เมาตีกันเอง ทหารมะกันก่อเรื่อง พัทยาคึกคักต่อเนื่อง

เมาตีกันเอง
ทหารมะกันก่อเรื่อง
พัทยาคึกคักต่อเนื่อง
เมืองพัทยาจัดไฟป้าย PATTAYA CITY ปักธงไทย-สหรัฐฯ ต้อนรับกำลังพล 5 พันนาย กระจายเที่ยววอล์คกิ้งสตรีท-ซอย 6 สะพัดโลว์ซีซั่น ตำรวจท่องเที่ยวใช้สายตรวจอากาศยานไร้คนขับ ดูแลความปลอดภัย แต่อีกด้านหนึ่ง ทหารสหรัฐฯ 2 นาย ถูกส่งกลับเรือ USS Abraham Lincoln หลังเมาแล้วก่อเหตุทะเลาะวิวาทใกล้บาร์ที่พัทยา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวเมืองพัทยาคึกคักต่อเนื่องเข้าสู่คืนที่ 2 หลังมีกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ จากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln (CVN-72) ทยอยขึ้นฝั่งเพื่อพักผ่อนและท่องเที่ยวในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 2–6 กันยายนนั้น โดยช่วงค่ำวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา พบกำลังพลกระจายตัวตามแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม แหล่งชอปปิงและสถานประกอบการต่างๆ มากขึ้นจากคืนแรก
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา หรือ นายกเบียร์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมกำลังดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่กำลังพลและนักท่องเที่ยว รวมถึงจัดระบบการเดินทางจากท่าเรือแหลมฉบังเข้าสู่พื้นที่เมืองพัทยา
โดยเมืองพัทยายังสร้างบรรยากาศต้อนรับด้วยการเปิดไฟบริเวณป้าย “PATTAYA CITY” พร้อมประดับสัญลักษณ์และธงชาติไทย–สหรัฐฯ เพื่อแสดงการต้อนรับกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่เดินทางมาเยือนและพักผ่อนในเมืองพัทยาครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศช่วงค่ำ พบกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ทยอยออกจากที่พักและเดินทางท่องเที่ยวเป็นกลุ่ม ทั้งรับประทานอาหาร ซื้อสินค้า และใช้บริการตามสถานประกอบการ ส่งผลให้ย่านท่องเที่ยวกลางคืนมีสีสันมากขึ้น
โดยเฉพาะบริเวณ Walking Street พัทยาใต้ พบกำลังพลสหรัฐฯ ออกมาเดินเที่ยวเป็นระยะ ขณะที่ร้านค้าและสถานประกอบการต่างเตรียมพร้อมรองรับลูกค้า พนักงานออกมาต้อนรับและเชิญชวนผู้มาเยือนเข้าใช้บริการ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนบริเวณซอย 6 ซึ่งมีรายงานว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่กำลังพลสหรัฐฯ ได้รับคำแนะนำไม่ให้เข้าไปใช้บริการ จากการลงพื้นที่พบว่า ยังคงมีนักท่องเที่ยวทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงกำลังพลสหรัฐฯ เดินทางเข้ามาในพื้นที่ตามปกติ และมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า
นอกจากนี้ ยังพบกำลังพลบางส่วนเลือกพักผ่อนและใช้บริการภายในโรงแรมที่พัก โดยโรงแรมบางแห่งมีการจัดพื้นที่สำหรับการสังสรรค์แบบส่วนตัว จำกัดเฉพาะสมาชิกภายในกลุ่ม ไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าร่วม เบื้องต้นพบว่าบางกลุ่มมีทหารอเมริกาเข้าร่วมประมาณ 120 คน
ภาพรวมสะท้อนให้เห็นว่าการใช้จ่ายของกำลังพลไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะย่านสถานบันเทิง แต่กระจายไปยังร้านอาหาร โรงแรม แหล่งท่องเที่ยว แหล่งชอปปิ้ง และธุรกิจบริการต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับภาคการท่องเที่ยวเมืองพัทยาในช่วงโลว์ซีซั่น
สำหรับการเดินทางมาของกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ประมาณ 5,000 นาย จาก USS Abraham Lincoln ซึ่งมีกำหนดพักผ่อนในพื้นที่ระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน 2569 ผู้ประกอบการในเมืองพัทยาต่างจับตาผลเชิงบวกต่อภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งชอปปิง สถานบันเทิง แหล่งท่องเที่ยว และธุรกิจบริการ ซึ่งคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการใช้จ่ายตลอดช่วงการเยือน
นอกจากผลด้านเศรษฐกิจแล้ว การต้อนรับครั้งนี้ยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการสร้างภาพลักษณ์ของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ท่ามกลางมาตรการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงที่กำลังพลพักผ่อนในพื้นที่
วันที่ 4 กันยายน พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ เป็นสารวัตรใหญ่ (สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1) พ.ต.ต.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4กก.2บก.ทท.1 เปิดเผยว่า การที่เจ้าหน้าที่ทหารของประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 5,000 นาย ได้เดินทางเข้ามาพักและใช้บริการในพื้นที่เมืองพัทยานั้น ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากยังคงมีนักท่องเที่ยวจากที่อื่น เดินทางเข้ามาสมทบด้วย
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว จึงเล็งเห็นว่าเมื่อประชาชนและนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ก็จะต้องดูแลความปลอดภัยเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งนอกจากกำลังพล ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเจ้าหน้าที่ตำรวจพัทยารวมไปถึงฝ่ายปกครองแล้วนั้น ก็อาจจะไม่เพียงพอกับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ในห้วงเวลาที่นี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ได้นำเทคโนโลยีสายตรวจอากาศยานไร้คนขับ มาใช้ดูแลนักท่องเที่ยวบริเวณชายหาดพัทยา ถนนว๊อคกิ้งสตรีท และท่าเรือแหลมบาลีฮาย ใช้สอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีเสียงประชาสัมพันธ์ 2 ภาษา ตลอดเส้นทางทำการบิน เพื่อป้องกันเหตุ และ ดูแลความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ
นอกจากนี้ยังใช้กำลังพลสายตรวจเดินเท้าตรวจตรวจสอบภายในถนนคนเดินวอล์คกิ้ง สตรีท พัทยาใต้ ซึ่งปกติที่มีอยู่แล้ว ก็ได้เสริมกำลังเพิ่ม รวมไปถึงการเดินตรวจถี่ขึ้น พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการ และพนักงาน หากพบเหตุไฮรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้ทันที ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของกลุ่มนักท่องเที่ยว รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อให้เกิดความอุ่นใจในการเดินทางมาเที่ยวพัทยาในครั้งนี้ด้วย
ขณะที่สำนักข่าว ดิ อินดิเพนเดนต์ รายงานว่า มีทหารสหรัฐ 2 นาย ถูกส่งกลับไปยังเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln หลังจากก่อเหตุทะเลาะวิวาทในขณะมึนเมาที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดที่เรือลำดังกล่าวจอดเทียบท่าอยู่หลังจากปฏิบัติภารกิจในทะเลมาอย่างยาวนานเป็นประวัติการณ์ถึง 286 วัน
ทหารทั้ง 2 นายที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อจะถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ภายในเรือตลอดช่วงเวลาที่เหลือของการแวะพัก 5วัน ที่พัทยา เมื่อตากอากาศชื่อดังของไทยที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Sin City ของประเทศ
สำนักข่าว MS NOW อ้างข้อมูลจากตำรวจท้องที่ระบุว่า เช้าวันพฤหัสบดี มีพลเมืองไทยได้โทรแจ้งว่ามีทหารสหรัฐ 2 นาย ก่อเหตุวิวาท ทำร้ายร่างกายกันใกล้บาร์แห่งหนึ่งในเมืองเมื่อ 01.30 น. หลังจากเจ้าหน้าที่ไทยเข้าระงับเหตุ ทหารอเมริกัน 2 คน จึงถูกนำตัวไปที่ ศูนย์ปฏิบัติการร่วมไทย-สหรัฐ ซึ่งตั้งอยู่ที่ร้าน Hard Rock Cafe ในเมืองพัทยา ก่อนจะถูกส่งตัวกลับไปยังเรือบรรทุกเครื่องบินในที่สุด
เจ้าหน้าที่ไทยรายหนึ่งเปิดเผยกับสื่อว่า เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องเล็กน้อย พร้อมเสริมว่า กลุ่มทหารอยู่ในอาการมึนเมา และผู้ที่โทรแจ้งเหตุมีความกังวลว่าการกระทบกระทั่งจนบานปลายเกิดขึ้นได้
ขณะที่ วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า มีคนเห็นทหารบางนายแต่งกายด้วยชุดพลเรือนกำลังดื่มเบียร์ จ่ายเงินเล็กน้อยเพื่อสัมผัสสัตว์เลื้อยคลานแปลก ๆ และมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารที่ให้บริการอาหารรสชาติคุ้นเคยอย่างเบอร์เกอร์คิงหนึ่งในนั้นกล่าวขณะลงจากเรือบรรทุกเครื่องบินว่า “รู้สึกดีมาก”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

