นอมินีบุกสกลฯ ซื้อทะเบียนบ้าน ตั้งบริษัทคนจีน

มท.2 แฉ จ.สกลนคร มีขบวนการนำสำเนาทะเบียนบ้าน-บัตรประชาชน จดทะเบียนบริษัทขายต่อให้นายทุนจีน พบบางราย เป็นของคนจีน 100% ใช้เล่ห์เอาของมาแจก หลอกชาวบ้านเอาบัตรประชาชนมาสแกน ด้านตำรวจ บช.ก.จับมือ สรรพากร ทลายเครือข่ายออกใบกำกับภาษีปลอม ทำรัฐเสียหาย 360 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวภายหลังลงพื้นที่ จ.สกลนคร เพื่อติดตามกรณีได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการนำเอกสารประจำตัวของประชาชน ไปใช้ในการจดทะเบียนบริษัท ซึ่งมีข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้น หรือนอมินี ให้กับกลุ่มทุนจีน ว่าจากข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามีชาวบ้านมากกว่า 50 ราย ถูกนำสำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชน ไปใช้เพื่อจดทะเบียนบริษัท ก่อนจะมีการนำบริษัทไปขายหรือถ่ายโอนให้กับนายทุนจีน โดยบางกรณีเจ้าของเอกสารทราบเรื่อง ขณะที่บางรายระบุว่าไม่ทราบว่าเอกสารของตนถูกนำไปใช้ในลักษณะดังกล่าว
ทั้งนี้ นายพลพีร์ ได้ประสานการทำงานร่วมระหว่างชุดเฉพาะกิจ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และจังหวัดสกลนคร เพื่อสืบค้นและตรวจสอบเส้นทางการจดทะเบียนบริษัท รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว โดยนายพลพีร์ ได้หารือร่วมกับหน่วยงานในจังหวัด พร้อมนัดหมายเจ้าของบ้าน และประชาชนที่มีชื่อเกี่ยวข้อง เข้ามาให้ข้อมูลและแจ้งข้อเท็จจริง เพื่อแยกให้ชัดเจนระหว่างผู้เสียหาย ที่ถูกนำข้อมูลไปใช้โดยไม่รู้ตัวกับผู้ที่มีส่วนร่วมในขบวนการ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ
“เรื่องนี้จะดำเนินการต่อ ไม่ว่าจะเป็นคนจีนที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทน หรือคนไทย บริษัทบัญชี และทนายความ ที่เอื้อประโยชน์สนับสนุนการกระทำผิด ต้องรับผิดตามกฎหมาย” รมช.มหาดไทย กล่าว
ต่อมานายพลพีร์ กล่าวภายหลังประชุมมอบนโยบายข้าราชการ ที่ทำการ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ว่าหลังจากลงพื้นที่ อ.เกาะพะงัน และ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้รับรายงานว่ามีนายหน้าคนไทย นำสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนใน จ.สกลนคร ไปให้ชาวต่างชาติใช้จดทะเบียนบริษัทโดยที่เจ้าตัวรู้ และไม่รู้ เป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานจะต้องเฝ้าระวังมากขึ้น
จากการตรวจสอบพบความผิดปกติในการจดทะเบียนนิติบุคคล ประเภทธุรกิจคนต่างด้าวใน จ.สกลนคร 49 บริษัท เป็นบริษัทจีน 100% รวม 35 บริษัท และบริษัทสัญชาติไทย 100% รวม 14 บริษัท รวม 4 อำเภอ โดยในส่วนของ อ.เมือง พบบ้าน 1 หลัง จดทะเบียนบริษัท 1 บริษัท (สัญชาติจีน 100%) อ.สว่างแดนดิน พบบ้าน 3 หลัง จดทะเบียน 14 บริษัท (สัญชาติไทย 100%) อ.ภูพาน พบบ้าน 1 หลัง จดทะเบียน 1 บริษัท (สัญชาติจีน 100%) อ.โคกศรีสุพรรณ พบบ้าน 33 หลัง จดทะเบียน 33 บริษัท (สัญชาติจีน 100%)
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ได้ย้ำ ผวจ.สกลนคร แล้วว่าจริงๆ ไม่ได้มีเพียงแค่ 3-4 อำเภอ ที่เราเห็น เพราะวันนี้พาณิชย์จังหวัด ตรวจพบว่ามีการจดทะเบียนข้ามเขตจาก จ.ชลบุรี โดยระบุพื้นที่ จ.สกลนคร เป็นที่ตั้งบริษัท ซึ่งต้องประสานรองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ช่วยสังเกตและตรวจสอบทะเบียนร่วมกับพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด ช่วยกันตรวจสอบว่าถ้ามีเหตุการณ์ หรือสมการที่คล้ายคลึงกันนี้ จะต้องรีบรายงานและดำเนินการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจ หรือผู้ที่เข้าร่วม หรือสถานที่ตั้ง อาจจะเป็นธุรกิจผิดกฎหมายด้วย
รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ได้สั่งการอธิบดีกรมการปกครอง ไปแล้ว ว่าเรื่องพวกนี้จะต้องใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และคนในพื้นที่ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน ร่วมกับพาณิชย์จังหวัด ให้ได้เข้าใจและระมัดระวัง ขอย้ำเตือนคนไทย บริษัทบัญชี สำนักงานทนายความ อย่าทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง สิ่งที่เป็นค่าจ้างในการอำนวยความสะดวกให้ต่างชาติ สามารถเปิดบริษัทได้ อย่าทำเด็ดขาด วันนี้คนไทยต้องรักคนไทย อย่าไปเห็นกับเศษเงินเล็กๆ น้อยๆ ขอเตือนบริษัททั้งหลาย ว่าเรารู้แล้วว่าคุณคือใคร และเจ้าหน้าที่รัฐจะตามไปทั้งหมด
“เรายังไม่พบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ต้องขอชื่นชมกระทรวงพาณิชย์ และพาณิชย์จังหวัดสกลนคร ที่เห็นพิรุธในธุรกรรมการจดที่ตั้งบริษัท นำมาสู่การดำเนินการครั้งนี้ และวันนี้มีประชาชนมาแจ้งขอความช่วยเหลือ มีทั้งผู้พิการ แล้วก็ผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนมากเขาไม่รู้อยู่แล้ว ว่าธุรกรรมเหล่านี้มันทำอย่างไร แต่มันก็มีเอกสาร มีเจ้าหน้าที่ธุรกรรมบริษัทต่างๆ มาขอให้รับรองสถานะ มีกรณีหนึ่งมีการเอาของมาแจกที่หมู่บ้าน ให้เอาบัตรประชาชนไปสแกน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ภาครัฐทำอย่างแน่นอน ถามทางตำรวจ ก็อยู่ระหว่างการเร่งสืบสวน”รมช.มหาดไทย กล่าว
ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.นฤพนธ์ กรุณา ผกก.2 บก.ปอศ.พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร แถลงผลเปิดปฏิบัติการ “Anti Ghost Bil-ทลายเครือข่ายบิลผี ทวงคืนภาษีชาติ” โดยนำกำลังกว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 10 จุดในพื้นที่ กทม. จ.นนทบุรี จ.นครราชสีมา จ.สมุทรปราการ และ จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นบริษัทและที่พักอาศัยของกลุ่มผู้กระทำผิด ที่มีการออกใบกำกับภาษีอันเป็นเท็จ , กลุ่มบริษัทที่เป็นผู้ซื้อและใช้ใบกำกับภาษีปลอม และบริษัทสำนักงานบัญชีที่เกี่ยวข้องในเครือข่าย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม น.ส.รฐา อายุ 61 ปี นายคณพศ อายุ 50 ปี และนายปาณเดชา อายุ 33 ปี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลภาษีอากรกลาง ข้อหาร่วมกันออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิออกเอกสารดังกล่าว พร้อมยึดของกลาง เอกสารที่เกี่ยวกับใบกำกับภาษี 105 ฉบับ อาทิ รายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย/ภ.พ.30 จำนวน 12 แฟ้ม เอกสารการจัดส่งไปรษณีย์ 31 แฟ้ม เอกสารสัญญาจ้าง การซื้อขาย การโอนเงิน 17 แฟ้ม บัญชีธนาคาร 18 เล่ม ตราประทับบริษัท 18 ตรา คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 20 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 15 เครื่อง รวมกว่า 200 รายการ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กรมสรรพากร ได้รับเบาะแสว่ามีกลุ่มบุคคลและนิติบุคคล มีพฤติการณ์ขายใบกำกับภาษีโดยไม่มีการซื้อขายสินค้ากันจริง โดยมีข้อมูลว่าตัวแทนผู้ขาย (Sale) ซึ่งใช้ชื่อว่า “อ้อ รฐา” พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ เป็นผู้ติดต่อหาลูกค้าในกลุ่มเครือข่ายที่เป็นกลุ่มปิด ทางกรมสรรพากร จึงประสานข้อมูลกับตำรวจ บก.ปอศ.เพื่อสืบสวนติดตามพฤติกรรมกลุ่มเครือข่ายนี้ จนสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับ และหมายค้น ก่อนเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว เบื้องต้นพบว่าทำมาแล้วประมาณ 5 ปี ทำให้รัฐเสียหายกว่า 360 ล้านบาท ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน และบริษัทก่อสร้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลการดำเนินคดีต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

