่อสารข้อมูลในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องมีรูปแบบการสื่อสารที่เข้าถึงทั้งประชาชนในพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยว 5.ต้องมีชุดข้อมูลเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ ทั้งน้ำฝนและน้ำในดินจากกรมอุตุนิยมวิทยา Gistda ปภ. และกรมทรัพยากรธรณี ต้องประเมินได้ว่าดินพื้นที่นั้น ๆ สามารถรับน้ำฝนได้เท่าไหร่ 6. ต้องบริหารประสิทธิภาพการระบายน้ำให้สอดรับกับปริมาณน้ำที่จะมีในพื้นที่
- ความพร้อมของเครื่องมือ เครื่องจักรกลสาธารณภัย รถไถ รถตัก รถยกสูง เรือเล็ก ต้องต้องมีบัญชีเครื่องจักรกล ทั้งของ ปภ. กองทัพ กระทรวงคมนาคม และ อปท. ทั้งหมด รวมถึงต้องสำรองการประสานเครื่องจักรกลภาคเอกชนด้วย 8.ความพร้อมด้านกำลังพล สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อปพร. ประชาชนจิตอาสา ในพื้นที่ 9.หากเกิดภัย ต้องรู้ว่า “คนกลุ่มแรกที่ต้องช่วยอยู่ที่ไหน” และเร่งทำการลำเลียงผู้ป่วย กลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ไปยังสถานพยาบาล รวมทั้งพื้นที่ปลอดภัย และ 10.การจัดการศูนย์พักพิง ต้องมีความพร้อมทันที สามารถรองรับผู้อพยพ มีปัจจัย 4 ครบถ้วนสมบูรณ์ ถูกสุขลักษณะ
เขื่อนเจ้าพระยาลดระบายน้ำ
นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำเขื่อนภูมิพล มีปริมาณ 70% ของความจุเขื่อน เขื่อนสิริกิติ์ 82% ยืนยันว่าเขื่อนตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยามีความจุรับสถานการณ์ฝนได้อย่างแน่นอน จากการติดตามสถานการณ์น้ำ 2-3 วันที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกที่ จ.กำแพงเพชร ทำให้แม่น้ำปิงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างช้าๆ ไม่มากนัก จากการคาดการณ์ของกรมชลประทาน การบริหารจัดการน้ำเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กทม. และสมุทรปราการ แม้แม่น้ำปิงมีแนวโน้มสูงขึ้นแต่ไม่มากนัก แต่ได้ประเมินสถานการณ์ว่าสามารถลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาได้ จาก 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
อุตุฯเตือน13-16ต.ค.กทม.ฝนหนัก
นายฟาตา มรรษทวี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบงานการพยากรณ์อุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงสถานการณ์ฝนว่าฝนเริ่มลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล โดยช่วงวันที่ 13 - 16 ต.ค.มีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทางตะวันตกของประเทศไทย ขณะที่ภาคเหนือ ภาคกลาง กทม.และปริมณฑล ตะวันออก จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยพื้นที่ที่เฝ้าระวังฝนตกหนัก พื้นที่ภาคกลาง แถวตะวันตก เช่น จ.อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ส่วน กทม.จะมีฝนตกหนักเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำ ขณะที่ภาคใต้ มีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ส่วนวันที่ 17 และ 18 ต.ค.ฝนมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ภาคใต้ยังมีฝนตกหนักในบางพื้นที่
‘ลลิดา’เผยอยุธยาน้ำเริ่มลด
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผ่านศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ส่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกระทรวงมหาดไทย เข้าไปบริหารจัดการ น้ำที่ประตูระบายน้ำกลางคลอง 12 เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างเดียวที่สุด ส่วนสถานการณ์น้ำในสัปดาห์นี้ น้ำที่ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดเหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมถึงเขื่อนป่าสักและเขื่อนพระราม 6 ลดการระบายน้ำลงทำให้ จ.พระนครศรีอยุธยาระดับน้ำเริ่มลดลงตามลำดับ ส่วนภาคตะวันตก จ.เพชรบุรี มีฝนตกท้ายเขื่อนเป็นส่วนใหญ่ น้ำที่ท่วมลงมาเป็นน้ำหลาก ส่วน จ.กาญจนบุรีและลุ่มน้ำแม่กลอง การระบายน้ำจะเท่าเดิม ทำให้บางจุดมีน้ำล้นตลิ่ง และในส่วนของภาคตะวันออกเหลือ เพียง อ.บางปะกง ที่น้ำลงช้า เพราะมีปัจจัยน้ำทะเลหนุน ซึ่งกรมชลประทานและกองทัพเรือได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและในอนาคตจะมีแผนระยะยาว
เก็บขยะชุมชนร่มเกล้าแล้ว5พันตัน
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า สำหรับการฟื้นฟูพื้นที่เขตลาดกระบัง โดยเฉพาะชุมชนร่มเกล้า กรุงเทพฯ ระดมเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน พร้อมเครื่องจักรและรถขนขยะ เร่งจัดเก็บขยะหลังน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถจัดเก็บได้แล้วกว่า 5,000 ตัน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ขณะที่ข้อมูลปริมาณขยะชิ้นใหญ่สะสมที่จัดเก็บในพื้นที่ประสบอุทกภัยตั้งแต่เริ่มดำเนินการอยู่ที่มากกว่า 1,000 ตัน และมีปริมาณขยะที่จัดเก็บได้เฉลี่ยวันละประมาณ 800 ตัน
กทม.ปรับลดเหลือ8เขตอุทกภัย
นายวิษณุ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรมระบบระบายน้ำ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร แถลงศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า เมื่อวันที่ 9 ต.ค.กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม.ได้ประกาศปรับลดพื้นที่ประสบภัยในพื้นที่กทม.เหลือ 8 เขต ประกอบด้วย เขตคลองสามวา บึงกุ่ม ประเวศ มีนบุรี, ลาดกระบัง สะพานสูง สายไหม และหนองจอก ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในพื้นที่กทม.ด้านตะวันออก ปัจจุบันกทม. ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา อย่างต่อเนื่อง หากระดับน้ำคลองสายหลักด้านตะวันออกของกทม. ลดลงเข้าสู่เกณฑ์ปกติ และมีศักยภาพรองรับน้ำเพิ่มเติมให้พิจารณา เปิดรับน้ำจากพื้นที่ภายนอก เพื่อช่วยระบายน้ำผ่านระบบที่คลองของ กทม.
ปภ.ระบุ20จว.ยังประสบน้ำท่วม
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดี ปภ. กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 20 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และชลบุรี รวมถึง กทม.รวม 100 อำเภอ 804 ตำบล 5,947 หมู่บ้าน 908,595 ครัวเรือน 2,458,895 คน โดยปภ.ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ระดมกำลังให้ความช่วยเหลือประชาชน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจความเสียหายและฟื้นฟูพื้นที่ซึ่งสถานการณ์คลี่คลาย รวมถึงจัดทำข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ
กนอ.สั่งระดมปั๊มน้ำรับมือ
ด้านนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งให้ตรวจคันกั้นน้ำทั้งหมด รวมถึงเตรียมพร้อมเรื่องปั๊มน้ำให้มากที่สุด เพื่อรับมือน้ำเหนือ และปริมาณฝนตก นอกจากนี้ยังให้คำนวณปริมาณน้ำที่กำลังจะไหลเข้ามาใหม่ ทั้งปริมาณน้ำเหนือ น้ำฝน และน้ำในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเดิมมีการคำนวณไว้ระดับหนึ่ง แต่ปัจจุบันมีปัจจัยเรื่องฝน เข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้น โดยการสูบน้ำออกจะกระทบกับชุมชนรอบนิคมฯ ซึ่งปริมาณน้ำมีมากกว่าที่คำนวณไว้ 10 ปีย้อนหลัง ช่วงที่ระบายน้ำออกจากนิคมฯ จะต้องบริหารจัดการให้ดี ไม่ให้กระทบต่อชุมชน
ฉะเชิงเทราน้ำทะเลหนุนซ้ำ
ที่ จ.ฉะเชิงเทรา สถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง นับเป็นวันที่ 5 และเป็นวันที่ 2 ที่น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงกลางวัน ส่งผลให้แม่น้ำบางปะกง เอ่อล้นท่วมถนนหลายสาย ระดับน้ำสูงประมาณ 25-30 เซนติเมตร และยังประกอบกับน้ำที่ไหลจากพื้นที่ตอนบน ทั้ง อ.บางคล้า อ.คลองเขื่อน รวมทั้งพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี มาสมทบ ทำให้น้ำเอ่อท่วมเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา อีกระลอก ขณะที่ตลาดโสธร ได้รับผลกระทบจนพ่อค้าแม่ค้าต้องหยุดค้าขายก่อนเวลา ส่วนตลาดบ้านใหม่ 100 ปี ใน ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ตลาดทั้งหมด ระดับน้ำสูง 5-10 เซนติเมตร สำหรับบ้านเรือนในชุมชนริมแม่น้ำ ระดับน้ำท่วมสูง 30-40 เซนติเมตร
สลดลุงเครียดน้ำท่วมผูกคอดับ
ร.ต.อ.รัฐกานต์ ทองไทย รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุมีชายถูกผูกคอ เสียชีวิตภายในบ้านพัก ภายในซอยตลาดโบราณนครเขต หมู่ 9 ต.คลองนครเนื่องเขต อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.พุทธโสธร และกู้ภัย พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายเกริก (สงวนนามสกุล) อายุ 66 ปี สภาพศพสวมเพียงกางเกงกีฬาขาสั้น ไม่สวมเสื้อ ที่คอถูกผูกไว้กับคานหลังคา จากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สิน หรือบาดแผลจากการถูกทำร้ายแต่อย่างใด ขณะที่พื้นบ้าน ยังมีร่องรอยความชื้นจากน้ำที่ท่วมก่อนหน้านี้ เบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตก่อเหตุผูกคอตัวเอง
น้องสาวผู้เสียชีวิต ให้การว่า พักอาศัยอยู่บ้านคนละบ้านกับพี่ชาย โดยพบพี่ชายครั้งสุดท้ายเมื่อช่วงกลางวันของวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา กระทั่งเริ่มเอะใจ เนื่องจากไม่พบพี่ชาย ออกมาประมาณ 3 วัน จึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปดู ก่อนจะพบว่าพี่ชายถูกผูกคอเสียชีวิตแล้ว โดยก่อนหน้านี้ที่บ้านหลังดังกล่าวมีน้ำเอ่อล้นมาจากในคลอง เข้าท่วม จนพี่ชายต้องย้ายไปอาศัยกับพี่สาวอีกคนในตัวเมืองฉะเชิงเทรา และเคยบ่นว่าเครียด ไม่อยากออกไปไหน แต่ก็ไม่คิดว่าพี่ชายจะก่อเหตุเช่นนี้ เบื้องต้นทางกู้ภัย ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลพุทธโสธร ก่อนจะมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
เขาย้อยน้ำหลากท่วมพื้นที่
ส่วนที่ จ.เพชรบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.เขาย้อย ว่ายังคงส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายชุมชน หลังจากมวลน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน และมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก ทางกู้ภัยต้องเร่งเข้าช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ไม่สามารถเดินได้ ออกจากพื้นที่ประสบภัย เพื่อความปลอดภัย ท่ามกลางความยากลำบากในการปฏิบัติงาน ซึ่งในช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา ต่อเนื่องถึงเช้า กู้ภัยได้เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่หมู่ 4 บ้านบางเค็มพัฒนา หมู่ 2 บ้านวัดโพธิ์ และหมู่ 6 บ้านล่าง อ.เขาย้อย โดยภารกิจสำคัญคือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและกลุ่มเปราะบาง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ออกจากบ้านที่ถูกน้ำท่วมสูง ซึ่งทางกู้ภัยต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ จนสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยออกมาได้ครบทั้งหมดทุกราย
ม็อบชาวองครักษ์ปะทะจนท.
ที่ จ.นครนายก ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเจรจาระหว่างชาวบ้าน อ.องครักษ์ กับทางเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน เพื่อหาทางระบายน้ำออกจากพื้นที่ เป็นไปด้วยความตึงเครียด หลังจากนายวิรวัฒน์ ผสมทรัพย์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ พยายามเข้าเจรจากับชาวบ้าน แต่กลับเกิดความไม่พอใจ มีเสียงด่าทอ ก่อนที่ชาวบ้านจะปิดถนน ทำให้ทางตำรวจ ต้องเข้ามาช่วยเจรจา ต่อมานายวิรวัฒน์ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นให้ทดลองเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 ทั้ง 2 บาน ขึ้นบานละ 10 เซนติเมตร เป็นเวลา 2 ชั่วโมง พร้อมติดตั้งท่อซิ่ง เพื่อสูบน้ำบริเวณคลอง 8 โดยหากการเปิดประตูระบายน้ำไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จะพิจารณาเปิดระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
กรมชลฯปรับการระบายน้ำ
ขณะเดียวกัน กรมชลประทาน จะเร่งผันน้ำจาก อ.องครักษ์ให้ไหลลงสู่คลอง 13 โดยได้สั่งปิดประตูระบายน้ำบริเวณคลองระพีพัฒน์ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงมาเติมในคลอง 13 พร้อมเร่งบริหารจัดการน้ำทั้งแนวตรงและแนวดิ่ง เพื่อระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาให้เร็วที่สุด ระหว่างการทดลองเปิดประตูระบายน้ำ พบว่ามวลชนฝั่งจังหวัดปทุมธานีส่งเสียงคัดค้าน เนื่องจากกังวลว่าการเปิดประตูคลอง 12 จะเป็นการผลักภาระน้ำท่วมมาให้ประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านฝั่งอำเภอองครักษ์ส่งเสียงแสดงความดีใจ โดยทั้งสองฝ่ายยังคงปักหลักติดตามสถานการณ์ เพื่อรอดูผลการทดลองเปิดประตูระบายน้ำครบ 2 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ภายหลังทดลองเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 ครบ 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ได้หารือร่วมกันอีกครั้ง ก่อนมีข้อสรุปเบื้องต้นให้ปิดประตูคลอง 12 เนื่องจากประเมินว่าหากเปิดต่อไป อาจทำให้น้ำไหลวนกลับไปทางอำเภอองครักษ์ แนวทางต่อจากนี้คือเปิดประตูระบายน้ำคลอง 13 และเตรียมเปิดประตูคลอง 8 เพื่อระบายน้ำเข้าสู่คลองรังสิต ก่อนสูบออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาผ่านประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์และบริเวณประตูน้ำพระเทพสถิตธรรม สำหรับการเปิดประตูคลอง 8 ต้องพิจารณาระดับน้ำในคลองรังสิตควบคู่กัน โดยปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 1.70 เมตร หากเพิ่มขึ้นถึง 1.90 เมตร จะต้องปิดประตูคลอง 8 เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับไปท่วมพื้นที่ จ.ปทุมธานี
จ่ายเยียวยาแล้ว1.35แสนครัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน กล่าวในประชุมบกปภ.ช. ถึงความคืบหน้าการจ่ายเยียวยาให้ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมว่า ต้องชื่นชมการเร่งสำรวจรายชื่อผู้ที่ได้รับความเสียหาย ที่อยู่ในข่ายเข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยาถึงปัจจุบัน ถึงวันนี้โอนเงินไปแล้วทั้งสิ้น 5 รอบ รวมทั้งหมด 135,782 ครัวเรือน เป็นเงิน 1.069 พันล้านบาท ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยรวบรวมรายชื่อผู้รับเงินเยียวยาจากทั่วประเทศ ทำให้เราสามารถเร่งโอนเงินเยียวยานี้รายละ 9,000 บาท ไปยังครัวเรือนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ สถานการณ์ครั้งนี้การช่วยเหลือเยียวยา เราทำได้เป็นรายวัน รายจังหวัด และโอนเงินไปรอในธนาคารได้ล่วงหน้า ฉะนั้น ตรงนี้ขอให้เร่งดำเนินการต่อไป
จี้เร่งจ่ายประกันภัยพิบัติครัวละหมื่น นอกจากนี้ ขอให้เร่งรัดกระบวนการที่ตนได้กล่าวมาแล้ว ทั้งสำรวจประเมินความเสียหายและลดขั้นตอนทางเอกสาร เพื่อเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ให้ถูกต้องรวดเร็ว
อุตฯใช้ม.39ปิดรง.ปล่อยสารพิษ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคราบน้ำมันและน้ำชะกากอุตสาหกรรมปนเปื้อนน้ำท่วมในพื้นที่ ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมส่งทีมลงไปประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ และโรงงานบางแห่งที่พิสูจน์แน่ชัดแล้วว่าดำเนินการผิดกฎหมาย ได้ปิดประกาศตามมาตรา 39ให้หยุดดำเนินการแล้ว ล่าสุด ได้ขอให้ว่าที่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งการไปยังอุตสาหกรรมจังหวัด และสนธิกำลังกับหลายฝ่าย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเข้มงวดในทุกโรงงาน หลังได้รับรายงานทั้งเรื่องโรงงานที่มีนอมินีและโรงงานอื่นๆวันนี้เราได้ให้ทีมลงไปลาดตระเวน ถ้าตรงไหนพิสูจน์ได้ตามข้อกฎหมายต่างๆ แล้วเห็นชัดเจน เราก็จะประกาศปิดทันที ส่วนความเสียหายไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมหรือความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ และค่าเสียหายต่าง ๆ ต้องรับผิดชอบโดยผู้ประกอบการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


