โสภณ ลุย 3 ภารกิจ จ.ร้อยเอ็ด ดันสืบสานประเพณี ดูแลสุขภาพ พลิกฟื้นทุ่งกุลา

18 ตุลาคม 2569 ที่บริเวณลำน้ำเตย ตำบลทุ่งกุลา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมประเพณีแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569 โดยมีนายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอสุวรรณภูมิ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ภายในงาน นายโสภณได้ลั่นฆ้องชัยเปิดการแข่งขันเรือยาวประเภท 40 ฝีพาย ซึ่งมีเรือเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 12 ลำ เพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่าของท้องถิ่น สะท้อนวิถีชีวิตความผูกพันกับสายน้ำ ตลอดจนส่งเสริมความสามัคคีและความเข้มแข็งของชุมชนให้คงอยู่สืบไป
จากนั้น นายโสภณและคณะเดินทางไปยังโรงพยาบาลสุวรรณภูมิ เพื่อร่วมพิธีเปิดอาคาร “เกษมรักษ์” ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดระยะฉุกเฉิน ก่อนส่งต่อเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู ณ หอผู้ป่วย “มินิธัญญารักษ์” โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ดและโรงพยาบาลสุวรรณภูมิร่วมกันพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดและสุขภาพจิตอย่างเป็นระบบ พร้อมส่งเสริมการฟื้นฟูผู้ป่วยให้สามารถกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคมได้อย่างยั่งยืน
ต่อมา นายโสภณได้ลงพื้นที่ติดตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อผลักดันการยกระดับภาคการเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง โดยมุ่งแก้ไขปัญหาดินเค็ม ดินกรด และดินเสื่อมสภาพ ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญของพื้นที่ พร้อมส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพและพืชเศรษฐกิจอินทรีย์ ผ่านระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร
ทั้งนี้ แนวทางการพัฒนามุ่งเน้นการฟื้นฟูและปรับปรุงบำรุงดินอย่างเป็นระบบ ทั้งการส่งเสริมให้เกษตรกรไถกลบตอซังแทนการเผา การปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน การใช้ปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพเพื่อลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนการใช้วัสดุปรับปรุงดิน เช่น โดโลไมท์ เพื่อแก้ไขปัญหาดินกรดในพื้นที่ที่เหมาะสม อันจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ยกระดับคุณภาพผลผลิต และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรในระยะยาว
การลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดของนายโสภณในครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญทั้ง 3 ด้าน ควบคู่กัน ได้แก่ การอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาระบบสาธารณสุขและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนการพลิกฟื้นพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้สู่แหล่งผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




