ภูเก็ตยับเยิน โคลนถล่มทับป่าตอง ชี้หนักสุดในรอบ50ปี

ภูเก็ตอ่วม! ป่าตอง เจอฝนถล่ม น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาดินโคลนถล่มทับเสียหายยับ ชาวบ้านชี้หนักสุดในรอบ 50 ปี รองผวจ.ภูเก็ต ลงพื้นที่ป่าตอง บัญชาการฟื้นฟูหลังน้ำลด ระดมล้างโคลน เคลื่อนย้ายสิ่งของ ทำความสะอาดเปิดศูนย์พักพิง 3 แห่ง ตำรวจท่องเที่ยวดูแลความปลอดภัยเข้ม 24 ชม. นายกฯสั่งเร่งระดมกำลังเครื่องจักรเข้าเคลียร์ หิน-ดิน-โคลนออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด เผยสถานการณ์ล่าสุด น้ำท่วมขังคลี่คลายแล้ว เตือนประชาชนยังมีฝนตกหนักขอให้เฝ้าระวังต่อเนื่อง สทนช.เตือน 14 จังหวัดใต้รับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก 26–29 ตุลาคม กรมอุตุฯประกาศเตือนภาคใต้ยังมีฝนตกหนักถึง 28 ตุลาคม
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงกลางดึกเวลาประมาณ 02.00 – 04.00 น. เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ กระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดพาดินโคลน เศษวัสดุและก้อนหินขนาดใหญ่ลงมาจากพื้นที่สูง กองเกลื่อนในชุมชน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน บ้านเรือน ร้านค้า กระจกร้านแตกเสียหาย ตลอดจนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ถูกน้ำท่วมจมหลายคันในพื้นที่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ออกประกาศเตือนภัยให้ประชาชนเฝ้าระวังฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากแต่ด้วยมวลน้ำที่ทะลักลงมาอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ตั้งตัวไม่ทัน
จากการสำรวจพบพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างโดยเฉพาะ ถนนผังเมืองสายก, วงเวียนหน้าซอย 8, ถนนบางลาวอล์คกิ้งสตรีท และจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ ซอยนานายใน 8 ซึ่งถูกมวลน้ำและดินหินไหลลงมาปิดทับเส้นทางจราจร การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก รถหลายประเภทไม่สามารถผ่านได้
ชาวบ้านระบุหนักสุดรอบ50ปี
ชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนเหตุการณ์ระทึกว่า เสียงน้ำป่าและก้อนหินไหลลงมาจากเขาดังน่ากลัว และถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเจอมา บางรายเปรียบเทียบว่าเป็นการท่วมหนักที่สุดในรอบเกือบ 50 ปี นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตจากชาวบ้านว่า เศษไม้และขยะที่ไหลมากับน้ำอาจเข้าไปอุดตันตะแกรงระบายน้ำ จนทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็ว ซึ่งยังรอการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ต่อมา นายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม และนายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางลลิตา มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขัง น้ำรอการระบาย และน้ำป่าไหลหลาก บริเวณซอยนาใน 5 ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคส่วนต่าง ๆ ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และทรัพยากรเข้าดำเนินการทำความสะอาดพื้นที่ พร้อมเร่งเก็บกวาดสิ่งปฏิกูล เศษวัสดุ และสิ่งตกค้างที่มากับน้ำ เพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
เปิดศูนย์ช่วยเหลือประชาชน
ขณะเดียวกัน เทศบาลเมืองป่าตองได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือประชาชนและจัดเตรียมศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมีสถานที่ให้บริการ ได้แก่ เทศบาลเมืองป่าตอง โรงเรียนวัดสุวรรณคีรีวงก์ และโรงแรมป่าตองเบย์ฮิลล์ ประชาชนที่ประสบเหตุฉุกเฉินหรือได้รับความเดือดร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองป่าตอง หมายเลขโทรศัพท์ 0 7634 2600 ตลอด 24 ชั่วโมงมีรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ อ.เมืองภูเก็ต 4 จุด และ อ.ถลาง 6 จุด คลี่คลายแล้ว ขณะที่ อ.กะทู้พบพื้นที่ได้รับผลกระทบ 13 จุด โดยพื้นที่ ต.ป่าตองบริเวณซอยราชปาทานุสรณ์และซอยบางลา สถานการณ์น้ำท่วมขังคลี่คลายแล้ว ส่วนซอยนาใน 5 และซอยนาใน 8 ระดับน้ำกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังมีดินโคลน ขยะ สิ่งปฏิกูล และเศษวัสดุตกค้างในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการจัดเก็บและทำความสะอาด
ตำรวจท่องเที่ยวดูแลเข้ม 24 ชม.
พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) กล่าวถึงกรณีเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ว่า ได้กำชับให้ตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือและดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้มอบหมายให้สถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (ภูเก็ต) โดย พ.ต.ท.เอกชัย ศิริ สวญ.ส.ทท.1ฯ สนธิกำลังร่วมกับ สภ.ป่าตอง ปภ.ภูเก็ต และหน่วยงานในพื้นที่ เร่งช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เคลียร์เศษวัสดุเพื่อเปิดเส้นทาง และจัดการจราจรอำนวยความสะดวก จัดชุดสายตรวจออกตรวจพื้นที่ พร้อมนำโดรนขึ้นบินสำรวจมุมสูง เพื่อประเมินสถานการณ์และสนับสนุนการวางแผนเข้าช่วยเหลือ รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลการเดินทาง แจ้งเตือนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วม และวางแผนเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ หากต้องการความช่วยเหลือหรือสอบถามข้อมูล สามารถติดต่อสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นายกฯสั่งเร่งเคลียร์พื้นที่
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีมีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ส่งผลให้ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมีน้ำท่วมหลายจุดเนื่องจากน้ำระบายไม่ทัน และมีน้ำป่าจากเขา 50 ปี ทำก้อนหิน ดินโคลน ไหลเข้าท่วมถนน และบ้านเรือนประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย สั่งการทุกส่วนราชการในพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือ พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้าทำความสะอาดพื้นที่ เก็บกวาดสิ่งปฏิกูล ตลอดจนเร่งช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุด เมื่อเวลา 08.00 น. ไม่มีน้ำท่วมขังแล้ว สภาพพื้นที่มีแต่โคลน กะเศษหินที่มากับน้ำ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเคลียร์พื้นที่ อย่างไรก็ตาม จังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ยกสิ่งของและทรัพย์สินไว้ในที่สูง และติดตามข่าวสารแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีการประกาศเตือนเรื่องฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม
กำชับเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า ในส่วนของเทศบาลเมืองป่าตองได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือประชาชนและจัดเตรียมศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมีสถานที่ให้บริการ ได้แก่ เทศบาลเมืองป่าตอง โรงเรียนวัดสุวรรณคีรีวงก์ และโรงแรมป่าตองเบย์ฮิลล์ พร้อมเปิดหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อให้ ประชาชนที่ประสบเหตุฉุกเฉินหรือได้รับความเดือดร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองป่าตอง หมายเลขโทรศัพท์ 0 7634 2600 ตลอด 24 ชั่วโมง
“นายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมเร่งเยียวยาตามระเบียบราชการ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แจ้งนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองท้องถิ่น และผู้นำชุมชน หรือโทรสายด่วน 1784” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
สทนช.เตือน14จว.ใต้รับมือฝนหนัก
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศฉบับที่ 12/2569 ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง ระหว่างวันที่ 26–29 ตุลาคม 2569 ครอบคลุม 14 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
สทนช.ระบุว่ามวลอากาศเย็นจากจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ลมตะวันออกพาความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน ขณะที่ร่องมรสุมบริเวณภาคใต้จะแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
จับตาอ่างเก็บน้ำและแม่น้ำสายหลัก
สทนช.ให้เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีปริมาณน้ำมากกว่า 80% ของความจุเก็บกัก รวมถึงอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กใน 14 จังหวัดภาคใต้ที่มีน้ำเกิน 80% พื้นที่ริมแม่น้ำและลำน้ำที่ต้องติดตามระดับน้ำ ได้แก่ คลองชุมพรและแม่น้ำหลังสวน จ.ชุมพร; แม่น้ำตาปีและแม่น้ำพุมดวง จ.สุราษฎร์ธานี; แม่น้ำตะกั่วป่า จ.พังงา; คลองชะอวดและคลองท่าดี จ.นครศรีธรรมราช; คลองปะเหลียนและแม่น้ำตรัง จ.ตรัง; คลองละงูและคลองดุสน จ.สตูล; คลองท่าแนะ จ.พัทลุง; แม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำสายบุรี รวมถึงแม่น้ำโก-ลกและคลองตันหยงมัส จ.นราธิวาส
ขอให้หน่วยงานเตรียมพร้อม
สทนช. ขอให้หน่วยงานติดตามฝนและสถานการณ์น้ำ โดยเน้นพื้นที่ที่มีฝนสะสมเกิน 90 มม. ใน 24 ชั่วโมง และจุดที่เคยเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ พร้อมตรวจและซ่อมแนวคันริมแม่น้ำ กำจัดสิ่งกีดขวาง ลอกท่อ และวางแผนระบายน้ำให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมถึงอิทธิพลของน้ำทะเลขึ้นลง หน่วยงานยังต้องเตรียมบุคลากรและเครื่องมือช่วยเหลือ รวมทั้งแจ้งสถานการณ์และเตือนประชาชนล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบเตรียมอพยพได้ทันเวลา
อุตุฯเตือนใต้ฝนหนักถึง28 ต.ค.
นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 6 (278/2569) โดยมีใจความว่าในช่วงวันที่ 26–28 ตุลาคม 2569 บริเวณภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้
ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน
ส่วนในช่วงวันที่ 26–27 ตุลาคม 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบน จะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนัก รวมทั้งฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง
เรียกเงินเยียวยาจากขรก.ทำได้ยาก
ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยนายอนุทิน ชี้แจงถึงการเรียกเงินเยียวยาคืนของบ้านพักข้าราชการ ว่า เมื่อจ่ายไปแล้ว จะเรียกคืน ตนว่ายาก ไม่ต้องเรียกคืนหากเขาไม่เข้าเกณฑ์และเขาไม่คืนมาเราก็ต้องใช้วิธีหักลบกลบหนี้ เป็นบ้านพักข้าราชการได้สิทธิ์นั้นไปก็ต้องไปดำเนินการเอามาคืนถ้าไม่คืนก็ต้องแจ้งกองคลัง ของหน่วยงานสังกัด เมื่อเขาทำผิดระเบียบความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ เวลาเข้ามาก็อยากจะจ่ายความเสียหายให้เร็วที่สุด แต่เมื่อไม่เข้าเกณฑ์เราก็ต้องดำเนินการ และเรามีความชอบธรรมที่จะดำเนินการอยู่แล้ว จึงขอฝากผู้ว่ากทม.หารือร่วมกันได้ใน
‘ชัชชาติ’โอดงบกลางกทม.เหลือ28ล.
ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในเรื่องเงินเยียวยาพื้นที่กรุงเทพฯ ทางผู้ว่าฯ กทม.ไม่มีเงินสำรอง 50 ล้านเหมือนที่อื่น ซึ่งเงิน 50 ล้านบาทอยู่ที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)เป็นผู้ดำเนินการ เรื่องเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจะมาจาก 2 ส่วน คืองบฯกลางที่ผู้ว่าฯมีอำนาจใช้ในกรณีฉุกเฉิน 400 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 372 ล้านบาท ช่วยผู้ประสบภัยโดยตรง 162ล้านบาท จำพวกถุงยังชีพ อาหารต่างๆ และอีก 210 ล้านบาท โอนไปสมทบ ปภ.ในกรณีเงินเยียวยา 5,000 บาทและ 9,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งงบกลางที่จะเหลือใช้ของกทม.ตอนนี้ เหลือเพียง 28 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินเกินดุลที่เก็บมา ใช้หนี้บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSไป 70,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเหลือน้อยมาก หากคิดถึงหนี้เก่าแล้ว เหลือเงินอยู่เพียง 1,420ล้านบาท เจียดมาจะเข้าสภา กทม.ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ เพื่อนำไปจ่ายซ่อมบ้านเรือนของประชาชน 1,139ล้านบาท ซึ่งเงินเหลือจริงๆเพียง 281ล้านบาท โดยเป็นเงินที่เหลืออยู่ในธนาคารสามารถใช้ได้
“หากมีอะไรฉุกเฉินในอีก 1 ปีข้างหน้า หรือว่า สถานการณ์การเงินของกทม.ค่อนข้างวิกฤติ งบกลางเหลือเพียง 28ล้านบาทและเงินสมทบจ่ายขาดที่จะเอาไปใช้ได้เหลือ 281 ล้านบาท ส่วนเงินที่จะนำไปใช้เยียวยาประชาชนทั้งหมด 1,511 ล้านบาท ที่มาจากเงินของเราเอง ทั้งนี้ ในส่วนของ กทม.ในเรื่องเงินเยียวยา เราขอเท่าที่ให้ไปแล้ว 210 ล้านบาท” นายชัชชาติ กล่าว
นายกฯชี้กทม.-ปภ.ต้องคุยกัน
จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า ทั้ง 2 หน่วยงาน คือ กทม. และ ปภ. จะต้องไปประชุมกัน โดยให้ รมช.มหาดไทยและปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมด้วย ถ้ามีเหตุมีผลตนได้หมด ซึ่งงเงินก็วนเวียนอยู่ตรงนี้ แต่ทั้งสองหน่วยงานต้องหาข้อตกลงกันให้ได้ เพราะถ้าหากยังเกี่ยงกัน เงินก็จะให้กับประชาชนช้าลง โดยต้องเร่งประชุมและหาข้อสรุป ซึ่งตนได้จัดการในส่วนของตนไปแล้ว ในระหว่างนั้น นายชัชชาติได้กล่าวแทรกว่า ตนมีอีกเยอะที่ต้องไปซ่อมแซม ก่อนกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรี
เมิน ปชป.ฟ้องศาลปกครอง
ต่อมา ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์กรณีการพูดคุยกับทางนายชัชชาติ เรื่องเงินสมทบเยียวยาน้ำท่วม 200 ล้านบาทว่าใกล้แล้ว สรุปเกือบได้แล้ว เมื่อถามย้ำว่าเรื่องเงินสมทบ 200 ล้านบาท นี้เป็นอย่างไรกันแน่ ต้องให้ทาง ปภ. และกทม. ไปเคลียร์กันใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คนที่เข้าข่าย เข้าเกณฑ์ ได้รับเงินช่วยเหลือจะได้รับทุกคน ไม่ว่าจะจะอยู่ กทม. หรือพื้นที่ใดของประเทศไทย ซึ่งเป็นประชาชนคนไทย เมื่อประสบภัยและเข้าเกณฑ์ได้รับเงินช่วยเหลือ ก็ไม่มีข้อยกเว้นอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการจัดสรรงบประมาณว่าหน่วยงานใดจะสมทบอย่างไร เป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในไม่มีผลกระทบต่อน้องประชาชน ส่วนกรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะฟ้องศาลปกครอง เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ และปภ. เนื่องจากบริหารน้ำท่วมกรุงเทพฯล้มเหลว นายกฯ ระบุว่า ก็แล้วแต่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

