‘อธิบดีปภ.’ สั่งระดมเรือผลักดันน้ำ 80 ตัว ปักหลักปากแม่น้ำบางปะกง เร่งระบายน้ำท่วม‘ฉะเชิงเทรา-ปราจีนบุรี’

‘อธิบดีปภ.’ สั่งระดมเรือผลักดันน้ำ 80 ตัว ปักหลักปากแม่น้ำบางปะกง เร่งระบายน้ำท่วม‘ฉะเชิงเทรา-ปราจีนบุรี’ ย้ำชาวบ้านไม่ต้องทนเป็นเดือน ยันปรับระบบโอนเงินเยียวยาผู้ประสบภัยเร็วขึ้น ลงทะเบียนวันนี้รับพรุ่งนี้ รับชาวแฟลตคลองจั่นไม่เข้าเกณฑ์น้ำล้อม 7วัน
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกังวลสถานการณ์น้ำท่วม ที่อาจจะกินระยะเวลายาวนานในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นเดือนอยากทราบว่า สรุปแล้วจะระบายน้ำได้เมื่อใด ว่า ถ้าไม่มีการบริหารจัดการใดๆ เลย ผลักน้ำกันไป กันมา ความกังวลนั้นก็จะนำไปสู่ประเด็น แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ นายกรัฐมนตรีได้กำชับและสั่งการให้แก้ปัญหานี้ โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละคน ดำเนินการแก้ปัญหา ซึ่งเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมเร่งระบายน้ำ ในลุ่มแม่น้ำบางปะกง โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหมและรัฐมนตรีหลายคนเข้ามาประชุม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับหลักการการผลักดันน้ำ
นายนิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้ดำเนินกาารวบรวมเรือผลักดันน้ำที่สามารถหาได้ เข้าไปติดตั้งที่ปากแม่น้ำบางปะกงให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดพลังในการผลักดันน้ำ ที่ทำให้เกิดความแตกต่างในการระบายอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากพยายามใช้เรือผลักดันน้ำออกจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่รับน้ำจากจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดสระแก้วมาด้วย การผลักจากต้นน้ำจังหวัดนครนายกอย่างเดียว เกิดประสิทธิภาพไม่มากเท่าที่ควร เพราะน้ำจะไหลมาที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และยังมีมวลน้ำจากจังหวัดปราจีนบุรีมาสมทบอีก ดังนั้นในทางวิศวกรรมการระบายน้ำ ต้องผลักน้ำที่ปากแม่น้ำให้ออกเร็วที่สุด ซึ่งในที่ประชุมเห็นตรงกัน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำจากจังหวัดนครนายกหรือจังหวัดปราจีนบุรี ก็ต้องผลักดันให้ไหลสู่แม่น้ำบางปะกงให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ จุดที่มีศักยภาพที่เหมาะสมที่จะเอาเครื่องผลักดันน้ำออกมา วันนี้ที่ตั้งได้เลย 40-50 ตัว และน่าจะเพิ่มเป็น 80 ตัว ซึ่งจะเดินหน้าผลักดันให้สัมพันธ์กับน้ำขึ้นและน้ำลง ซึ่งน่าจะทำได้เร็วไม่นานตามที่ชาวบ้านกังวล
เมื่อถามถึงการโอนเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัย 10,400ครัวเรือน นายนิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้มีจังหวัดสระแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดกระบี่ที่เริ่มรับเงินแล้ว ส่วนวันที่ 8 ต.ค.และวันที่ 9 ต.ค.นี้ จะมีผู้ได้รับเงินอีกรวมแล้ว กว่า100ล้านบาท
เมื่อถามต่อว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่า กดลงทะเบียนแล้วได้รับเงินล่าช้าไป 2-3 วัน ทั้งที่ควรกดแล้วได้รับเลย นายนิรัตน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของระบบขั้นตอนการกดเงิน หลังที่นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงอยากให้เร็วกว่านี้ ทางปภ.และธนาคารออมสิน ได้มีการประสานกันทำให้ลดเวลาจากเดิม 2 วัน เหลือ1 วันคือส่งข้อมูลวันนี้ และวันพรุ่งนี้ได้เงินเลยซึ่งเร็วขึ้น
เมื่อถามอีกถึงกรณีชาวแฟลตเคหะคลองจั่น สะท้อนว่า อาจไม่ได้รับเงินเยียวยา เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขน้ำท่วมน้ำล้อม 7 วัน นายนิรัตน์ ย้อนกลับว่า เหมือนที่ผู้สื่อข่าวถาม ว่าไม่เข้าเงื่อนไขหลักเกณฑ์ ซึ่งที่ถามมาถูกแล้วคือไม่เข้าเกณฑ์
เมื่อถามย้ำว่าจะไม่มีแนวทางไหน ที่จะสามารถให้ได้รับเงินใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า การได้รับเงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) 5,000 บาทหรือ 9,000 บาทจะต้องมีหลักเกณฑ์ในเฉพาะก้อนนี้ ส่วนแนวทางอื่นที่จะให้ความช่วยเหลือจะมีการจ่ายเงินตามระเบียบของกทม.และ ปภ. จะเป็นไปตามเงื่อนไขต่อไป ต้องดูว่าเข้าหลักเกณฑ์ข้อไหนจ่ายตามข้อนั้นต้องตรงไปตรงมามีหลักยึด
เมื่อถามอีกถึงกรณีที่ไม่ได้เป็นเจ้าบ้านเอง จะได้รับเงินเยียวยาอย่างไร นายนิรัตน์ กล่าวว่า มีหลักเกณฑ์ทั้งการช่วยเหลือผู้เช่าหรือเจ้าบ้าน ต้องดูว่าอยู่ในสถานะอะไรตามหลักเกณฑ์ โดยในการลงทะเบียนจะมีช่องให้ระบุ ส่วนเรื่องการเยียวยาร้านอาหารผู้เช่าสถานที่ ขณะนี้ยังไม่มีหลักเกณฑ์นั้นมีเรื่องที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

