"ปกรณ์" จ่อคลอดเกณฑ์เออร์ลีรีไทร์ข้าราชการวัย 50 ปี พร้อมโชว์ผลงาน 6 เดือนลุยกฎหมายรัฐบาลครบ

ปกรณ์ ชี้ใกล้ไฟนอลเคาะ “เกณฑ์ข้าราชการเออร์ลีรีไทร์” ได้มากกว่า 12 เท่า เริ่มอายุ 50 ปี-ผ่อนคลายคน 40 ถ้ามีเหตุจำเป็น - เผยโยก จนท.ธนาคารที่ดิน หลังยุบไป คทช.ช่วยเร่งทำ One Map ก่อนชง ครม. - เผย 6 เดือนรับตำแหน่ง ทำโยบายรัฐบาลด้านกฎหมายแล้ว
วันที่ 11 ตุลาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยถึงความคืบการดำเนินโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire) ของข้าราชการพลเรือนสามัญว่า ตอนนี้รอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำรายละเอียดก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเหลือข้อสรุปอยู่เพียงประเด็นเดียว คือเรื่องค่าตอบแทนควรให้กี่เท่า เพราะมองว่าอยากให้ได้มากกว่า 12 เท่า ส่วนจะเท่าไหร่นั้นต้องรอหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อสรุปเกณฑ์
ส่วนกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์เบื้องต้น จะเริ่มที่อายุ 50 ปีขี้นไป แต่ถ้าผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นสนใจเข้าร่วม ต้องมีเหตุจำเป็น เช่น ลาออกเพื่อไปดูแลบิดามารดา หรือมีอาการป่วย โดยหัวหน้าหน่วยงานจะเป็นผู้พิจารณา คาดว่ามาตรการนี้จะสามารถดำเนินการได้ภายในปีงบฯ 70 ซึ่งตั้งเป้าว่าจะสามารถลดอัตราจำนวนลงได้ 5% ต่อปีจากจำนวนข้าราชการทั้งหมด โดยเฟสแรกตั้งเป้าไว้ที่ 5% ก็จะใช้งบประมาณ 7 พันล้านบาท เบื้องต้นอาจใช้งบกลาง จากนั้นปีถัดไปเชื่อว่างบดำเนินโครงการจะค่อยลดลงเรื่อยๆ
ส่วนกรณีการบริหารทรัพยากรบุคคล หลังมีประกาศยุบเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) คณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้โอนบุคลากร 48 คน ไปสังกัดภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) สำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีภารกิจใกล้เคียงกัน โดยจะไปดำเนินงานในหน่วยการบริการรูปแบบพิเศษ (SDU) เพื่อทำภารกิจทำแผนที่ การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) ซึ่งหากเสร็จสมบูรณ์ ครม.จะให้ความเห็นชอบ ก่อนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้แผนที่ท้ายกฎหมายลำดับรองภายในไม่เกิน 90 วัน เพราะผ่านมาเป็น 10 ปี One Map ก็ยังไม่สำเร็จ
ส่วนการลดหน่วยงานรัฐซ้ำซ้อนตามภูมิภาค ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กำลังพิจารณา ซึ่งการดำเนินการจะต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะมีผลกระทบด้านอัตรากำลังและภารกิจ แต่ยืนยันว่าจะต้องดำเนินการและเป็นแผนระยะยาว
ส่วนความคืบหน้ามาตรการชะลอลดขนาดอัตรากำลัง เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารงานภาครัฐระบบเปิด (MSF) ได้เร่งรัดการเชื่อมโยงข้อมูล หลังมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกฯ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการเชื่อมโยงข้อมูลเรื่องร้องเรียงร้องทุกข์ และให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกันได้ เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อม การรุกล้ำที่ดิน การทุจริตของเจ้าหน้าที่ เพราะแต่ละประเด็นจะมีหลากหลายมิติ จะได้ทำให้การช่วยเหลือประชาชนไม่กระจายกระจายและมีฐานข้อมูลที่ตรงกันทำให้ทุกหน่วยสามารถใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด และง่ายต่อประชาชนเพื่อขอรับบริการรัฐ
ทั้งนี้ นายปกรณ์ ยังเปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนที่เข้ามารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ถือว่าได้ทำตามนโยบายรัฐบาล ในเรื่องกฎหมายครบทุกหัวข้อแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

