ซักฟอก‘18รัฐมนตรี’ ข้อหาฉกรรจ์ ถล่มกินรวบประเทศ

ซักฟอก‘18รัฐมนตรี’
ข้อหาฉกรรจ์
ถล่มกินรวบประเทศ
ฝ่ายค้านขยี้สีน้ำเงิน
ล็อกเป้านายกฯ-ภท.
แผนเสี้ยมไร้ชื่อพท.
รัฐบาลด่ายับเพ้อเจ้อ
“เท้ง” นำทัพ “พรรคฝ่ายค้าน” เข้ารายชื่อ 145 สส.ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รายบุคคล ซักฟอก “อนุทิน-17 รมต.” เน้น “รมต.ภูมิใจไทย” ไม่มี “เพื่อไทย” ไร้เงา “กล้าธรรม” ลงชื่อ ซัดข้อหา “ระบอบน้ำเงินกินรวบประเทศล็อคเป้าเปิดแผล‘ฮั้วสว.-โกงสอบท้องถิ่น-บริหารงานผิดพลาด’ ขอเวลา 5 วันอภิปราย ลั่นมีข้อมูลแน่นเมินเสียงในสภาน้อย หวังเปิดข้อมูลจริงให้ปชช.ตัดสิน‘ปธ.สภาฯ’รับลูกพร้อมส่งรัฐบาลเคาะวัน คาดซักฟอกปลายตุลาคม ขณะที่‘ศุภจี-เจเศรษฐ์’ยันพร้อม เป็นโอกาสชี้แจงโฆษกรบ.เย้ยฝ่ายค้านยื่นซักฟอก ใช้แต่โวหาร-วาทกรรม-เพ้อเจ้อ ยันรมต.พร้อมตอบในสภา
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นำคณะพรรคร่วมฝ่ายค้านและพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกันเข้าชื่อ145 คน ยกเว้นพรรคกล้าธรรมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา151ต่อนายนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทินเป็นครั้งแรก
ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก‘อนุทิน-17รมต.’
โดยมีรายชื่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จำนวน18คน ดังนี้ประกอบด้วย 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย 2.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม 3.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี4.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง 5.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ 6.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี 7.พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม 8.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา 9.นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 10.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
11.พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรรม12.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 13.นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐนตรี 14.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี15.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 16.นายสิริพงศ์ อังคสกุลกียรติรมช.คนาคม 17.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษรมช.มหาดไทย18.นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย
ซัดแรงระบอบน้ำเงินกินรวบปท.
โดยนายณัฐพงษ์กล่าวว่าสำหรับข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านรวบรวมมาเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ โดยต้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อระบอบสีน้ำเงินที่กินรวบประเทศนี้อยู่ ระบบนี้เป็นศัตรูและอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย อยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน และกำลังกินรวบประเทศนี้อยู่ ไม่ใช่แค่อำนาจในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียวเท่านั้น แต่อาจหมายรวมถึงสมาชิกวุฒิสภา และกลไกลถ่วงดุลตรวจสอบ หรือองค์กรอิสระต่างๆ ด้วย
ล็อกเป้า‘ฮั้วสว.-โกงสอบท้องถิ่น
ดังนั้นเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ว่าจะเป็นการโกงสว. ทุจริตสอบท้องถิ่น วิกฤตประชาชน เช่น การบริหารจัดการน้ำท่วมต่างๆล้วนอยู่ในกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งสิ้น
จะเห็นว่า รายชื่อทั้ง 18 คนนั้นมีหลายคนไม่ได้อยู่ในรายชื่อสำนวนคดีโกงสว. ดังนั้นเราไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คดีโกงสว.อย่างเดียว แต่อะไรก็ตามที่เป็นวิกฤตของประชาชน ที่อยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตย การใช้อำนาจในทางมิชอบต่างๆ ก็อยู่ในเนื้อหาการอภิปรายทั้งสิ้น
มั่นใจใช้เวทีสภาตีแผ่ความจริง
เบื้องต้นในการทำหน้าที่ในสภาคือการตีแผ่ความจริง อย่างที่ 2 คือการตั้งความหวังได้ไม่มากเท่าใดนัก แต่เป็นสิ่งที่เราต้องเรียกร้องเพื่อเป็นการใช้อำนาจนิติบัญญัติในสภาและถ้าเห็นข้อมูลข้อเท็จจริงที่จะอภิปรายรายบุคคลทั้ง 18 คนนี้ จากที่ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ก็ต้องรอดูว่าการลงมติไม่ไว้วางใจอีกที ว่า สส.แต่ละคนแต่ละพรรคการเมืองจะลงมติอย่างไร
ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ยืนยันว่า เรามีการเตรียมกรอบญัตติมาตามเนื้อหาข้อเท็จจริงเป็นหลัก อย่างแรกเลยคือมีหลักฐานที่มีน้ำหนักระดับหนึ่ง อย่างที่ 2 คือเปิดโอกาสให้พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคได้เสนอเข้ามา เพราะฉะนั้น 18 รายชื่อที่ส่งเข้ามานี้ ผ่านหลักเกณฑ์ทั้ง 2 ข้อ ดังนั้นการยื่นญัตติครั้งนี้เป็นไปตามกระบวนการทั้งหมด และถือว่าเรามีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
บริหารผิดพลาด-เอื้อพวกพ้อง
ด้านนายสาธิต วงศ์หนองเตย สส. บัญชีรายชื่อรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่าพรรคถือว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐธรรมนูญตามมาตรา 151 ถือเป็นมาตรการสำคัญสูงสุดอันหนึ่งในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล โดยพรรคยื่นรายชื่อรัฐมนตรีที่จะอภิปรายกับคณะทำงานของฝ่ายค้าน แม้อาจไม่ครบตาม ตามรายชื่อ 18 คนนี้ แต่ก็มีจำนวนหนึ่ง ที่พรรคยื่นมาเพราะพบชุดข้อมูลที่ชี้ให้เห็นชัดถึงพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรีที่เราเห็นว่ามีการบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด บกพร่อง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและเอื้อประโยชน์ให้กับพรรค พวกพ้อง สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างแท้จริง
ชี้รมต.อาจหลุด-แย้มเรื่องไม่เคยเป็นข่าว
“ยืนยันว่าเราพร้อมที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งประสบการณ์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในหลายยุคที่ผ่านมาความสำคัญไม่ได้อยู่ที่มือใครมากกว่ากันแต่ความสำคัญอยู่ที่ชุดของข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดบกพร่อง ผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และมีพฤติกรรมที่กระทำไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นหลักจริยธรรมหรืออื่นๆจะทำให้สังคม โดยเฉพาะประชาชนที่ติดตามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ได้เห็นอย่างชัดเจนว่าท้ายที่สุดแล้วรัฐมนตรีท่านนั้นสมควรที่จะไว้วางใจให้ทำหน้าที่รัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ตรงนี้จะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด” นายสาธิตกล่าวและว่านอกจากจากเรื่องฮั้วสว.แล้วยังมีเรื่องอื่นที่อาจจะไม่เคยเป็นข่าวมาก่อน
ขอเวลาชำแหละ5วันมีข้อมูลแน่น
“ซึ่งเราได้แจ้งต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาไปว่า จะขออภิปราย 5 วัน ฉะนั้นจึงฝากถึงรัฐบาลด้วยว่า 18 คนนี้ถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมากครั้งหนึ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หวังว่าจะได้รับการตอบรับจากประธานโสภณ อย่างไรก็ตามการอภิปรายอาจมีเรื่อง มีข้อมูลซ้ำกัน แต่จะมีการหารือร่วมกันเพื่อจับประเด็นอภิปรายให้มีน้ำหนักเสริมซึ่งกันและกัน”นายสาทิตย์ ย้ำ
ปธ.ส่งรบ.เคาะวัน/คาดปลายตค.
ด้าน นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์หลังรับหนังสือว่า กรอบเวลาคือ 14 วัน แต่เบื้องต้นได้คุยกับผู้นำฝ่ายค้านแล้วว่าอยากจะได้ปลายเดือนต.ค.ดังนั้นสุดแล้วแต่ขั้นตอนขั้นตอนการตรวจสอบญัตติซึ่งจะทำให้เร็วที่สุดเพื่อเสนอให้ครม.ยื่นวันกลับมาซึ่งหากทุกฝ่ายไม่ติด จะเป็นช่วงปลายเดือนต.ค.ก็คือปลายเดือน ส่วนเรื่องไหนที่เห็นว่าอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกอภิปรายก็สามารถพูดในการอภิปรายได้
“ถือโอกาสพูดในที่สาธารณะเลยว่าคนที่ทำหน้าที่ประธาน สิ่งสำคัญที่สุดคือยึดข้อบังคับเพื่อบริหารการประชุมให้เรียบร้อย หากประธานไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ การควบคุมของประธานจะลำบาก ดังนั้นผมจึงต้องยึดตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าฝ่ายตอบ ฝ่ายถาม รัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ไม่เอนเอียง” นายโสภณ กล่าว
‘ฝ่ายค้าน’ล็อกเป้ารมต.ภูมิใจไทย
รายงานข่าวแจ้งว่าคณะทำงานเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคร่วมฝ่ายค้าน จัดทำเอกสารยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรายบุคคลโดยเป็นรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด เนื่องจากทั้งหมดเป็น กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและสส.ภูมิใจไทยซึ่งมีชื่ออยู่ในสำนวนการสืบสวนไต่สวนของคณะอนุกรรมการกกต.ชุดที่ 26 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ที่มีการระบุชื่อและพฤติการณ์ว่าเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.
แม้กกต.จะมีมติไม่ส่งคำร้องเอาผิดไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง แต่ฝ่ายค้านเห็นว่า มีพยานหลักฐานที่สามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ทั้งเรื่องเส้นเงินของคนใกล้ชิด การมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมในการเป็นรัฐมนตรี เพราะมีปัญหาเรื่องมาตรฐานจริยธรรม รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการวางแผนเลือกสว.เพื่อเข้าไปครอบงำสว.และแทรกแซงองค์กรอิสระนอกจากนี้ยังมีประเด็นปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดินของนายอนุทิน และรัฐมนตรี เช่น เรื่องการทำโครงการ Th-AI passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การแก้ปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์ที่มีการเลือกปฏิบัติ รวมถึงประเด็นอื่นๆ เช่น การบริหารจัดการน้ำท่วมในกทม.และหลายจังหวัด เรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น
‘ศุภจี’พร้อมตอบฝ่ายค้านซักฟอก
ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่เป็นหนึ่งใน18รายชื่อรมต.ที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าตนยังไม่เห็นเรื่องนี้เพราะทำงานตั้งแต่เช้า แต่ไม่เป็นไร ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะอธิบายว่าสิ่งที่ทำมีเรื่องอะไรบ้างที่จะเกิดประโยชน์กับประชาชน มองว่าน่าจะดี จะได้มีโอกาสได้อธิบาย แต่ตนยังไม่ได้เห็นในรายละเอียด
ย้ำไม่เหนือความคาดหมาย
นางศุภจีย้ำว่าถือเป็นเรื่องที่ไม่อยู่เหนือความคาดหมาย เพราะหลักใหญ่คือการดูแลภาพรวมของเศรษฐกิจ เรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องของทุกคน ฝ่ายค้านก็มีหน้าที่ต้องตรวจสอบอยู่แล้วว่าเป็นไปในทิศทางที่อยากจะให้เป็น หรือการเติบโตอย่างไร ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะต้องถาม และหน้าที่ของรัฐบาลคือต้องตอบ ไม่ได้เกินหรือต่ำกว่าความคาดหมายเมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านหยิบยกประเด็นอะไรมาอภิปราย พร้อมจะชี้แจงหรือตอบใช่หรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่า แน่นอน ยินดีถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้อธิบายด้วยซ้ำ
‘เจเศรษฐ์’ลั่นพร้อมแจงศึกซักฟอก
ที่รัฐสภา นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย โดยนายเจเศรษฐ์ ย้อนถามว่า แล้ว?และกล่าวยืนยันว่าเราเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เราทำอะไรเราก็พูด อะไรที่เราไม่ได้ทำก็ต้องบอกว่าไม่ได้ทำ อะไรที่ยังไม่ดีพอก็ต้องน้อมรับ แต่อะไรที่เราทำแล้วเกิดประโยชน์เราก็ต้องบอก สิ่งสำคัญวันนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ตนก็ว่าอย่างนี้แหละง่ายๆ
โฆษกรบ.เย้ยฝ่ายค้านยื่นซักฟอก
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ 151 ต่อนายกฯและรัฐมนตรีรวม18คนว่า ตนได้อ่านญัตติของฝ่ายค้าน ความรู้สึกแรกที่โผล่ขึ้นมารู้สึกว่าบันเทิงดี ตรงกับคำนิยามของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าว่าบันเทิงธิปไตย ตนอยากเห็นว่าเขาจะกล่าวหารัฐมนตรีแต่ละคนอย่างไรแต่เท่าที่เห็นเหมือนการกล่าวหาแบบเล่นตลกพูดเพ้อเจ้ออะไรและสิ่งที่จะเกิดขึ้นในการอภิปรายตนคิดว่าเขาจะเอาวาทกรรมมาใส่ร้ายป้ายสีรัฐมนตรีแต่ละคนมาเผยแพร่แล้วมาขยายความวาทกรรมแต่ละอันก็เป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งของการเมืองที่มีสีสันเป็นเรื่องของแสงด้านการเมือง ตนมองหน้าออกว่าใครจะอภิปรายอย่างไรบ้าง
โต้ไม่เห็นฐานความผิดที่ชัดเจน
เมื่อถามว่ารัฐบาลมองเป็นความบันเทิงเช่นนี้แสดงว่าไม่ได้กังวลข้อมูลของฝ่ายค้านที่จะอภิปรายเลยใช่หรือไม่ นายเอกภพตอบว่ายังไม่เห็นเลยว่าเขาจะอภิปรายในประเด็นอะไรกันแน่ ยังไม่เห็นฐานความผิดที่ชัดเจนว่าเป็นอะไรถึงขั้นต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะรัฐมนตรีแต่ละคนทำงานอย่างหนักทำงานอย่างดีและมีผลงานก็โดนไปด้วย ไม่ได้มีข้อหาอะไรที่เราต้องมาชี้แจงหรืออาจเป็นเพราะว่าครั้งนี้เป็นการอภิปรายเพื่อความบันเทิงใช่หรือไม่
เมื่อถามว่าการยื่นอภิปราย18คนถือว่าเป็นการกระจายไปหรือไม่ นายเอกภพกล่าวว่าตนอยากรู้เหมือนกันว่าจะอภิปรายได้ครบหรือไม่ มีเวลาอยู่กี่วันและตนอยากรู้ว่าการอภิปรายถึง 18 คน จะอภิปรายอย่างไรหรืออภิปรายเพียง 5 คนแล้วที่เหลือไม่อภิปราย ประชาชนต้องทวงด้วย ถ้าอภิปรายไม่ครบ 18 คน เท่ากับหลอกลวงคนดู ตนจะฟ้องคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพราะเท่ากับหลอกลวงประชาชน
ลั่นรบ.เคารพการตรวจสอบรัฐสภา
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีย้ำว่า ทั้งนี้ยืนยันว่ารัฐบาลเคารพการตรวจสอบของระบบรัฐสภาโดยรัฐมนตรีทุกคนจะไปร่วมรับฟังข้อกล่าวหา หากมีอะไรไม่ใช่ข้อเท็จจริงก็พร้อมตอบโต้เพื่อให้ประชาชนรับทราบและคิดว่าแต่ละคนสามารถชี้แจงได้ในประเด็นการทำงานที่ไม่ใช่วาทกรรมและข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย แต่เรื่องของเวลาในการอภิปรายเป็นเรื่องที่วิปจะไปตกลงกัน
บังซุปยื่นปธ.สภาฯสอบ’โรม’
ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะกรรมาธิ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่าการประชุมคณะกรรมาธิการกฎหมายฯวันนี้เป็นการพิจารณาเรื่องการดำเนินการตามกฎหมายกรณีการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นประจำปี 2567-2569ซึ่งมีการออกคำสั่งเรียกให้นายกรัฐมนตรีมาชี้แจงแต่ตนได้ทำหนังสือ 2 ฉบับ ถึงประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯและประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตามข้อ90วรรค4ของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในประเด็นการใช้อำนาจเรียกให้มาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการ เป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการฯตามกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องหรือไม่ซึ่งคณะกรรมาธิการสัดส่วนฝ่ายรัฐบาล 6 คนและพรรคฝ่ายค้านบางคน เห็นว่าพฤติกรรมในการประชุมเห็นว่าการเรียกมาสอบนั้นส่อไปในทางผิดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
“จึงมีมติไม่เข้าร่วมประชุมวันนี้เพื่อแสดงจุดยืนว่าประธานคณะกรรมาธิการไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อบังคับ แต่ก็ยังพบว่าการประชุมคณะกรรมาธิการที่มีเฉพาะส่วนฝ่ายค้าน ก็ยังมีความพยายามให้ออกคำสั่งเรียกนายกรัฐมนตรีมาอีกครั้ง แทนที่จะมาทบทวนว่าการออกคำสั่งนั้นเป็นไปตามหน้าที่หรืออำนาจกรรมาธิการหรือไม่ และแม้ว่าจะมีความพยายามแต่ก็ไม่สามารถออกเป็นมติอย่างใดอย่างหนึ่งได้ เพราะมีเพียงเสียงกรรมาธิการฝ่ายค้าน” นายศุภชัย กล่าว
กมธ.ไม่ควรเป็นเครื่องมือให้การเมือง
นายศุภชัย กล่าวว่าวันนี้มีปัญหาของกรรมาธิการบางกรรมาธิการที่มีประธานมาจากพรรคการเมืองฝ่ายค้านไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับตามที่ควร ตนคิดว่าเป็นปัญหาและเป็นวิกฤต หลังจากนี้ตนกับคณะกรรมาธิการส่วนหนึ่งที่เป็นเสียงข้างมากในกรรมาธิการก็จะทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ดำเนินการวินิจฉัยแก้ปัญหาเหล่านี้โดยเร็ว หากประธานกรรมาธิการกระทำที่เกินขอบเขตอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ก็จะมีผลกระทบต่อการทำงานของกรรมาธิการและผลกระทบต่อประชาชนต่อสภาผู้แทนราษฎร
เมื่อถามว่ากรรมาธิการไม่สามารถออกคำสั่งเรียกให้นายกรัฐมนตรีมาชี้แจงได้เลยใช่หรือไม่นายศุภชัย กล่าวว่าความจริงต้องดูเรื่องที่จะเข้ากรรมาธิการก่อนว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการหรือไม่และซ้ำซ้อนกับกรรมาธิการอื่นหรือไม่ ที่ผ่านมาเรื่องเดียวกันแต่มีการเปลี่ยนหัวข้อซึ่งคนที่ถูกเรียกมาชี้แจงก็คือคนเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้หลายกรรมาธิการ
“วันนี้ไม่ได้เจตนาหวังผลอะไรแต่เจตนาหวังผลเรื่องการเมืองก็บันเทิงธิปไตยอย่างที่เขาพูดกัน เพราะฉะนั้นถ้าเป็นอย่างนี้สภาก็ไม่ควรที่จะตกเป็นเครื่องมือให้การเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้ประโยชน์จากกรรมาธิการ ควรจะต้องดึงกลับมาอยู่จุดเดิมในข้อบังคับที่ควรจะเป็น”นายศุภชัยย้ำ
เลขาป.ป.ช.ปัดตอบปมยื่นตรวจสอบ‘ไอเดียร์’
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เดินทางมาร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารภาครัฐระบบเปิด ครั้งที่ 2/2569ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีการยื่นตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของน.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย รวมถึงข้อสงสัยของสังคมเรื่องที่มาของทรัพย์สิน โดยนายนิติพันธุ์ บอกว่า”เดี๋ยวก่อน”ก่อนจะรับโทรศัพท์ หลังจากที่นายนิติพันธุ์ได้วางสายโทรศัพท์แล้ว ผู้สื่อข่าวก็พยายามสอบถามซ้ำ แต่นายนิติพันธุ์ไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวและขึ้นรถยนต์ออกจากทำเนียบรัฐบาลไปทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความกลุ่มทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ยื่น ป.ป.ช.เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ“สส.ไอเดียร์” ในประเด็น “นาฬิกาหรู” โดยพบว่า ในช่วงลงพื้นหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งที่ลงกับ “ไชยชนก ชิดชอบ” ปัจจุบันคือ รมว.ดีอี และที่หาเสียงด้วยตัวเอง มีการใส่นาฬิกาหรูหลายเรือนสลับกันไป รวมถึงนาฬิกาสายดำลักษณะคล้าย Rolex Cosmograph Daytona มูลค่าประมาณ 3.3 ล้านบาทด้วย แต่เมื่อตรวจสอบในบัญชีทรัพย์สินตอนเข้ารับตำแหน่ง สส. กลับไม่มีการแจ้งนาฬิกาเรือนนี้เอาไว้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

