คอลัมน์ : อ่านระหว่างบรรทัด
‘อสส.คนใหม่’ โปรดตรวจสอบ ‘กรณีสั่งไม่ฟ้องครหา’ คดีรุกป่าราชบุรี คดีแทนไท และอื่นๆ
คดีอื้อฉาว หลายคดี ที่มีปัญหา “อัยการสั่งไม่ฟ้อง”
บางคดี ผู้ต้องหาลอยนวล
บางคดี คนสั่งไม่ฟ้องเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางแทน
บางคดี ก็มีการแก้ไขภายหลังจนสั่งฟ้อง แต่ผู้ต้องหาก็ยังหลบหนีอยู่ ก็มี
1. ล่าสุด คดีบอส อยู่วิทยา
มีการยื่นกระทู้ถามสดในสภาผู้แทนราษฎร จี้ถามนายกฯ สืบเนื่องจากคดีเหลืออายุความอีกเพียงประมาณ 351 วัน (หรือราว 1 ปีสุดท้าย) สำหรับข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นข้อหาเดียวที่ยังเหลืออยู่หลังจากข้อหาอื่นๆ หมดอายุความไปแล้ว
ปัจจุบัน ผู้ต้องหายังหนีอยู่ต่างประเทศ
ส่วนบรรดาผู้ที่ช่วยเหลือให้มีการสั่งไม่ฟ้องไปตอนแรก ขณะนี้ คดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์ หลังจากที่ศาลปราบโกงพิพากษาจำคุกอดีตอัยการ 2 คน
2. อัยการสั่งไม่ฟ้องธนาธรคดีรุกป่าราชบุรี
คดีกรมป่าไม้ตรวจสอบการถือครองที่ดิน 2,154 ไร่ 3 งาน 82 ตารางวา ในอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เอกสารสิทธิ 60 ฉบับ แยกเป็นของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 53 ฉบับ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 5 ฉบับ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 2 ฉบับ พบว่า มีการออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทับซ้อนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าไม้ถาวร “ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี” ซึ่งปัจจุบันกรมที่ดินได้สั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ นส.3ก. จำนวน 59 ฉบับ เนื้อที่ 2,111 ไร่ 1 งาน 69 ตารางวา จากทั้งหมด 60 ฉบับ แล้ว
อัยการจังหวัดราชบุรี เจ้าของสำนวน มีความเห็นสั่งฟ้อง นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ปัจจุบันคดีอยู่ในชั้นศาล จำเลยปฏิเสธ
แต่มีรายงานข่าวว่า ไม่สั่งฟ้องธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ โดยยังไม่ปรากฏคำชี้แจง เหตุผล คำยืนยันแต่อย่างใด
กรณีนายธนาธร แม้เจ้าตัวได้ฟ้องผู้เกี่ยวข้องต่อศาลปกครองกลาง กรณีคำสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก. เลขที่ 158 และ 159) อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เนื้อที่กว่า 81 ไร่ และต่อมาเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกคำร้อง ยืนยันว่าที่ดินอยู่ในเขตป่า การเพิกถอนชอบแล้ว แต่ให้กรมที่ดินชดใช้เงินให้นายธนากร 4.9 ล้านบาท เป็นค่าที่ดินซึ่งซื้อต่อจากผู้ครอบครองเดิมมาโดยสุจริต เชื่อว่าไม่ทราบว่าเป็นการออกเอกสารสิทธิทับซ้อนที่ป่าสงวน แต่คดีดังกล่าวก็ยังไม่ถึงที่สุด จะอ้างเป็นเหตุผลสั่งไม่ฟ้องในคดีอาญาได้อย่างไร
ส่วนกรณีชนาพรรณ รูปการณ์คล้ายกรณีสมพร ซึ่งไม่ปรากฏว่าเจ้าตัวไปฟ้องศาลปกครองด้วยซ้ำ มีเหตุผลอะไรจะสั่งไม่ฟ้อง ?
3. กรณีอัยการคดีพิเศษ และอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้องนายแทนไท ณรงค์กูลกับพวกรวม 6 ราย (สั่งฟ้องแค่ 5 คน)
คดีพิเศษที่ 64/2567 สมคบกันฟอกเงิน โดยมีความผิดมูลฐานมาจากการละเมิดลิขสิทธิ์เผยแพร่ภาพยนตร์ผ่านเว็บไซต์ Movie2free และเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ มูลค่าเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท
คดีนี้ อัยการสั่งไม่ฟ้องนายแทนไท (นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด และนางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ) เมื่อ 6 ส.ค. 2569 ก่อนนำไปสู่การเพิกถอนหมายจับนายแทนไทกับพวก เป็นข่าวครึกโครมว่า คดีแทนไทไปไม่ถึงศาล อีกแล้ว


เพราะก่อนหน้านี้ ในช่วงปี 2563–2564 แทนไทเคยถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์และร่วมกันฟอกเงิน มาแล้ว แต่ในส่วนของคดีอาญา สุดท้าย อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีไปไม่ถึงศาล รอดตัวไป
มาครั้งนี้ ฝ่ายอัยการอ้างว่า ไม่พบเส้นทางการเงินถึงนายแทนไทว่าได้รับมาจากรายได้ของการละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง อีกทั้งพนักงานสอบสวนไม่สามารถแยกได้ว่ารายได้ส่วนใดมาจากค่าโฆษณาเว็บพนัน และส่วนใดมาจากการเผยแพร่ภาพยนตร์เถื่อน พยานหลักฐานไม่พอฟ้อง
ทั้งๆ ที่ ดีเอสไอส่งสำนวนฟ้อง สำนวนคดีพิเศษที่ 64/2567 ความหนา 1.2 หมื่นแผ่น
ทั้งๆ ที่ คดีปรากฏหลักฐาน จนศาลอาญาอนุมัติหมายจับนายแทนไทกับพวก เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2569(ก่อนจะเพิกถอน หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง)
และทั้งๆ ที่ คดียึดทรัพย์ที่ ปปง.อายัดไว้ก่อนหน้านั้น ศาลแพ่งก็พิพากษายึดทรัพย์ 174 ล้านบาท เป็นของแผ่นดินเรียบ
น่าคิดว่า จำเลยที่ถูกฟ้องในคดีสมคบฟอกเงิน จะต้องมีเส้นเงินเท่านั้น จริงหรือ???
กรณีสั่งไม่ฟ้องคดีของนายแทนไทและพวก จึงเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่มีความซับซ้อนและน่าสนใจ
ไม่แพ้คดีบอส อยู่วิทยา
จนบัดนี้ ผู้ต้องหาที่อัยการสั่งฟ้อง 5 ราย ดีเอสไอตามตัวไปฟ้องคดีต่อศาลได้กี่คนแล้ว หรือยัง?
4. ใครตรวจสอบคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ?
การสั่งคดีของอัยการ อยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อาญา) มาตรา 143 ซึ่งให้อำนาจอัยการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องได้ตามดุลพินิจ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐานในสำนวน และความสมเหตุสมผล
ศาลฎีกาและสำนักงานอัยการสูงสุด เคยวางแนวทางว่ากรณีใดถือเป็นการสั่งโดยมิชอบ เช่น
- นำข้อเท็จจริงนอกสำนวนมาวินิจฉัย โดยไม่สอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่แจ้งให้พนักงานสอบสวนร่วมรับฟัง
- สั่งไม่ฟ้องในคดีที่มีการร้องขอความเป็นธรรม โดยไม่เสนอสำนวนตามลำดับชั้นถึงอธิบดี
- ใช้ดุลพินิจโดยไม่สมเหตุสมผล เช่น สั่งไม่ฟ้องทั้งที่พยานหลักฐานพอฟ้องชัดแจ้ง
- มีเจตนาทุจริต เช่น รับสินบนหรือกลั่นแกล้งผู้เสียหาย
ในทางความรับผิดของอัยการ อัยการที่สั่งไม่ฟ้องโดยมิชอบ อาจต้องรับผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) หากมีเจตนาทุจริตหรือกลั่นแกล้ง ศาลฎีกาเคยพิพากษาลงโทษจำคุกอัยการกรณีสั่งไม่ฟ้องโดยไม่ชอบมาแล้ว และในทางวินัย ตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 ประการสำคัญ
คดีตัวอย่าง เช่น
อดีตอัยการพิษณุโลกเรียกรับทรัพย์สินแลกกับการสั่งไม่ฟ้อง (รับสินบนเพื่อแลกกับคำสั่งไม่ฟ้อง)
อดีตอัยการยโสธรรับเงิน 3 หมื่นบาทแลกกับการไม่ฟ้อง (รับ 30,000 บาทเพื่อแลกกับคำสั่งไม่ฟ้อง)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3278/2522 (คำสั่งไม่ฟ้องได้รับการวินิจฉัยว่าชอบด้วยกฎหมาย)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 613/2532 (คดีที่พนักงานอัยการฟ้องกันเอง) ฯลฯ


5. ตรวจสอบกรณีสั่งไม่ฟ้องที่มีข้อครหา สร้างความเชื่อมั่นแก่สถาบันอัยการ
ที่ผ่านมา เคยมีกรณีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบสำนวน นำไปสู่การกลับคำสั่งเป็นสั่งฟ้อง
ยกตัวอย่าง การตรวจสอบคำสั่งไม่ฟ้อง 5 คดีดัง ช่วงปี 2566 อัยการสูงสุดในขณะนั้น (น.ส.นารี ตัณฑเสถียร) ออกคำสั่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรื้อดูสำนวนและเหตุผลการสั่งคดี ได้แก่
คดีนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ คดีค้ามนุษย์สถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท
คดีนายแทนไท ณรงค์กูล: คดีที่เกี่ยวกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์และการฟอกเงิน
คดีมาวินเบต (Mawinbet): คดีพนันออนไลน์เครือข่ายใหญ่
คดียาเสพติด (ยาบ้า 4 แสนเม็ด) ที่จังหวัดนนทบุรี
คดีบริษัทเปรมชัย กรรณสูต รุกที่ป่าภูเรือ
รายงานข่าว ระบุว่า บางคดีถูกนำไปสู่การประเมินคุณภาพสำนวนและตรวจสอบทางวินัยแก่ผู้เกี่ยวข้อง เพราะการสั่งไม่ฟ้องบางคดีส่อว่าใช้ดุลพินิจไม่ชอบ
ทว่ากลับไม่มีรายงานความคืบหน้าเลยหลังจากนั้น???
ประการสำคัญ หลังจากนี้ อัยการสูงสุดคนใหม่ (คนที่ 21) ได้แก่ นายโกวิท ศรีไพโรจน์ เริ่มปฏิบัติหน้าที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป (ต่อจากนายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุดคนปัจจุบันที่จะพ้นวาระไปดำรงตำแหน่งอัยการอาวุโส)
อสส.คนใหม่ โปรดพิจารณาตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้องในคดีอื้อฉาว มีข้อครหาในสังคม
เพื่อสร้างธรรมาภิบาลให้ปรากฏสู่สังคม คืนความเชื่อมั่นต่อสถาบันอัยการ จักเกิดประโยชน์แก่ระบบยุติธรรมส่วนรวมอย่างยิ่ง
สันติสุข มะโรงศรี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

