บุคคลแนวหน้า : 13 ตุลาคม 2569 (มือปราบ)

ถืออยู่ในมือท่านฉบับนี้คือ หนังสือพิมพ์แนวหน้า www.naewna.com ทุกบรรทัด ตรงไป ตรงมา
...nn ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรีไปแล้ว ทั้งขอพ่นน้ำลาย 5 วัน 5 คืน แต่ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาลบอกว่ายืดเยื้อมากไป แค่ 3 วันก็พอ
...nn จะว่าไปแล้วเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดีๆ ชั่วๆ คอการเมืองจะยืนข้างฝ่ายค้านแต่หนนี้หันมาเหน็บแนมฝ่ายค้านบันเทิงธิปไตยมากไป...nn แม้แต่ฝ่ายค้านด้วยกันเองยังไม่เห็นด้วย อย่าง อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะโฆษกพรรคกล้าธรรม บอกว่าแกนนำฝ่ายค้านหลักไม่ได้ติดต่อให้ลงชื่อในญัตติ
...nnแต่ภายหลังเมื่อได้เห็นรายละเอียดของญัตติแล้ว พรรคกล้าธรรมยิ่งเห็นชัดว่า เนื้อหาบางส่วน โดยเฉพาะข้อกล่าวหาหลักต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายราย ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารราชการแผ่นดิน
...nn ทั้งญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ควรใช้เป็นเวทีตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน แต่เนื้อหาที่ปรากฏกลับให้น้ำหนักกับประเด็นทางการเมือง
...nn เพราะสุดท้ายแล้ว การอภิปรายที่เกิดขึ้น จะไม่ได้ทำให้ปัญหาของประชาชนดีขึ้น และประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการอภิปรายครั้งนี้เลย
...nn แกนนำพรรคประชาธิปัตย์บางคนบอกว่า มีการซักฟอก 18 รัฐมนตรี แต่ประชาธิปัตย์คงอธิบายไม่ครบ ซึ่งก็พอเข้าใจได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่ใต้จั๊กกะแร้ของพรรคประชาชน จึงต้องโหนไปด้วยทั้งที่ กลุ่มเด็กเลี้ยงวัวชนอยากอยู่ฝ่ายรัฐบาล
...nn สามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรมว.ยุติธรรม ผู้เคยปฏิบัติงานในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และมีประสบการณ์ในการตรวจสอบข้อกล่าวหาทางการเมืองนอกสภา แสดงความกังวลต่อญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหนนี้
...nn จึงเสนอข้อแนะนำไปยัง โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ควรเริ่มต้นจากญัตติที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภา เสียก่อน เพราะมีหลายจุดใช้สำนวนบันเทิงธิปไตย มากไป อาทิ ไร้ภาวะผู้นำ, ไม่รู้สำนึกผิดชอบชั่วดี, ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ ฯลฯ
...nn ซึ่ง สามารถ เจนชัยจิตรวนิช มองว่าข้อความส่วนหนึ่ง เป็นเพียงการเสียดสีบุคคลหรือกล่าวหาโดยไม่แสดงข้อเท็จจริงรองรับให้ชัดเจน โดยเฉพาะคำว่า “ไม่รู้สำนึกผิดชอบชั่วดี” “ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ” และ“ไร้จิตสำนึก”
...nn เพราะข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 175 กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องพิจารณาความถูกต้องของการเสนอญัตติตามเงื่อนไขที่กำหนด
...nnข้อบังคับข้อ 176 กำหนดให้ประธานสภาตรวจสอบญัตติ เมื่อพบข้อบกพร่องต้องแจ้งผู้เสนอภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับญัตติ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่ข้อบังคับกำหนด
...nn ข้อบังคับข้อ 69 วางหลักเกี่ยวกับการอภิปราย โดยห้ามใช้วาจาไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสีบุคคลใด และกำหนดให้การอภิปรายอยู่ในประเด็นที่กำลังพิจารณา
...nn เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงเวทีที่ฝ่ายค้านกล่าวหาฝ่ายเดียว แต่เป็นโอกาสให้ประชาชนได้รับฟังทั้งข้อกล่าวหา คำชี้แจง และหลักฐานจากทุกฝ่าย
...nn นอกจากนี้ การตรวจสอบข้อมูลนอกสภาก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรมีผู้ติดตามตรวจสอบข้อกล่าวหาของ
ฝ่ายค้านอย่างเป็นระบบ หากข้อกล่าวหาใดเกินจริง บิดเบือน หรือเสนอข้อมูลไม่ครบถ้วน ก็ควรนำพยานหลักฐานออกมาชี้แจงคู่ขนานกันไป เพื่อไม่ให้สังคมได้รับข้อมูลเพียงด้านเดียว
...nn ทั้งเห็นว่าฝ่ายค้านก็ต้องใช้มาตรฐานเดียวกับการตรวจสอบรัฐบาล คือยึดข้อเท็จจริงพยานหลักฐาน และกฎหมาย
...nn“มือปราบ” เห็นสอดคล้องด้วยว่า สำนวนในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ควรมีกับการเมืองยุคใหม่ แต่เชื่อว่ามีโอกาสสูงที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะส่งญัตติกลับคืนให้ฝ่ายค้านกลับไปแก้ไขใหม่...nn สวัสดีครับ
มือปราบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


