ปภ.เตือน3จว.เหนือจ่อท่วม น่านดับ3ศพ ‘อุตรดิตถ์/สุโขทัย’เสี่ยง สั่งจับตาเฝ้าระวังเต็มที่

น่าน สังเวยน้ำท่วมอีก 1 รวม 3 ศพ หลายจุดเริ่มคลี่คลาย เร่งฟื้นฟู “ยศชนัน”นำทีมลุยทำความสะอาดทหาร-ตร.เข้าช่วยฟื้นฟูพื้นที่หลังจากน้ำลด ด้าน ปภ.เผยภาคเหนือยังกระทบ 6 จังหวัด ส่วนอธิบดี ปภ.เกาะติดสถานการณ์ กำชับให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เตือน“อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก”รับมือน้ำท่วม ขณะที่ จ.แม่ฮ่องสอน ทางหลวง สาย 108 พื้นที่ อ.สบเมย เสาไฟฟ้าล้มและเกิดดินสไลด์ ทับเส้นทาง
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัย ว่ายังคงมีใน 6 จังหวัด ได้แก่ จ.น่าน สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สกลนคร และอุบลราชธานี รวม 16 อำเภอ 61 ตำบล 363 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,823 ครัวเรือน รวม 73,797 คน และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย ใน จ.น่าน โดย ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือและดูแลความปลอดภัยประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายพื้นที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว และเข้าสู่ระยะฟื้นฟู
น่านน้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย
ที่ จ.น่าน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์อุทกภัย เริ่มคลี่คลายอย่างต่อเนื่อง หลังจากระดับน้ำในหลายพื้นที่ลดลง โดยเฉพาะจุดวัดน้ำสำคัญ ขณะที่มวลน้ำก้อนใหญ่ได้เคลื่อนผ่านตัวเมืองน่าน เข้าสู่พื้นที่ อ.เวียงสา ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งประมาณ 2 เมตร ทั้งนี้ หากไม่มีฝนตกหนักหรือปัจจัยเปลี่ยนแปลง คาดว่าสถานการณ์ในพื้นที่เวียงสาจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2–3 วัน ก่อนมวลน้ำ จะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ต่อไป
พบดับเพิ่มอีก1รวม3ศพ
อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดน่าน ยังคงติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะความเสี่ยงฝนตกหนักซ้ำและดินโคลนถล่ม เนื่องจากหลายพื้นที่มีดินอุ้มน้ำสูงแล้ว และพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย โดยทาง มูลนิธิเพชรเกษม พบผู้เสียชีวิตเป็นชายหนึ่งราย ลอยติดเหนือเหนือสะพานสบยาว อ.ท่าวังผา จ.น่าน ไม่พบเอกสารใดๆ ติดตัว กำลังประกาศตามหาญาติ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วม รวม 3 รายแล้ว
นำเครื่องจักรเข้าฟื้นฟูพื้นที่
ขณะที่ อ.ปัว และ อ.ท่าวังผา เริ่มนำเครื่องจักรเข้าทำความสะอาดบ้านเรือนและถนนแล้ว ส่วนพื้นที่เมืองน่าน ภูเพียง และเวียงสา ยังคงจัดส่งอาหารให้ประชาชนครบ 3 มื้อ ขณะที่ระบบไฟฟ้าซึ่งเคยได้รับผลกระทบราว 50,000 หลังคาเรือน สามารถกู้คืนได้เกือบทั้งหมด เหลือประมาณ 4,000 กว่าหลังคาเรือนที่อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ ส่วนเขตเทศบาลเมืองน่าน น้ำลดลง แต่ยังคงท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมน้ำน่าน กว่า 50 เซนติเมตร โดยเฉพาะที่ถนนข้าหลวง น้ำยังท่วมขังตลาดสด โรงเรียนสตรีศรีน่าน โรงเรียนบ้านดอนศรีเสริม และชุมชนริมน้ำอีกหลายชุมชน ซึ่งทาง เทศบาลเมืองน่าน ยังเดินเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 3 เครื่องบริเวณคลองเจ้าฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งยังไม่มีแนวพนังกั้นน้ำ
‘ยศชนัน’รุดนำทำความสะอาด
ขณะเดียวกัน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูเมืองในเขตเทศบาลเมืองน่าน (ถนนสุมนเทวราช-หน้ากาดศรีคำ) พร้อมด้วยนายชัยณรงค์ วงศ์ใหญ่ ผวจ.น่าน ร่วมทำความสะอาดถนนและบ้านเรือนครั้งใหญ่ พร้อมให้กำลังใจอาสาสมัครและภาคประชาสังคม ที่ร่วมสนับสนุนภารกิจการฟื้นฟูในพื้นที่หลังจากระดับน้ำลดลง
ทั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน เป็นผู้ถือสายยางฉีดน้ำแรงดันสูง เพื่อล้างคราบโคลนที่ฝังแน่น และร่วมทำความสะอาดถนนกับข้าราชการ และอาสาสมัครจิตอาสา อย่างเป็นกันเอง โดยนายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวขอบคุณตัวแทนรัฐบาล ที่ลงพื้นที่ปักหลักบัญชาการสถานการณ์เคียงข้างชาว จ.น่าน ตลอด 3-4 วันที่ผ่านมา
เผยนายกฯห่วงใยสถานการณ์
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือ ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย โทรศัพท์มาสอบถาม และติดตามสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วง โดยหารือถึงแผนการดำเนินงาน ซึ่งในวันเดียวกันนี้ยังอยู่ในระยะการฟื้นฟู หลังจากนี้รัฐบาล จะเร่งเข้าสู่มาตรการเยียวยาและจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ประสบภัย เนื่องจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือครั้งนี้ แม้น้ำจะท่วมขังเพียงไม่กี่วัน แต่ได้พัดพาดินโคลนเข้ามาสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีมาตรการดูแลอย่างครอบคลุม ทั้งกลุ่มเกษตรกร และประชาชนที่ต้องซ่อมแซมบ้านเรือน โดยจะต้องบูรณาการความร่วมมือหลายกระทรวง
อนุทินลงพื้นที่ช่วงสุดสัปดาห์
“นายกฯ มีความตั้งใจที่จะลงพื้นที่ จ.น่าน สุดสัปดาห์นี้ หลังจากกลับจากภารกิจที่นิวซีแลนด์ เพื่อติดตามเรื่องการเยียวยาโดยเฉพาะ ทั้งนี้ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง และกรมบัญชีกลาง สามารถบูรณาการทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาด้านเอกสารลงได้ ทำให้ประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และสามารถกลับมาใช้ชีวิตรวมถึงฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
วางแผนแก้ปัญหาระยะยาว
เมื่อสอบถามถึงแผนระยะยาวในการป้องกันน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่เศรษฐกิจ จ.น่าน ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า ทางกรมชลประทาน และทางจังหวัด ได้เสนอแผนรองรับไว้แล้ว หลักการสำคัญคือต้องมีที่พักน้ำ ตามจุดต่างๆ เพื่อรองรับมวลน้ำที่ไหลลงมาจากที่สูง ไม่ว่าจะเป็นบ่อพักน้ำ แก้มลิง หรือฝายชะลอน้ำขนาดเล็ก ก่อนที่น้ำจะไหลลงมาถึงตัวเมือง
ใช้เทคโนโลยีช่วยเตือนภัย
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการแจ้งเตือนภัย โดยยกระดับจากระบบ GIS สู่การทำ Digital Twin ซึ่งเป็นการร่วมมือกับภาคเอกชนในการนำข้อมูลจากสถานีโทรมาตรในจุดต่างๆ มาวิเคราะห์ เพื่อให้การแจ้งเตือนระดับน้ำผ่านแอปพลิเคชั่น มีความแม่นยำ ประชาชนสามารถเห็นข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีระดับความสูงต่ำต่างกัน และเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
เจเศรษฐ์ลุยช่วยชาวบ้านต่อ
ด้าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์และประชุมสรุปสถานการณ์ ที่ อบจ.น่าน พร้อมนำถุงยังชีพเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนชุมชนวัดภูมินทร์-ท่าลี่ เขตเทศบาลเมืองน่าน โดยได้สั่งการตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง และลงพื้นที่ อ.ปัว อีกครั้ง พร้อมกับสั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งดำเนินการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลัก ภายในพื้นที่ชุมชนเมืองน่าน (คันป้องกันน้ำท่วม) ในจุดที่ยังไม่ได้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน
อธิบดีปภ.ถกวอร์รูมสั่งการ
ส่วนนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประชุมวอร์รูมที่กองบัญชาการ ปภ.เพื่อติดตามสถานการณ์สาธารณภัยพื้นที่ภาคเหนือ หลังจากเดินทางกลับจากการลงพื้นที่ จ.น่าน โดย ปภ.จังหวัดเข้าร่วมประชุม โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ดูแลให้ประชาชนต้องมีความปลอดภัย โดยแจ้งผ่านระบบ Cell Broadcast กระจายข่าวผ่านสื่อสารตามท้องถิ่น ทั้งวิทยุชุมชน และ หอกระจายเสียง เพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้รับรู้และเตรียมตัวได้ทัน
ให้มอนิเตอร์อย่างต่อเนื่อง
นายธีรพัฒน์ กล่าวย้ำว่า ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการปฏิบัติ ที่จัดตั้งกองบัญชาการเหตุการณ์ที่เป็นไปตามนโยบายของ ผวจ.น่าน ซึ่งครั้งนี้เป็นภัยระดับ 1 และระดับ 2 โดย ปภ.จะคอยเป็นหน่วยสนับสนุน แต่ในพื้นที่ต้องบริหารจัดการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน หรือระหว่างอำเภอด้วย อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำข้อสั่งการให้ทุกฝ่าย ร่วมกันมอนิเตอร์สถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประชุมติดตามสถานการณ์จากจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีลำน้ำเดียวกัน
คาด23ส.ค.นี้ฝนตกซ้ำที่น่าน
อธิบดี ปภ.กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการรับมือที่ต้องเฝ้าระวังในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ซึ่งจะมีฝนระลอกใหม่ ได้สั่งการเตือนส่ง Cell Broadcast และประสาน ผวจ.น่าน เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ เราวางแผนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และดำเนินการตามที่วางแผนไว้ ส่วนการคาดเดาสภาพอากาศ ได้วิเคราะห์ร่วมกับ สสน.กรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการมอนิเตอร์เรื่องของเรดาร์อยู่ พบว่าฝนมีการกระจายตัวตามพื้นที่ก็จะมีการเช็คกับปลายทางด้วย ว่าที่เราเห็นกลุ่มฝนนั้น ตกมากหรือน้อย
ทหารระดมเรือช่วยผู้ประสบภัย
อีกด้านหนึ่ง พล.ต.บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 สั่งระดมกำลังพลและเร่งจัดตั้งชุดเรือพระราชทาน มทบ.38 ลงพื้นที่ลุยน้ำท่วม ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับผู้ประสบภัยใน อ.เมือง และ อ.ภูเพียง จ.น่าน โดยเฉพาะบ้านเรือนที่ถูกตัดขาด เร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็ก ตลอดจนแจกจ่ายถุงยังชีพและน้ำดื่ม
ตชด.เข้าช่วยเหลือชาวบ้าน
ส่วน พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด.สั่งระดมกำลัง ตชด.เข้าช่วยเหลือประชาชนพื้นที่เสี่ยง สนับสนุนการอพยพ ดูแลความปลอดภัย และจัดชุดเผชิญเหตุสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ ประสานการปฏิบัติร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จ.น่าน เข้าช่วยเหลือประชาชน และเมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง ก็จะเร่งฟื้นฟู โดยจัดกำลังกองร้อย ตชด.ที่ 325 บก.ตชด.3 ช่วยประชาชนทำความสะอาดบ้านเรือน ล้างดินโคลน ขนย้ายสิ่งของ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
ดาวเทียมGISTDAชี้พื้นที่สีแดง
ขณะเดียวกัน รายงานอัปเดตสถานการณ์จากภาพดาวเทียม GISTDA เวลา 09.29 น.วันเดียวกัน จากแอปพลิเคชั่นเช็คน้ำ พบว่ามีพื้นที่เฝ้าระวังระดับเสี่ยงมาก (สีแดง) ปรากฏเป็นบริเวณกว้าง และเชื่อมต่อกันเป็นผืนใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำใน จ.สุโขทัย พิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียง รวมกว่า 3,900 ตารางกิโลเมตร สำหรับข้อมูลวิเคราะห์จากภาพถ่ายดาวเทียม GISTDA มีความแม่นยำสูง อัพเดตแบบเรียลไทม์
ปภ.เตือน อุตรดิตถ์รับมือน้ำ
นอกจากนี้ ปภ.ได้แจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น่าน ที่ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและอาจล้นตลิ่ง ส่งผลต่อพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำและที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะ ต.คอรุม ต.ท่ามะเฟือง อ.พิชัย และพื้นที่ใกล้เคียง ขอให้ประชาชนติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง
ผู้ว่าฯพิษณุโลกตามติดระดับน้ำ
ที่ จ.พิษณุโลก วันเดียวกัน นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผวจ.พิษณุโลก ลงพื้นที่ อ.เนินมะปราง ติดตามสถานการณ์น้ำใน ต.ชมพู หลังจากระดับน้ำในคลองชมพู มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และอาจล้นตลิ่ง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนริมคลอง และพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยมี น.ส.มนัส สิงหเดช นายอำเภอเนินมะปราง รายงานสถานการณ์และแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยบริเวณสะพานวังหมัน คลองชมพู
บ้านปลวกง่าม หมู่ 5 ต.ชมพู ยังคงมีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 150 ครัวเรือน และโรงเรียนบ้านปลวกง่าม ยังมีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 50 เซนติเมตร
ก่อนหน้านี้ประชาชนในพื้นที่ได้อพยพไปพักพิงที่ศาลาวัดชมพู 19 ครัวเรือน รวม 34 คน ปัจจุบันส่วนหนึ่งได้ทยอยกลับเข้าบ้านแล้ว คงเหลือผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ประมาณ 3 ครัวเรือน โดยอำเภอได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ที่วัดบ้านชมพู เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สุโขทัยหวั่นท่วม-ดินโคลนถล่ม
ด้าน ปภ.จังหวัดสุโขทัย แจ้งเตือนมีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.คีรีมาศ อ.ศรีสำโรง ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา โดยเฉพาะ ต.นาเชิงคีรี ต.ศรีคีรีมาศ ต.บ้านน้ำพุ ต.บ้านป้อม ต.โตนด อ.คีรีมาศ และ อ.ศรีสำโรง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง
แม่ฮ่องสอนพบถนนถูกตัดขาด
ที่ จ.แม่ฮ่องสอน นายคำผัน โมกไทยสงค์ นายอำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน รับรายงานเหตุเสาไฟฟ้าล้มและมีดินสไลด์ ปิดทับบนทางหลวงหมายเลข 108 บริเวณปากทางเข้าวัดแม่ลายเหนือ ใกล้กับด่านตรวจบ้านห้วยกุ้ง ต.ป่าโปง อ.สบเมย จึงสั่งการให้ชุดกู้ภัย อาสาสมัครสบเมย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าไปให้การช่วยเหลือ เปิดเส้นทางที่ถูกตัดขาด ซึ่งเส้นทางดังกล่าวถูกตัดขาดเป็นรอบที่ 3 แล้ว
ส่วนนายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน รับรายงานเหตุน้ำท่วมพื้นที่บ้านพระมอลอ ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จึงเข้าตรวจสอบ พร้อมด้วยทีมอาสาสมัคร และปลัดอำเภอ เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยระดับน้ำในแม่น้ำยวม สูงกว่าสันฝาย 1.15 เมตร สูงกว่าระดับเฝ้าระวัง 25 เซนติเมตร ซึ่งอยู่ในระดับวิกฤต ลำน้ำแม่ยวม มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยระดับน้ำเกินจุดวิกฤต (4.5 เมตร) ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ
ทั้งนี้ ทางอำเภอแม่สะเรียง ได้กำชับให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดเวรยามเฝ้าระวังและแจ้งเตือนสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ชัชชาติสั่งสำรวจ737จุดเสี่ยง
ที่ ศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ว่า กทม.สำรวจและแก้ไขจุดเสี่ยงน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดเสี่ยงที่ต้องดำเนินการทั้งหมด 737 แห่ง ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วเกือบร้อยละ 70
กทม.ไม่ประมาทพร้อมรับมือ
สำหรับสถานการณ์น้ำจากภาคเหนือนั้น กทม.ติดตามปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่าง อย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้ยังไม่มีสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อน ยังอยู่ในระดับไม่สูงมาก และคาดว่าหากมีผลกระทบต่อ กทม.แต่จะเป็นลักษณะเฉพาะจุด ไม่น่ากระทบเป็นวงกว้าง และปีนี้อาจต้องติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง มากกว่าความกังวลเรื่องฝนตกหนัก อย่างไรก็ตาม กทม.ก็ไม่ประมาท ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ โดยติดตามฝน ระดับน้ำ และเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ ทั้งประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงการขุดลอกคูคลอง เปิดทางน้ำไหล และลอกท่อระบายน้ำ เพื่อให้สามารถปรับการบริหารจัดการได้ตามสถานการณ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

