4อำเภอจม-ดับแล้ว2 น้ำท่วมน่าน ระดมกู้ภัยช่วยเหลือ ส่งฮ.-เจ๊ตสกี-เรือลงพนท สูงทะลักเกือบถึงชั้นสอง ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ สั่งเฝ้าระวังตลอด24ชม.
20 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.
น่านอ่วม น้ำป่าไหลหลากท่วม อ.ปัว ดับแล้ว 2 ศพ เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจ-ช่วยเหลือ ด้านนายกฯสั่งบูรณาการให้ความช่วยเหลือ “ยศชนัน”บินด่วนลงพื้นที่ มท.ระดมกำลัง จัดเจ๊ตสกี เรือท้องแบน และเฮลิคอปเตอร์ สแตนด์บาย 24 ชั่วโมง ส่วน ตชด.ฝ่ากระแสน้ำ ช่วยชาวบ้านผู้ประสบภัย 3 รายออกมาได้อย่างปลอดภัย
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ จ.น่าน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ในห้วง 24 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.ปัว บริเวณ ต.อวน หมู่ 2, 8, 10, ต.วรนคร หมู่ 3, 6, 7, ต.ศิลาแลง หมู่ 1, 5, ต.ไชยวัฒนา หมู่ 2 และ ต.ปัว หมู่ 1, 4, 7, 8 โดยน้ำล้นตลิ่ง กระทบประชาชนกว่า 8,000 ครัวเรือนมีประชาชนกว่า 16,000 คน ได้รับความเดือดร้อน และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย สะพานและถนนเส้นทางสายหลักบางจุด ถูกตัดขาด ไม่สามารถสัญจรได้ เนื่องจากน้ำท่วม และเกิดดินสไลด์
รวมถึงพื้นที่ อ.ภูเพียง ต.ฝายแก้วหมู่ 11, ต.เมืองจัง หมู่ 4 และที่ อ.สันติสุข ต.พงษ์ หมู่ 1 น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างให้ความช่วยเหลือ อพยพประชาชนและสำรวจความเสียหายเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ปภ.ได้ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนน้ำท่วม อ.ปัว โดยขอให้ยกของขึ้นที่สูงทันที และหากประชาชนต้องการอพยพให้แจ้งกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน
นอกจากนี้มีรายงานเตือนภัยวิกฤตระดับสีแดง ที่บ้านเชียงยืน ต.ยม และบ้านนาเตา ต.ริม อ.ท่าวังผา ปริมาณน้ำแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีรายงานว่าช่วงถนนวรนครสายล่างตลาดท่าวังผา รถไม่สามารถผ่านได้ และมีการอพยพผู้ป่วยผู้ติดอยู่ในบ้านกลุ่มเปราะบางบ้านฝายมูล 4 ราย ออกจากพื้นที่วิกฤต
ด้านสถานการณ์น้ำในแม่น้ำน่าน จากข้อมูลสถานีโทรมาตร พบว่าสถานี N.49 บ้านน้ำยาว อ.ปัว มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อยู่ที่ 3.39 เมตรต่ำกว่าตลิ่ง 4.50 เมตร ขณะที่สถานี N.65 บ้านปางสา อ.ท่าวังผาระดับน้ำ 1.48 เมตร, N.86 บ้านหนองแดงอ.เชียงกลาง 1.63 เมตร, N.64 บ้านผาขวาง อ.เมือง 3.01 เมตร และ N.1 หน้าสำนักงานป่าไม้ อ.เมือง 3.74 เมตร โดยทุกสถานียังมีระดับต่ำกว่าตลิ่ง
ทั้งนี้ ทางจังหวัดน่านได้บูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับเร่งช่วยเหลือประชาชน สำรวจความเสียหาย ดูแลเส้นทางคมนาคม และเตรียมความพร้อมด้านการอพยพในพื้นที่เสี่ยง เพื่อสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
ส่วนแขวงทางหลวงน่านออกประกาศสถานการณ์อุทกภัยและน้ำท่วมขังผิวทาง พบเส้นทางคมนาคมเสียหาย สะพานขาด และน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้ 5 จุด ซึ่งแขวงทางหลวงน่าน ได้ติดตั้งป้ายเตือน ประชาสัมพันธ์ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว
วันเดียวกัน ที่ประเทศออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกหนักและเกิดอุทกภัยในพื้นที่ จ.น่าน ว่าได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงมหาดไทย แล้ว จึงสั่งการให้ทีมช่วยเหลือจากทุกส่วนราชการ ลงพื้นที่ดำเนินการอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาฯ ที่รับผิดชอบแต่ละพื้นที่ กำกับดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ ผวจ.น่าน ซึ่งไปราชการนอกพื้นที่ ได้กลับไปบัญชาการเหตุการณ์แล้ว
นายอนุทิน กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ว่าได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ รอง ผวจ.น่าน และรับทราบว่ามีการประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติเรียบร้อยแล้ว จึงสามารถให้ความช่วยเหลือ เบิกจ่ายงบประมาณได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผ่านการอนุมัติจากส่วนกลาง พร้อมกับจัดตั้งศูนย์พักพิงแล้ว เน้นย้ำโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินต้องไม่ขาดแคลน และขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องชาว จ.น่าน ขณะนี้กองทัพและทุกภาคส่วน ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว
ขณะเดียวกัน ศ.ดร.ยศชนัน ได้ปรับเปลี่ยนภารกิจกะทันหัน ภายหลังเสร็จสิ้นจากงาน ม.อ.วิชาการ และงานมหกรรมงานวิจัย ที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติ สุราษฎร์ธานี ไปยัง จ.น่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด ตามที่นายกฯ ได้มอบนโยบาย ซึ่งเบื้องต้นได้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.น่าน เรื่องการกู้ภัยและดูแลประชาชน รวมถึงสั่งการให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.น่าน ประสานข้อมูลและช่วยดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่แล้ว
นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0608/ว 14555 ส่งถึง ผวจ.น่าน,ผวจ.พะเยา และผวจ.ลำพูน เตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่าง ครอบคลุมทุกมิติ หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายสภาพอากาศ ว่าจะมีฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยคณะกรรมการฯได้กำหนด 8 มาตรการสำคัญ เพื่อดำเนินการแล้ว
ขณะที่นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำป่าไหลหลากพื้นที่ จ.น่าน และเตรียมความพร้อมบริหารสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลากพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายเจเศรษฐ์ ได้กำชับ ผวจ.น่านและปลัด อ.ปัว ให้เร่งเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง รับเรื่องการร้องขอความช่วยเหลือ จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลืออย่างทันท่วงที พร้อมสั่งการให้ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภาคเหนือตอนล่าง นำเจ๊ตสกี เรือท้องแบน ไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รวมทั้งให้เฮลิคอปเตอร์ KA32 ไปประจำการ เพื่อเข้าช่วยเหลือ พร้อมกับประสานตำรวจทางหลวง อาสาสมัคร จัดรถนำทาง ยานพาหนะ เครื่องมือ อุปกรณ์เข้าพื้นที่อย่างเร่งด่วน จัดเตรียมรถผลิตน้ำดื่ม โรงครัว เพื่อนำส่งให้ผู้ประสบภัยและหากต้องการรับการสนับสนุนเพิ่มเติมให้ประสานแจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ด้านนายอรรษิษฐ์ ได้กำชับให้ ผวจ.น่าน เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยทำให้ศูนย์พักพิง เหมือนอยู่บ้าน มีการดูแลด้านสาธารณูปโภคพื้นที่ฐานให้ครบถ้วนและประเมินสถานการณ์ หากมีแนวโน้มน้ำจะเพิ่มสูง ให้แจ้งเตือนประชาชนและเร่งอพยพจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด ส่วนนายบรรจง ขุนเพชร รอง ผวจ.น่านระบุว่า ขณะนี้ได้จัดตั้งศูนย์อพยพเบื้องต้น 10 จุด และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว
ด้านนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน รายงานว่าได้ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งโดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ จ.น่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนสะสม และมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ จึงสั่งการให้สำนักโครงการชลประทานในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ดำเนินการดังนี้ 1.ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว 1 เครื่อง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.น่าน และเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว 11 เครื่อง ในพื้นที่ อ.เวียงสา 2.ระดมเครื่องจักรเครื่องมือ รถแบ๊กโฮ รถบรรทุกเทท้าย7 คัน เคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางทางน้ำ และบริเวณ คอสะพาน และ 3.ติดตาม เฝ้าระวัง และเตรียมการป้องกันร่วมกับผวจ.น่าน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด.สั่งการให้ ตชด.ภาค 3 พร้อมกำลังพล เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจ.น่าน โดยภายหลังได้รับการประสานจากนายอุดม จิตอารี นายก อบต.สถาน ว่ามีประชาชนติดอยู่ภายในบ้านพักพื้นที่ ต.สถาน อ.ปัว จ.น่าน ท่ามกลางสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก กำลังพลจากร้อย ตชด.ที่ 325 จึงวางแผนและยุทธวิธี ก่อนจะเข้าช่วยเหลือประชาชน 3 ราย ออกจากพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย
ที่กระทรวงศึกษาธิการนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ว่ามีข้อสั่งการให้ประเมินผลกระทบของสถานศึกษาจากสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.น่าน โดยเบื้องต้นยังไม่มีตัวเลขโรงเรียนที่ได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งศูนย์ FixIt Center ให้บริการซ่อมอุปกรณ์และฟื้นฟูให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และหากมีปัญหาเรื่องอาหาร ให้เปิดโรงครัวอาชีวะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

