ทำความรู้จัก เทศกาลกินเจ จุดกำเนิดประเพณีถือศีลกินผัก พร้อมเปิด 5 ข้อห้าม ที่คนกินเจต้องรู้

วนเวียนมาบรรจบอีกครั้งสำหรับ เทศกาลกินเจ ประเพณีบุญใหญ่ประจำปีที่ผู้คนจำนวนมากพร้อมใจกันสวมชุดขาว ละเว้นการทานเนื้อสัตว์ และหันมารับประทานอาหารที่ทำมาจาก ผัก และ โปรตีนเกษตร เพื่อชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ แม้เราจะคุ้นเคยกันดีว่า เทศกาลกินเจ มีกำหนดจัดขึ้นตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน แต่พอพูดถึงประวัติความเป็นมา หลายคนอาจจะเริ่มงง เพราะแต่ละที่มีตำนานเล่าขานถึงจุดกำเนิดของการ กินเจ ที่ไม่เหมือนกันเลย
ซึ่งความจริงแล้วการที่ประวัติการ กินเจ มีหลากหลายเวอร์ชันนั้น เพราะเกิดจากการบอกเล่าปากต่อปากสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งชาวจีนที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานในแต่ละภูมิภาคก็มาจากหลากหลายกลุ่มภาษา ทำให้เรื่องเล่าของ เทศกาลกินเจ ถูกปรับผสมผสานเข้ากับความเชื่อ ประวัติศาสตร์การเมือง และวิถีชีวิตท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่จนมีความหลากหลายอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

วันนี้ ทีมงานแนวหน้าออนไลน์ จะขอพาทุกท่านไปร่วมไขข้อสงสัยและทำความรู้จักกับ เทศกาลกินเจ ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งประวัติความเป็นมา ตำนานเล่าขานที่หลากหลาย ตลอดจนข้อควรรู้และสิ่งที่ต้องปฏิบัติในเทศกาลบุญใหญ่ครั้งนี้กัน
เทศกาลกินเจ หรือที่ในภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่า เจี๊ยะฉ่าย (แปลว่า ถือศีลกินผัก) มีรากฐานยาวนานหลายร้อยปี โดยตำนานที่ถูกอ้างอิงถึงมากที่สุด สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้แก่

1. ตำนานนักรบ หงี่หั่วท้วง และการต่อต้านแมนจู
โดยตำนานนี้ระบุว่าในยุคที่ชาวจีนฮั่นถูกชนชาติแมนจูรุกรานและเข้ายึดครองสถาปนาราชวงศ์ชิง ได้มีกลุ่มทหารชาวบ้านชื่อ หงี่หั่วท้วง รวมตัวกันต่อสู้เพื่อกอบกู้เอกราช พวกเขานุ่งขาวห่มขาว ถือศีล งดเว้นเนื้อสัตว์และผักกลิ่นฉุน พร้อมบริกรรมคาถา เพราะเชื่อว่าจะช่วยสร้างความเข้มแข็งและคุ้มกันภัยจากปืนไฟของศัตรู แม้สุดท้ายจะพ่ายแพ้และพลีชีพไป แต่ชาวจีนรุ่นหลังยังคงถือศีลกินเจในช่วงเดือน 9 เพื่อรำลึกและไว้อาลัยแก่ความเสียสละของเหล่านักสู้หงี่หั่วท้วง

2. ตำนานกินเจเพื่อบูชา ดาวนพเคราะห์ทั้ง 9
ตามความเชื่อในลัทธิเต๋า การกินเจตลอด 9 วัน 9 คืน จัดขึ้นเพื่อประกอบพิธีกรรมสักการบูชา ดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 (กลุ่มดาวกระบวยเหนือ หรือ ดาวเป๋ยโต่ว) ได้แก่ พระอาทิตย์, พระจันทร์, พระอังคาร, พระพุธ, พระพฤหัสบดี, พระศุกร์, พระเสาร์, พระราหู และพระเกตุ เพื่อสมาทานศีล ชำระกายใจให้บริสุทธิ์ และขอพรให้พ้นจากโรคภัยพิบัติต่าง ๆ

3. ตำนานการบูชาพระพุทธเจ้า 9 พระองค์
ตามความเชื่อของพระพุทธศาสนานิกายมหายานและลัทธิเต๋าการกินเจตลอด 9 วัน 9 คืน เป็นพิธีกรรมเพื่อสักการะพระพุทธเจ้าในอดีตกาล 7 พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ ซึ่งถือกำเนิดหรือเชื่อมโยงกับกลุ่มดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 ผู้ถือศีลจะสละเวลาทางโลกมาสมาทานศีล งดบริโภคเนื้อสัตว์ เพื่อชำระกายวาจาใจ และขอพรให้พ้นจากภัยพิบัติโรคภัยต่าง ๆ

4. ตำนานการระลึกถึงจักรพรรดิซ่งตี้ปิง
อีกหนึ่งตำนานเฉพาะถิ่นในมณฑลฮกเกี้ยน เล่าว่าการกินเจจัดขึ้นเพื่อระลึกถึง จักรพรรดิซ่งตี้ปิง จักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ซ่ง ซึ่งทำอัตวินิบาตกรรมขณะปลดแอกหนีภัยบนเรือด้วยพระชนมายุเพียง 9 พรรษา ชาวฮกเกี้ยนจึงใช้พิธีกรรมทางศาสนาบังหน้าเพื่อแฝงนัยยะทางการเมืองในการเคารพราชวงศ์เดิม

5. ตำนานกินเจเพื่อขจัดภัยพิบัติแห่งมณฑลกังไส
เหตุการณ์ในอดีตกว่า 1,500 ปีก่อน ในมณฑลกังไส เมื่อชาวเมืองเกิดความแตกสามัคคี เทพยดาจึงส่งสัญญาณเตือนผ่านขอทานโรคเรื้อน ให้ชาวเมืองถือศีลกินเจ 9 วัน 9 คืนเพื่อสร้างบุญกุศลลบล้างภัยพิบัติ ต่อมาเล่าเอี๋ยเกิดศรัทธาจึงนำตำรานี้มาดัดแปลงพิธีกรรมให้รัดกุมยิ่งขึ้น และจัดพิธีเชิญเง็กเซียนฮ่องเต้มาเป็นประธานในเทศกาล

6. ตำนานกินเจของ เล่าเซ็ง
เรื่องเล่าเน้นเรื่องความกตัญญูต่อมารดา โดยเล่าเซ็งได้พบว่ามารดาของตนได้รับความสุขในภพภูมิที่ดีบนเขาโพถ้อซัวจากการถือศีลกินเจ เขาจึงเกิดความศรัทธาอย่างสูง ยกทรัพย์สินให้บุตร และหันมาถือศีลกินเจปฏิบัติธรรมจนเกิดเป็นแบบอย่างสืบทอดกันมา

สำหรับจุดเริ่มต้นของเทศกาลถือศีลกินเจในประเทศไทย บันทึกประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของคนภูเก็ตระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2368 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เมื่อครั้งที่พระยาถลาง เจ้าเมืองภูเก็ต ได้ย้ายเมืองมาตั้งที่บริเวณบ้านเก็ตโฮ่ ตำบลกะทู้ ในปัจจุบัน
ในยุคนั้น พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นป่าทึบและอุดมไปด้วยแร่ดีบุก ทำให้ชาวจีนฮกเกี้ยนอพยพเข้ามาทำเหมืองแร่เป็นจำนวนมาก ทว่าพื้นที่กลับชุมชุกไปด้วยไข้มาลาเรีย ต่อมามีคณะงิ้วปั่วฮี่เดินทางมาจากเมืองจีนเพื่อมาทำการแสดง แต่ชาวคณะกลับเกิดล้มป่วยลงด้วยโรคไข้มาลาเรีย คณะงิ้วจึงได้ร่วมกันประกอบพิธี เจี๊ยะฉ่าย หรือประเพณีถือศีลกินผักขึ้น เพื่อบวงสรวงสักการะเทพเจ้า กิ๋วฮ๋องไต่เต่ และ ยกอ๋องซ่งเต่
ผลลัพธ์ปรากฏว่าโรคร้ายได้หายไปอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อชาวบ้านในพื้นที่เห็นดังนั้นจึงเกิดความศรัทธาอย่างสูง จึงได้เริ่มประกอบพิธีถือศีลกินผักตามแบบอย่างคณะงิ้ว โดยมี ศาลเจ้ากะทู้ หรือ อ๊ามกะทู้ เป็นศาลเจ้าแห่งแรกที่เริ่มประเพณีนี้ ตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน รวมเป็นเวลา 9 วัน 9 คืนสืบทอดเรื่อยมา
ความเชื่อเรื่องการกินผักเพื่อรักษาโรค ขจัดภัยพิบัติ และละเว้นบาป ได้แพร่ขยายจากภูเก็ตไปยังชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลทั่วประเทศไทย และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา โดยกลายเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น เช่น พิธียกเสาโก้เต้ง ขบวนแห่พระรอบเมือง และพิธีกรรมทรมานตนเองของ ม้าทรง ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้รับเคราะห์แทนผู้ถือศีลกินผักทุกคน

เมื่อได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาและตำนานอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว สำหรับใครที่ตั้งใจจะร่วมถือศีลกินเจในปีนี้ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการศึกษากฎข้อปฏิบัติ เพื่อให้การถือศีลสะอาดบริสุทธิ์ทั้งกายและใจ และหัวใจสำคัญของการ กินเจ ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกเมนูอาหารเจ แต่คือการถือศีลเพื่อชำระล้างร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ โดยมีข้อควรรู้และข้อห้ามปฏิบัติดังนี้

1. ห้ามทานเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์
งดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด รวมถึงวัตถุดิบและส่วนผสมที่มาจากสัตว์ เช่น ไข่ไก่, นม, เนย, ครีม, น้ำมันหมู, น้ำปลา, ซอสหอยนางรม และผงปรุงรสคาวต่าง ๆ

2. ห้ามทานผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด
ตามหลักประเพณีจีนโบราณและศาสตร์แพทย์แผนจีน เชื่อว่าผักที่มีกลิ่นฉุนและรสเผ็ดร้อนจัดจะเข้าไปกระตุ้นอารมณ์ เกิดการสะสมความร้อน และทำลายสมดุลของอวัยวะภายใน ได้แก่
กระเทียม และกระเทียมโทน กระทบการทำงานของหัวใจ
หัวหอม, ต้นหอม และหอมแดง กระทบการทำงานของไต
หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน) กระทบการทำงานของม้าม
กุยช่าย กระทบการทำงานของตับ
ใบยาสูบ (บุหรี่, ยาเส้น) กระทบการทำงานของปอด

3. ห้ามทานอาหารรสจัด
งดอาหารที่มีรสชาติโดดหรือรุนแรงเกินไป ทั้งเผ็ดจัด, เค็มจัด, หวานจัด หรือเปรี้ยวจัด เนื่องจากรสจัดจะเข้าไปกระตุ้นธาตุในร่างกาย รบกวนความสงบของจิตใจ และส่งผลเสียต่อสุขภาพ

4. ห้ามดื่มแอลกอฮอล์และของมึนเมา
งดสุรา เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และสารเสพติดทุกประเภทตลอดช่วงเวลาถือศีล เพื่อให้สติปัญญามีความแจ่มใสและไม่ขาดสติ

5. สำรวมกาย วาจา และใจ
นอกเหนือจากการระวังเรื่องอาหารการกินแล้ว ควรแต่งกายด้วยชุดสีขาวหรือสีสุภาพเพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์ ละเว้นการพูดคำหยาบ นินทา โกหก ไม่เบียดเบียนหรือฆ่าสัตว์ตัดชีวิต พร้อมทั้งร่วมทำบุญ สวดมนต์ และนั่งสมาธิ เพื่อสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ไปพร้อมกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

