ปราจีน-แปดริ้วจมบาดาล 10วันอันตราย จับตาฝนถล่มภาคใต้

ปราจีน-แปดริ้วจมบาดาล
10วันอันตราย
จับตาฝนถล่มภาคใต้
พิพัฒน์ไม่กล้ารับปาก
หาดใหญ่จมอีกหรือไม่
นายกฯ ห่วง “ปราจีน-ฉะเชิงเทรา”น้ำไม่ระบายจนเน่าเหม็น สั่งระดมช่วย เฝ้าระวัง 4-14 ตุลาคม 10 วันอันตราย อย่าการ์ดตก-อัปเดตการสื่อสารไม่ขาดตอน พร้อมเตรียมบิ๊กคลีนนิ่งขยะชิ้นใหญ่ เปิดทางการจราจร ย้ำผู้ว่าฯ-นายอำเภอ เร่งสำรวจรายชื่อเยียวยารอบคอบ ไม่ซ้ำซ้อน เปิดยอดโอนเงินเยียวยาแล้ว 600 กว่ารายปภ.รายงานน้ำท่วม27จังหวัดและกทม.เร่งช่วยเหลือประชาชนปทุมธานี อ่วม ฝนกระหน่ำซ้ำ ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 100 หลังคาเรือน ส่วน อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา วิกฤตน้ำท่วมสูง 1.5 เมตร ศพยังประกอบพิธีไม่ได้ ชาวแปดริ้วโวยผู้ว่าฯ เร่งแก้น้ำท่วมก่อนถกจัดงานวัดโสธร ครม.เพิ่มสมุทรสาคร เขตภัยพิบัติ ส่วนพิพัฒน์ ไม่รับประกันไม่ท่วมหาดใหญ่“ไชยชนก” จ่อชง “นัฐวุฒิ แดนดี” นั่งอธิบดีกรมอุตุฯ คนใหม่
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายวรศิษฏ์ เสียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วม
หลายพื้นที่ยังน่าเป็นห่วง
โดยนายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้เป็นวันที่ 7 ที่เราร่วมประชุมกันมาในภาพรวมก็เช่นเดิม หลายพื้นที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว เหลือช่วงเฝ้าระวัง แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่สถานการณ์ถือว่ายังหนักหน่วงโดยเฉพาะอย่างที่ จ.ปราจีนบุรี จ.ฉะเชิงเทรา ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะน้ำไม่สามารถระบายได้ และเกิดสภาวะเน่าเหม็น ฉะนั้นขอให้ทางจังหวัดได้ระดมกำลังไปช่วยอย่างเต็มที่แม้กระทั่งที่ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยาที่ อ.บางคล้า และ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ที่ อ.องครักษ์จังหวัดนครนายก และที่ อ.บางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรีที่มีรายงานน้ำขังอย่างต่อเนื่อง และมีระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นในบางแห่งมีการตัดขาดของเส้นทางคมนาคม
ย้ำต้องไม่ประมาท-ติดตามใกล้ชิด
นายกฯ กล่าวต่อว่า ถึงแม้ว่ากระแสข่าวและความสนใจจะไม่เข้มข้นเท่าตอนน้ำท่วมในกรุงเทพฯ แต่เราก็จะต้องไม่ประมาทและจะต้องทำให้การช่วยเหลือประชาชนมีความใกล้ชิดและติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา โดยขอให้ติดตามเป็นรายชุมชนว่าพื้นที่ไหนที่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มเปราะบางจำเป็นต้องพาออกมาก็ต้องเร่งพาออกมาให้ได้ ในส่วนศูนย์พักพิงหากมีอะไรขาดเหลือ ขอให้แจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) โดยเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมาผู้ว่าฯ สมุทรสงครามท่านทำถูกต้องแล้ว ท่านต้องเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนในพื้นที่ของท่านซึ่งถ้าเราบริหารจัดการสถานการณ์ได้ดี เราก็จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ได้อย่างครอบคลุมและครบถ้วน เรื่องการสื่อสารก็เช่นกัน ขอย้ำว่าไม่ใช่เป็นการสื่อสารกับประชาชนเท่านั้น แต่การสื่อสารภายในหน่วยงานระหว่างหน่วยงานต้องทำให้มีประสิทธิภาพ
ช่วง10วันอันตรายห้ามการ์ดตก
นายกฯ กล่าวอีกว่า อีกประเด็นที่ต้องเตรียมความพร้อมรับมือแนวโน้มสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ ตนเห็นประชาชนได้ใช้อินโฟกราฟฟิกกันอย่างแพร่หลาย เรื่องการเฝ้าระวังฝนในช่วงนี้ตั้งแต่วันที่ 4 -14 ต.ค นี้ เป็นช่วง 10 วันอันตราย ขอให้กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการอัปเดตสถานการณ์ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบอยู่เสมอ หากมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องสื่อสารในลักษณะที่ดึงความสนใจและเมื่อใกล้เวลาเหตุการณ์จะเปลี่ยน ก็ต้องย้ำเตือนกันอีกครั้ง ขอให้ตั้งการ์ดไว้ตลอดเวลา อย่าให้การ์ดตก อย่าให้การสื่อสารขาดตอน
เตรียมพร้อมบิ๊กคลีนนิ่ง
ส่วนในพื้นที่ที่ผ่านวิกฤตและเข้าระยะฟื้นฟูยังมีงานที่ต้องไปช่วยเหลือประชาชน คือการเก็บกวาด ภาษาพวกเราใช้คำว่าบิ๊กคลีนนิ่ง ของเราก็จัดคลีนในที่สาธารณะ บาทวิถี ซึ่งจะเต็มไปด้วยซากของใช้ที่ถูกน้ำท่วม ขยะมูลฝอย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นขยะชิ้นใหญ่ พวกฟูก โซฟา เตียงนอน ตู้ไม้ต่างๆก็ต้องมีการเตรียม รถบรรทุกเพื่อเก็บของเหล่านี้ เพื่อเป็นการเปิดทางให้การจราจรมีความสะดวกเพิ่มมากขึ้น ในกรณีถ้าประชาชนร้องขอความช่วยเหลือมา ก็ขอให้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ประชาชนจะได้กลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง จะต้องทำให้มีสภาพที่มีความเรียบร้อยและสะอาด
ประสานงานช่วยเหลือปชช.
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนจังหวัดที่น้ำท่วม น้ำขังขอทางจังหวัดประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมไปถึงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนดูแลประชาชนที่จะต้องย้ายที่อยู่อาศัยไปอยู่ตามศูนย์พักพิงต่างๆให้ดูแลเขาโดยมาตรฐานสูงสุดให้เขาได้รับความสะดวกและถูกสุขอนามัยตามที่เราได้ตกลงหารือกันไว้ อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้พื้นที่ภาคใต้ต้องเริ่มจัดทำแผนเผชิญเหตุระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวให้เรียบร้อยด้วย เพราะสถานการณ์ฝนค่อนข้างเป็นไปตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา
เร่งทำความเข้าใจปมรื้อคันกั้นน้ำ
นายอนุทินเปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมบกปภ.ช.ถึงการส่งคนไปแก้ไขปัญหาประชาชนจังหวัดปราจีนบุรีและนครนายก กระทบกระทั่งกันกรณีรื้อคันกั้นน้ำว่า ได้ส่งคนไปดูแล้ว โดยขอให้ไปถามรายละเอียดจาก นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
ด้าน นายนิรัตน์ เปิดเผยว่า ต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งฝั่งเหนือคันกั้นน้ำและใต้คันกั้นน้ำ ว่าทำไปแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร และต้องประเมินด้วยว่าฝั่งไหนจะได้รับผลกระทบ รวมถึงต้องกั้นในระดับไหน มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนเท่าใด จะช่วยเยียวยาเขาอย่างไรและเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ด้วย ซึ่งทางฝั่งเหนือน้ำจะต้องรับน้ำมากกว่าอยู่แล้ว แต่คันกั้นน้ำมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางน้ำว่าจะให้ไหลไปยังทิศทางใดหรือป้องกันพื้นที่อย่างไร จึงต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองจังหวัดเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่
‘ปราจีน-นครนายก’วิกฤตทั้งคู่
เมื่อถามถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและนครนายก นายนิรัตน์ กล่าวว่า วิกฤตทั้งคู่ โดยจังหวัดนครนายกน้ำส่วนหนึ่งจะไหลผ่านจังหวัดปราจีนบุรีไปออกบางปะกง ซึ่งเป็นทางน้ำผ่านจึงจำเป็นต้องมีการบริหารทางน้ำไหล ขณะนี้เครื่องสูบน้ำทั้งของปภ. กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงหน่วยอื่นๆ อาทิ กองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม ได้มีการบริหารทรัพยากรกันในแต่ละพื้นที่ให้มีความเหมาะสมในแต่ละวัน ยืนยันว่าใช้อย่างเต็มกำลังและเป็นหนึ่งเดียวกัน
เมื่อถามว่ามีการประเมินสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละพื้นที่ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง อธิบดีปภ. กล่าวว่า ที่แม่กลอง จ.กาญจนบุรีและราชบุรีถือว่าเริ่มคลี่คลาย ซึ่งน้ำจะไหลไปสู่ จ.สมุทรสงคราม โดยขณะนี้มวลน้ำอยู่ที่สองอำเภอปลายน้ำ ทางกองทัพเรือจึงได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมในจุดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชี้เป้า รวมถึงในลุ่มน้ำอื่นๆด้วยเช่นกัน อย่างลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็มีการระบายน้ำ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มาหลายวันแล้ว และน้ำได้ไหลออกปากอ่าวเป็นที่เรียบร้อย จึงสามารถใช้คันกั้นน้ำควบคุมไม่ให้น้ำล้นตลิ่งเข้ามาได้ ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหารปลายน้ำให้ออกโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ จากที่ตนได้หารือกับ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และฝ่ายทหารเรือ ทราบว่าจะทุ่มสรรพกำลังในเรื่องของการเอาน้ำออกจากปลายน้ำบางปะกงให้เร็วกว่านี้และมากกว่านี้ เพื่อที่จะสามารถช่วยทั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และนครนายก
เตรียมรับน้ำใต้ช่วง10วันอันตราย
เมื่อถามว่าความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ หลังจากที่นายกฯ สั่งการให้เฝ้าระวังช่วง 10 วันอันตราย นายนิรัตน์ กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดหยิบแผนที่มีอยู่แล้วขึ้นมาใช้ โดยนำมาซักซ้อม และปรับใช้ เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งจากการรายงานขึ้นมาพบว่าน้ำไม่ได้เต็มอ่างและเขื่อน ปริมาณน้ำฝนไม่ได้อยู่ในช่วงสูงสุด แต่มีการพยากรณ์ว่าฝนตกหนักกำลังเข้ามา จึงจำเป็นต้องไปเน้นในเรื่องของการทำทางน้ำไหลและดูเรื่องท่อระบายน้ำในชุมชน พร้อมกำชับว่าฝนตกวันเดียวน้ำท่วมต้องไม่เกิดขึ้นส่วนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายนิรัตน์ กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รายงานมาแล้วว่าคลองต่างๆได้มีการขุดลอกไว้หมดแล้ว และระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งหลายเมตร ฉะนั้นน่าจะรองรับฝนตกตามที่มีการพยากรณ์มาในช่วงสัปดาห์นี้
ปภ.รายงานน้ำท่วม27จังหวัด
นายนิรัตน์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือมาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 27 จว. ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน น่าน พะเยา ตาก นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง รวมถึงกรุงเทพฯ รวม 126 อำเภอ 999 ตำบล 7,379 หมู่บ้าน 1,149,285 ครัวเรือน 3,143,962คน ซึ่ง ปภ.ได้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน กรุงเทพฯ ประชาชนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 4ราย เสียชีวิตทั่วประเทศ 23ราย
โฆษกรบ.ระบุฝนหนักทั่วประเทศ
นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ ฝนตกระหว่างวันที่ 5-7 ต.ค. จะเป็นลักษณะฝนเปลี่ยนฤดู ส่งผลให้ภาคเหนือมีอากาศหนาว แต่ก็ต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่มขณะเดียวกัน ฝนจะเคลื่อนตัวจากภาคกลางไปภาคตะวันตกลงสู่ภาคใต้ภาคใต้ตอนล่าง ที่ จ. นครศรีธรรมราช สงขลาและจ.ในฝั่งอันดามันจะมีฝนตกชุกขึ้นในส่วนของภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝนจะหยุดตกแล้ว จะกลับมาตกอีกครั้งในวันที่ 10 - 13ต.ค. ซึ่งจะกระจายอยู่ฝั่งภาคตะวันตกส่วนภาคใต้ฝนจะตกต่อเนื่องขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ส่วนน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และ น้ำเหนือ อยู่ในภาวะลดลงแล้ว จ.นครสวรรค์ระดับน้ำที่ลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา ลดลงผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว ซึ่งเขื่อนเจ้าพระยา ยังคงระดับ การระบายอยู่ที่ 2,500 ลบ.ม./ วินาที โดยที่ระดับน้ำที่เขื่อนลดลงจากเมื่อวาน 17.3 วันนี้เหลือ 16.88 เป้าหมายระบาย อยู่ที่ 16.5 เพื่อรองรับน้ำฝนและน้ำเหนือที่อัดเพิ่มขึ้นจากในอนาคตส่วนแม่น้ำสแกกรัง ที่น้ำเข้ามาเติมเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ระดับน้ำลดลง รวมถึงเขื่อนป่าสักฯ ตอนนี้ เต็มความจุอ่างแล้ว จึง เร่งระบายน้ำ มายัง เขื่อนพระราม 6 โดย พื้นที่รับน้ำ คือ จ. พระนครศรีอนุธยา ที่ได้รับผลกระทบ และ ระดับทรงตัว ระบายช้า
หลายเขื่อนเร่งระบายน้ำ
ขณะที่ระดับน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา ยังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำ พอสมควร โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ยังต่ำกว่า 1 เมตรสำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง เขื่อนวชิราลงกรณ มีระดับกักเก็บน้ำ 98% เขื่อนศรีนครรินทร์90% ตอนนี้มีการเตรียมการพร่องน้ำออก มากกว่ารับน้ำเข้า โดยเฉพาะเขื่อนวชิราลงกรณเร่งพร่องน้ำ เพื่อรองรับน้ำที่จะตกมาเพิ่มเขื่อนแก่งกระจาย ที่จ.เพชรบุรี ระดับน้ำ เต็มความจะอ่าง กำลังเร่งระบายน้ำ รองรับฝนที่จะตกลงเพิ่ม ขอให้ประชาชน ในพื้นที่ ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง / อ.เมืองเพชรบุรี อ. หนองหญ้าปล้อง ติดตามการแจ้งเตือนจากจังหวัด อย่างใกล้ชิดส่วนสถานการณ์น้ำ ในภาคตะวันออก น้ำที่อยู่ในปราจีน จะลดลงช้า เนื่องจากที่อำเภอกบินทร์บุรีระดับน้ำยังล้นตลิ่ง แล้วจะค่อย ไหลลงมาสู่เมืองปราจีน ส่วนอีกก้อนจะไหลมาทางจ.นครนายก ซึ่งตอนนี้มีการบริหารจัดการ ในเขื่อนขุนด่านปราการชล ด้วยการลดการระบายน้ำและบริหารจัดการน้ำ ให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด เบื้องต้น มี 8 อำเภอฉะเชิงเทรา ที่ต้องเฝ้าระวัง
ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือปทุมฯอ่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดฝนกระหน่ำอย่างหนัก ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ 2 ชั้น สาขา 1 คลอง 12 ในพื้นที่หมู่ 3 ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยเฉพาะบริเวณโซนครัวและพื้นที่นั่งรับประทานอาหารริมคลอง พบระดับน้ำท่วมสูงกว่า 70 เซนติเมตร สร้างความเสียหายอย่างหนักโดยนายศุภฤกษ์ เจ้าของร้าน เปิดเผยด้วยความสิ้นหวัง ว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเร็วมาก จากเดิมท่วมขังราว 30-40ซม. แต่ขณะนี้สูงกว่า 70ซม. แล้ว ประกอบกับมีกระแสข่าวการระบายน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก และฝนที่ยังตกต่อเนื่อง ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทำให้ทรัพย์สินและข้าวของที่ยกหนีน้ำไว้ ก็ยังจมน้ำ ไม่รู้ว่าจะจัดการกับชีวิตอย่างไรกับเหตุที่เกิดขึ้นขณะเดียวกันนายชลนที เครือโชติ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ได้ขยายวงกว้าง มีประชาชนได้รับผลกระทบแล้วกว่า 100 หลังคาเรือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือแล้ว
บางคล้าจมบาดาล
ที่ จ.ฉะเชิงเทรา สถานการณ์น้ำท่วมใน อ.บางคล้า ยังน่าเป็นห่วง โดยพบว่าพื้นที่โดยรอบ ต.หัวไทร และ ต.บางกะเจ็ด ถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างเกือบเต็มพื้นที่ กระแสน้ำไหลผ่านถนนและมีแนวโน้มเพิ่มระดับสูงขึ้น รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ส่วนวัดลาดบัวขาว หมู่ 6 ต.หัวไทร อ.บางคล้า น้ำท่วมเต็มพื้นที่วัด ระดับน้ำสูงประมาณ 1.5 เมตร พระสงฆ์ ต้องย้ายไปพักบนศาลาการเปรียญ เพื่อความปลอดภัย ทางร้านเอกเขนก ได้นำถุงยังชีพ 100 ชุด ล่องเรือฝ่ากระแสน้ำเข้าไปมอบให้พระสงฆ์ และประชาชนในพื้นที่
ศพน้ำท่วมประกอบพิธีไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ภายในวัดดังกล่าวยังมีเรื่องสะเทือนใจ เมื่อพบว่ามีศพผู้เสียชีวิตจากเหตุจมน้ำ ตั้งอยู่ในศาลา ยังไม่สามารถประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมได้โดยนายประจักษ์ เอี่ยมศิริ อายุ 81 ปี กำนัน ต.หัวไทร เปิดเผยว่า ศพผู้เสียชีวิตยังไม่ได้ประกอบพิธีทางศาสนา เนื่องจากน้ำท่วม และญาติผู้เสียชีวิตก็ยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาที่วัดได้ จึงต้องเก็บรักษาศพไว้ในโลงเย็นก่อน โดยรอให้ระดับน้ำลดลงจึงจะประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมต่อไป
พบยายเพิ่งรับถุงยังชีพชุดแรก
จากการล่องเรือออกด้านหลังวัดลาดบัวขาว มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ ต.บางกะเจ็ด พบว่าทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยผืนน้ำขนาดใหญ่ โดยน้ำท่วมนาข้าวและบ่อกุ้งของชาวบ้าน จนกลายเป็นผืนน้ำสุดลูกหูลูกตา ซึ่งระหว่างทางยังพบยายวัย 70 ปี อาศัยอยู่ภายในบ้านที่อยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วม หากไม่มีเรือเข้ามา ก็ไม่สามารถเดินทางเข้าออกได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงนำถุงยังชีพไปมอบให้ จนยายเอ่ยปากขอบคุณ พร้อมยกมือไหว้ทั้งน้ำตา ด้วยความดีใจ เนื่องจากเป็นถุงยังชีพชุดแรกที่ได้รับความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีอาหารสุนัข เพื่อนำไปให้สุนัขที่ยายเลี้ยงไว้ ทำให้ยายรู้สึกดีใจอย่างมาก เพราะเป็นการช่วยต่อลมหายใจสัตว์เลี้ยงด้วย
ชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพแล้ว
ขณะที่การสำรวจในพื้นที่ ต.บางกะเจ็ด พบชาวบ้าน 12 คน อาศัยอยู่รวมกันในบ้าน 2 ชั้น โดยรอบเต็มไปด้วยผืนน้ำ เป็นอีกหลังที่ยังไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้น้ำท่วมถึงหน้าอก และยังมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นอีก ทั้งนี้ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ได้อพยพออกไปอยู่ในจุดปลอดภัย นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังพบสุนัขจรจัดหลายตัว ติดอยู่บริเวณสะพานข้ามคลองกลางน้ำ จึงนำอาหารเม็ดไปให้กิน พบว่าสุนัขต่างพากันกินด้วยความหิวโหยสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.บางคล้า ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านซึ่งมีผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และสัตว์เลี้ยง หลายจุดยังมีน้ำท่วมสูง อยู่ลึกเข้าถึงยาก จำเป็นต้องใช้เรือเข้าไปช่วยเหลือ
ปราจีนฯจมบาดาลน้ำ2-3เมตร
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากมวลน้ำพื้นที่ตอนบน ไหลทะลักลงพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่การเกษตร หลายหมู่บ้านถูกน้ำล้อมรอบ บางจุดน้ำท่วมสูงถึง 2-3 เมตร ถนนตัดขาด รถเล็กผ่านไม่ได้ เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ได้นั่งเรือเร่งนำถุงยังชีพไปแจกจ่ายกลุ่มเปราะบางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านเส้นทางน้ำไหลเชี่ยว และขอให้เร่งยกสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมจัดเตรียมเอกสารสำคัญยารักษาโรคประจำตัว เตรียมพร้อมกรณีมีคำสั่งให้อพยพทันที เนื่องจากมวลน้ำจากตอนบน ยังคงไหลลงมาเติมอย่างต่อเนื่องขณะที่ความสามารถในการระบายน้ำยังจำกัด
กรมชลฯเฝ้าระวังน้ำแม่กลอง
ขณะเดียวกัน ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้า เขื่อนแม่กลอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี สำนักงานชลประทานที่ 13 กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำของเขื่อนแม่กลอง ว่าขณะนี้มีอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 972 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที แม้ว่าแนวโน้มสถานการณ์น้ำจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณการระบายยังคงอยู่ในเกณฑ์การเฝ้าระวัง (อัตราการระบายระดับสีเหลือง ระหว่าง 800–1,500 ลบ.ม.ต่อวินาที) ส่งผลให้บางพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนใน 3 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี , ราชบุรี และสมุทรสงคราม ยังคงได้รับผลกระทบจากระดับน้ำขัง และน้ำล้นตลิ่ง จึงแจ้งเตือนประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
ครม.เพิ่มสมุทรสาครเขตภัยพิบัติ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าช่วงเริ่มต้นการประชุม ครม.ได้มีการพูดคุยและติดตามสถานการณ์อุทกภัย ติดตามการดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกฯ และติดตามการปฏิบัติของกระทรวงต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่การช่วยเหลือเยียวยา การเตรียมการฟื้นฟู เพื่อให้ทุกอย่างเข้าสู่การดำเนินการอย่างรวดเร็ว และสอดคล้องกันในทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุม ครม.มีมติประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพิ่มเติม คือ จ.สมุทรสงคราม หลังจาก ครม.เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา มีมติประกาศพื้นที่ภัยพิบัติไปแล้วส่วนหนึ่ง
พิพัฒน์นัดประชุมผู้ว่าฯ14จว.ใต้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงการเตรียมรับมือฝนที่จะตกในพื้นที่ภาคใต้ ช่วงสัปดาห์นี้ ว่าจะประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) โดยจะหารือและวางมาตรการว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งภาคใต้ฝนจะเริ่มตกและหนักขึ้นยาวไปจนช่วงเดือนมกราคม 2570
ผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมพร้อมใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายพิพัฒน์ กล่าวว่า มีการเตรียมความพร้อมแล้ว โดยเฉพาะหลังจากประชุม ครม.นอกสถานที่ (ครม.สัญจร) มีการหารือคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึง รัฐมนตรีที่รับผิดชอบพื้นที่
ไม่รับประกันน้ำไม่ท่วมหาดใหญ่
เมื่อถามว่าจะไม่ซ้ำรอยปีที่แล้วใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า อันนี้ตนไม่กล้าที่จะพูดส่วนนั้น เพราะเรื่องของธรรมชาติ เป็นอะไรที่ตอบไม่ได้เลย แต่เราก็ต้องพยายาม ช่วงนี้เราดูจากกรมอุตุนิยมวิทยา ว่าจะต้องดูแลในส่วนไหน โดยเฉพาะเรื่องการพร่องน้ำ จะต้องหารือกับกรมชลประทาน และเจ้าของพื้นที่ กักเก็บน้ำ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เทศบาลนครหาดใหญ่ ทั้งนี้ ได้อนุมัติงบประมาณไปแล้วประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อซ่อมแซมคลองภูมินาถดำริ หรือคลอง ร.1 ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างซ่อมบำรุง เชื่อว่าน่าจะทันฤดูน้ำหลาก
ต่อข้อถามว่าก่อนหน้านี้หลายพื้นที่มีปัญหาการแจ้งเตือนล่าช้า จะต้องกำชับเป็นพิเศษหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในการประชุม ครม.วันเดียวกันนี้ จะหารือในเรื่องนี้ด้วย
สวพ.FM91รายงานน้ำท่วมกรุง
สถานีวิทยุเพื่อความปลอดภัยและการจราจร สวพ.FM 91 รายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำวันที่ 6 ตุลาคม หลังจากมีฝนตกลงมาในช่วงกลางคืนที่ผ่านมาว่า มีจุดที่มีน้ำท่วมขังและเส้นทางที่ต้องระมัดระวัง ควรหลีกเลี่ยงดังนี้ ถนนพหลโยธิน-อนุสรณ์สถาน บริเวณรอยต่อ กทม. หน้าสนามกีฬาธูปะเตมีย์ ถึงพหลโยธิน ซ.64/1 และช่วงวิภาวดีขาออกเลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานอนุสรณ์สถานลงพหลโยธินขาเข้า มีน้ำท่วมสูง 15-20 ซม. (บางช่วงหน้าธูปะเตมีย์และปากทางลำลูกกาสูง 40-70 ซม.)
ถนนแจ้งวัฒนะ (ปากเกร็ด): ทั้งขาเข้าและขาออก บริเวณหน้าห้างแม็คโครถึงทางขึ้นด่วนแจ้งวัฒนะ และหน้าสำนักงานเครื่องจักรกลฯ ถึงสะพานข้ามคลองประปา มีน้ำท่วมขัง 3 ช่องทางด้านซ้าย สูงประมาณ 10-15 ซม. รถยังสัญจรได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง ขณะที่ ถนนลาดกระบัง-ฉลองกรุง-หลวงแพ่ง ช่วงแยกกิ่งแก้วถึงแยกสนามบิน, บริเวณสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) และถนนเจ้าคุณทหาร มีน้ำท่วมขังสูง 5-25 ซม. รถเล็กควรระมัดระวังส่วนถนนอื่นๆ อาทิ ถนนอ่อนนุช (ซอย 57–59) และถนนกรุงเทพกรีฑา มีน้ำท่วมขังเล็กน้อย 5–10 ซม
กทม.เร่งระบายน้ำรับฝนระลอกใหม่
ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ติดตามสถานการณ์ฝนและการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภายหลังเกิดฝนตกหนักและมีฟ้าร้องรุนแรงช่วงเวลา 01.00–03.00 น. โดยมีปริมาณฝนสะสมเฉลี่ยประมาณ 50 มิลลิเมตร (มม.)นายชัชชาติ กล่าวว่า กลุ่มฝนได้เคลื่อนตัวออกจากพื้นที่แล้ว ส่วนกทม.ยังคงเร่งระบายน้ำและพร่องระดับน้ำในคูคลองสายหลัก เพื่อรองรับฝนระลอกใหม่พื้นที่ที่มีปริมาณฝนสะสมสูง ได้แก่ เขตสายไหม ประมาณ 99–100มม.รองลงมา ได้แก่ เขตธนบุรี 70มม. เขตจอมทองและเขตคลองเตย 64มม.และเขตราชเทวี 61มม.ด้านระดับน้ำในคูคลอง คลองประเวศบุรีรมย์บริเวณวัดขจรเพิ่มจาก 9 เป็น 24 ซม. จากการเร่งระบายน้ำที่ผันมาจากพื้นที่เขตลาดกระบัง ขณะที่คลองลาดพร้าวมีระดับน้ำเอ่อสูงขึ้นและอยู่ในเกณฑ์เตือนภัยระดับสีส้มส่วนคลองเปรมประชากรบางจุดมีสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงจากปริมาณน้ำเอ่อล้น ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะหนองจอกและลาดกระบัง ขณะนี้ยังไม่มีฝนเติมเข้ามาในจุดวิกฤต ทำให้การระบายน้ำดำเนินการได้ดีขึ้น
ไชยชนกจ่อชงอธิบดีกรมอุตุฯคนใหม่
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณีการแต่งตั้งอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาคนใหม่ หลังจากน.ส.สุกันยาณี ยะวิญชาญ เกษียณอายุราชการว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เสนอชื่อนายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ขณะนี้อยู่ในตำแหน่งรักษาการเป็นอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาคนใหม่ ส่วนขั้นตอนขณะนี้อยู่ในชั้นเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งน่าจะยังอยู่ในกระบวนการ และคาดว่าจะเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างช้าคาดว่าจะเป็นการประชุม ครม.ครั้งหน้า
สธ.เตรียมสำรองยาและอาหาร
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจสถานพยาบาลใน 23 จังหวัด จำนวน 157 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พบว่า สามารถเปิดให้บริการได้ปกติ 88 แห่ง, ปิดบริการบางส่วน 14 แห่ง และปิดให้บริการชั่วคราว 55 แห่งขณะเดียวกัน สธ.ได้ส่งทีมแพทย์เข้าไปดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ศูนย์พักพิง ส่วนภาพรวมในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ทั้งที่ในศูนย์พักพิงและที่ยังอยู่ในที่พักอาศัย จำนวน 88,664 คน นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น ผู้ป่วยที่ต้องฟอกไต 663 คน ได้จัดบริการให้ได้รับการล้างไตตามกำหนด
ทั้งนี้ สธ.ได้เตรียมความพร้อมทั้งการเตรียมขนส่งผู้ป่วยล่วงหน้า ซักซ้อมการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และหาเส้นทางสำรองสำหรับการขนส่งผู้ป่วย รวมถึงสำรองยาและเวชภัณฑ์ไว้อย่างน้อย 1 สัปดาห์ขึ้นไป นอกจากนี้ยังปรับปรุงระบบไฟ ระบบสื่อสารและการให้ออกซิเจน เช่น อาหาร สามารถสำรองได้ถึง 10 วัน น้ำดื่มและออกซิเจนอยู่ได้อย่างน้อย 7 วัน รวมถึงเตรียมระบบสื่อสารเพิ่มเติมจากปกติ เช่น วิทยุ โทรศัพท์ดาวเทียม และเตรียมรองรับผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุเฉียบพลัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

