‘ทักษิณ’ยื่นพรบ.สันติสุข ดิ้นขอนิรโทษ ล้างมลทินทั้งหมด

‘ทักษิณ’ยื่นพรบ.สันติสุข
ดิ้นขอนิรโทษ
ล้างมลทินทั้งหมด
อ้างอยากจะวางมือ
หนูให้ซักฟอก3วัน
ปชน.โวยลันไม่พอ
“ทักษิณ” ยื่นคำร้องคกก.สันติสุข ขอนิรโทษกรรมล้างมลทิน ข้อกล่าวหาทางการเมือง “ทนายวิญญัติ”เผย “แม้ว” ทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ แก่แล้วอยากทำธุรกิจส่วนตัว พร้อมวางมือการเมือง ด้าน “ฉัตรชัย” ชี้ขั้นตอนเข้าอนุกลั่นกรอง ก่อนชงคกก.ชุดใหญ่พิจารณาให้ทันใน 180 วัน ขณะที่ “ไอติม”ยันยื่นซักฟอก 18 รัฐมนตรี ยึดหลักฐานเป็นหลัก ยันไม่มีดีลลับ‘ส้ม-ฟ้า-แดง’เหตุเว้นซักฟอก รมต.เพื่อไทย ค้านให้เวลาอภิปรายแค่3วัน ไม่สมเหตุผล ยกสมัย‘ประยุทธ์’รมต.น้อยกว่ายังได้4วัน‘ชัยชนะ’จี้เลิกแขวะซักฟอก’บันเทิงธิปไตย’เตรียมตอบข้อกล่าวหาให้ชัดเจน พร้อมเปิดข้อมูลใหม่กลางสภา
เมื่อวันที่ 12ตุลาคม2569 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8ต.ค.ที่ผ่านมา นายทักษิณ ได้มอบอำนาจให้ตนยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ผ่านศูนย์บริการร่วมของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ไปยังประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอให้วินิจฉัยสิทธิได้รับนิรโทษกรรม และพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2568 ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ ตนหวังว่า จะตีความแบบกว้าง ไม่เลือกปฏิบัติและเป็นไปตามเจตนารมณ์กฎหมาย โดยพิจารณาอย่างรอบด้านจริง ๆ ซึ่งเป็นการยื่นในคดีที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมทั้งหมด ไม่ได้มีการแยกเป็นคดีอะไร
‘ทักษิณ’ยื่นล้างมลทิน-เลิกการเมือง
“การยื่นของนายทักษิณต้องการล้างมลทิน ท่านต้องการทำให้เห็นว่า สิ่งที่ท่านทำมาทั้งหมด เพื่อประชาชนและประเทศชาติ เป็นเรื่องที่ล้วนเกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการยื่นนี้ ท่านต้องการล้างมลทินเรื่องที่กล่าวหาท่านและท่านได้รับโทษ ท่านต้องการทำมาหากิน ใช้ชีวิตสงบสุข ท่านอายุมากแล้ว และประสงค์ไม่ยุ่งเรื่องการเมือง หรือไปลงการเมืองอะไร”นายวิญญัติ กล่าว
ชงอนุกลั่นกรอง-ก่อนเข้าถกชุดใหญ่
ด้าน นายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เปิดเผยว่า ตนขอไปดูก่อนว่ามีการยื่นเรื่องมาจริงหรือไม่ ถ้ายื่นมาจะมีการนำเข้าที่ประชุมอนุกรรมการกลั่นกรอง ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ซึ่งนายทักษิณมีสิทธิ์ยื่น และหากยื่นมาแล้วจะต้องมีการนำเข้าประชุมเพื่อมาพิจารณาว่าญัตติของนายทักษิณ เข้าข่ายที่จะพิจารณาได้หรือไม่ ถ้าเข้าข่ายที่ประชุมอนุกรรมการจะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีนายปกรณ์นิล ประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน180วัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณี นายทักษิณ ต้องการยื่นโดยอ้างเหตุว่าต้องการล้างมลทิน เนื่องจากขณะนี้ประเทศต้องการความสามัคคีปรองดอง ถือเป็นเหตุผลในการยื่นได้หรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า เรื่องของการยื่นมีหลักการอยู่ ต้องมาดูว่ามีเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ ถ้าเป็นคดีทั่วไป ไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องก็ไม่เข้าข่าย ซึ่งหลายกรณีอาจต้องมีการอ้างหลักฐานหรือมูลเหตุทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ที่ประชุมคณะกรรมการยังไม่ได้มีการนัดการประชุม เดี๋ยวจะมีการสอบถามทางปลัดกระทรวงยุติธรรมอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าจะประชุมในเร็วๆนี้ เพราะขณะนี้กำลังรวบรวมคำร้องอยู่ ทั้งนี้ คณะกรรมการต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 180วัน ตามที่กฎหมายกำหนด
‘ไอติม’ยันถล่ม5วันเหมาะสมแล้ว
ด้าน นายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.)ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18รัฐมตรี ว่า เราได้เตรียมความพร้อมมาสักพักแล้ว แต่ด้วยการอภิปรายครั้งนี้ มีจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมากถึง 18คน ดังนั้น เวลาในการอภิปรายและชี้แจงต้องจัดสรรให้เพียงพอ จึงเห็นว่าการใช้เวลา 5วัน สมเหตุสมผลที่สุด ท้ายที่สุดนี้ต้องรอดูการตัดสินใจของประธานสภาผู้แทนราษฎรกับการหารือระหว่างวิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลว่าจะเป็นอย่างไร
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากให้เวลามา 3วันตนมองว่า น่าจะไม่สมเหตุสมผล เพราะหากย้อนไปดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาฯ ชุดที่ 25 หรือในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการอภิปรายทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่เยอะเท่าครั้งนี้ แต่มีการจัดสรรวันอภิปราย 4 วันเต็ม ทั้ง 4 ครั้ง ดังนั้น ตนจึงบอกว่าการขอเวลา 5 วัน เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลเมื่อคำนวณตามจำนวนรัฐมนตรี ถ้าตกไปอยู่ 3 วัน ตนเห็นว่าไม่น่าสามารถที่จะอธิบายได้ เมื่อเทียบกับบรรทัดฐานในอดีต
พท.รอดหมดเพราะข้อมูลไปไม่ถึง
เมื่อถามถึง กรณีที่ไม่มีรายชื่อรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยในญัตติอภิปรายนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนนำข้อมูลและหลักฐานที่มีเป็นตัวตั้งในการที่จะยื่นญัตติซักฟอก หากเราเห็นว่ามีข้อมูล หรือหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่ารัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง ที่บริหารกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือบริหารผิดพลาดอย่างร้ายแรงจะรวมรัฐมนตรีคนดังกล่าวอยู่ในลิสต์การอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า ไม่ได้พิจารณาเรื่องพรรคต้นสังกัด หรือสถานะการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาประกอบการพิจารณา ซึ่งการใช้เกณฑ์นั้นนำมาสู่ข้อสรุปที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้งหมด 18 คน เป็นการตัดสินใจที่พรรคฝ่ายค้านร่วมกันผลพื้นฐานและข้อเท็จจริง เมื่อถามถึง กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย อาจจะเป็นการเปิดดีลทางการเมืองในการจับมือระหว่างส้ม-ฟ้า-แดง นายพริษฐ์กล่าวว่า “ไม่มีครับ”
‘ชัยชนะ’จี้เลิกแขวะ’บันเทิงธิปไตย’
ขณะที่ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐมนตรีในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยระบุถึงญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าเป็นเรื่องบันเทิงธิปไตยว่า พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นการทำหน้าที่ตามกรอบที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล รัฐบาลควรใช้เวลาเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงข้อสงสัยของฝ่ายค้าน มากกว่าจะตอบโต้ในประเด็น ที่ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ขอให้ประชาชนจับตา 3 ประเด็นสำคัญ คือ1.รัฐบาลไม่ปฏิบัติตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน 2.รัฐบาลไม่ได้ควบคุมคณะรัฐมนตรีให้บริหารราชการเป็นไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และ3.รัฐบาลปล่อยปละละเลยให้บุคคลใกล้ชิดรัฐมนตรีแสวงหาผลประโยชน์และสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติ
พร้อมเปิดโปงข้อมูลใหม่กลางสภา
“รัฐบาลควรกลับไปเตรียมตัวให้ดี และตอบข้อสงสัยกับคำถามที่ฝ่ายค้านเตรียมเปิดโปงหลักฐานที่ไม่เคยเปิดมาก่อนหน้านี้และขอให้รัฐบาลรีบกำหนดวันให้ชัดเจนตามข้อตกลงเดิม ปลายเดือนตุลาคม หรือต้นเดือนพฤศจิกายน ส่วนจำนวนวันอภิปรายจะเป็น 3วันหรือ5วัน ควรเจรจากันระหว่างสองฝ่ายให้ได้ข้อยุติ เพื่อให้การตรวจสอบรัฐบาลเดินหน้าได้อย่างเต็มที่” นายชัยชนะ กล่าวและว่านอกจากนั้น มีสิ่งที่ต้องจับตาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ คือ การตัดสินใจของ สส.ร่วมรัฐบาลอย่างไรกับข้อมูลที่ฝ่ายค้านมีอยู่
‘อนุทิน’ชี้ซักฟอกเดือนต.ค.โอเค
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรประสานเรื่องช่วงเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจมายังรัฐบาลแล้วหรือยังว่า ยังเพราะตามขั้นตอนเมื่อมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทางประธานสภาฯจะพิจารณาญัตติ หากเห็นว่าทุกอย่างถูกต้องก็จะแจ้งยังรัฐบาล ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้รับการประสานมา เมื่อถามว่า หากการอภิปรายเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนต.ค.นายกฯติดภารกิจหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เดือนต.ค.ยังโอเคอยู่ เพราะตนจะมีกำหนดการที่เลี่ยงไม่ได้ คือ ช่วงเดือนพ.ย.ระหว่างวันที่ 14-19พ.ย.ที่ต้องไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน และการประชุมเอเปค ส่วนช่วงไหนจะถือว่าเหมาะที่สุดนั้นตนมองว่าเอาที่ประธานสภาฯประสานมาแล้วรัฐบาลมีความพร้อม เราก็ดำเนินการได้ เชื่อว่ารัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายทั้ง 18 คน เตรียมข้อมูลไว้เรียบร้อยหมดแล้ว เมื่อสักครู่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหมก็ได้บอกว่าได้เตรียมข้อมูลต่างๆที่จะชี้แจงต่อสภาฯ
ย้ำฝ่ายค้านขอถล่ม5วันมากเกินไป
เมื่อถามว่าสำหรับญัตติที่มีถ้อยคำที่รุนแรง ทางรัฐบาลสามารถแจ้งไปยังสภาฯเพื่อให้ดำเนินการอะไรได้หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ตนว่าประธานสภาฯจะเป็นผู้พิจารณา ต่างคนต่างทำหน้าที่ อย่าไปคิดอะไรเล็กๆน้อยๆ เมื่อถามว่า กรอบเวลาอภิปรายมองว่ากี่วันถึงจะเหมาะ นายกฯกล่าวว่า เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติ ส่วนที่ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปราย5วัน ตนมองว่าเยอะไปมั้ง และครั้งนี้ก็ไม่ใช่การอภิปรายรัฐมนตรีมากที่สุด ในอดีตเคยมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้งคณะ ส่วนกี่วันถึงจะเหมาะนั้นก็ให้เป็นตามที่ดำเนินการมาตลอด เมื่อถามว่า ในอดีตการอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคร่วมรัฐบาลจะโดนกันหมด แต่ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยโดนพรรคเดียว ตรงนี้มองอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้มีพรรคร่วมเพียง 2 พรรค อย่าไปคิดมาก รัฐบาลมีรัฐมนตรี 35 ตำแหน่ง พรรคภูมิใจไทย มีถึง 27 ตำแหน่ง โอกาสที่จะโดนมากกว่าพรรคเพื่อไทยเป็นเรื่องปกติ
ไม่มีแตกแยก-พท.ไม่ปล่อยมือแน่
เมื่อถามว่าการที่พรรคฝ่ายค้านยื่นอภิปรายเพียงพรรคเดียว เพราะต้องการให้เกิดความแตกแยกในรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า“ถ้าเรื่องแค่นี้ทำให้พรรคร่วม แตกกันได้ มันก็ไม่มีรัฐบาลแล้ว อย่าไปคิดว่า เรื่องแค่นี้จะทำให้แตกกันซึ่งก็ดีที่พรรคเพื่อไทยไม่ถูกอภิปรายไปด้วย อย่างน้อยการที่เขาทำงานมาโดยตลอดก็จะทำได้ต่อเนื่อง อย่างไรเขาช่วยรัฐบาลอยู่แล้ว“เมื่อถามว่า หากมีเนื้อหาเกี่ยวข้องเขาต้องลุกขึ้นชี้แจงให้รัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเกี่ยวข้องกับกระทรวงใด ตนจะมอบหมายให้รัฐมนตรีกระทรวงนั้นมาตอบ เมื่อถามว่า นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาบอกว่าระบอบ“น.”กินรวบประเทศ นายอนุทินไม่ตอบคำถามดังกล่าว เพียงแต่ถามว่า”ใครเป็นผู้พูด”สื่อตอบกลับไปว่า”สาทิตย์ วงศ์หนองเตย”นายอนุทินยิ้มแล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที
‘เอกภพ’ตั้งทีมติดตามซักฟอก
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจของรัฐบาล ว่า ถือเป็นเรื่องสำคัญของสภาฯ ที่ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องไปตอบคำถาม คาดหวังว่าฝ่ายค้านจะไม่เน้นเรื่องวาทกรรมอย่างเดียว สิ่งที่หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นบันเทิงธิปไตยเพียงอย่างเดียว ซึ่งอยากให้เน้นในเรื่องของเนื้อหาจริงๆ แน่นอนว่างานของโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกองงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เราอาจต้องทำหน้าที่ติดตาม และคอยติดตามว่าการอภิปราย และการตอบของรัฐมนตรีแต่ละท่านเป็นอย่างไร รวมถึงคอยสรุปเนื้อหาให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ เพราะปัจจุบันถ้าเราสังเกตดูว่าเวลาอภิปราย หรือคุยในสภาที่ยาวๆบางทีเราต้องการคนที่มาคอยสรุปให้ ตรงนี้ตนเห็นว่าเป็นจุดสำคัญ เพราะประสบการณ์จากที่เคยเจอ คือ เวลาที่มีการอภิปรายจะมีการเตรียมที่จะเป็นโค้ดคำพูด หรือมีการเตรียมทำข่าวสั้นๆไว้ และปล่อยออกมาในช่วงอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน ตรงนี้เองเป็นสิ่งที่ ครม. ต้องมีการเตรียมตัวเช่นเดียวกันเพื่อไม่ให้ข้อความที่ตอบไป ถูกนำไปบิดเบือน หรือใช้บางคำพูดบางประโยคที่ตอบไปเทียบคู่กับคำถามฝ่ายค้าน ซึ่งคิดว่าเป็นงานที่ทางทีมโฆษกฯจะติดตามทำงานอย่างใกล้ชิด ถึงแม้ว่าโฆษกจะไม่โดนอภิปรายแต่จะมีส่วนร่วม
เมื่อถามว่าจะมีการตั้งวอร์รูมรับมือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยใช่หรือไม่ นายเอกภพ กล่าวว่า เป็นการตั้งทีมเพื่อติดตามก็แล้วกัน เพราะคิดว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นไม่ใช่สงครามที่จะเป็นวอร์อะไร หรือจะเป็นสงครามวาทกรรมที่เราไม่เล่นด้วยอยู่แล้ว เป็นการติดตามการตอบคำถามของรัฐมนตรี ตอบโต้ในประเด็นที่อาจเป็นข้อมูลเท็จ หรือที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง จะเป็นการเน้นประเด็นที่รัฐมนตรีแต่ละท่านชี้แจงได้รับทราบด้วย
‘ยศชนัน’ลั่นไม่มีศัตรูทางการเมือง
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรคพท.ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เป็นไปตามรอบที่ทางฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติ ซึ่งต้องรอดูการอภิปรายในสภาว่า จะมีเนื้อหาอย่างไร ส่วนพรรคพท.มีหลายเรื่องที่จะต้องทำงานให้สอดรับกับรัฐบาล เป็นจุดยืนของพรรคเพื่อไทยที่พยายามโฟกัสในสิ่งที่เราทำให้ดีที่สุด ผู้สื่อข่าวถามว่า ครั้งนี้รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยไม่ถูกอภิปราย ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาชนต้องการเก็บไว้เป็นพันธมิตรในอนาคตหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ความจริงมันไม่มีใครเป็นศัตรูกันอยู่แล้วในทางการเมือง ทุกคนเป็นพันธมิตรกันหมด สังเกตในช่วงช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกคนเดินเจอกัน ก็ช่วยประชาชนด้วยกันอย่างเต็มที่ ขณะที่ในสภาเข้าใจว่าต้องมีการทำงานที่ถ่วงดุลกันทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล คิดว่าแต่ละฝ่ายจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด สำหรับพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พยายามทำหน้าที่ของเราเพื่อที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญให้กับรัฐบาลอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า นายกฯระบุแม้ว่ากระทรวงใดไม่ถูกอภิปราย หากถูกพาดพิงก็ต้องลุกขึ้นชี้แจงด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องช่วยกันตอบในเรื่องที่เกี่ยวข้อง เรามีพันธกิจที่ต้องทำงานร่วมกัน ตรงไหนที่เชื่อมโยงกันก็มีความจำเป็นที่จะต้องช่วยตอบอยู่แล้ว
รบ.ยอมรับสื่อสารไม่ดีช่วยน้ำท่วม
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีคะแนนผลโพลของสวนดุสิตโพล และนิด้าโพลเรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วมของนายกฯและรัฐบาลมีคะแนนรั้งท้าย ว่า จริงๆ แล้วเรื่องของโพล เป็นส่วนหนึ่งที่เราก็ติดตามไม่ว่า โพลจะดีหรือไม่ดีก็เป็นเสียงหนึ่ง ถ้าวันนี้สิ่งที่เราเห็นสถานการณ์ของความนิยม หรือความชื่นชอบอาจรู้สึกว่า ประชาชนยังไม่รู้สึกดีเท่าไหร่นัก หรือลดลงจากช่วงครั้งก่อนมาเรื่อยๆตรงนี้แม้เราทำงานหนักอยู่แล้วก็เป็นหน้าที่หนึ่งของโฆษกรัฐบาล พอทำงานหนักแล้วคนยังไม่เห็น พอทำงานแล้วคนยังรู้สึกว่า มีปัญหาอยู่ ทำอย่างไรดีที่เราจะสื่อสารและทำให้คนเห็นว่า ในอนาคตสิ่งที่เราทำมาในวันนี้จะส่งผล อย่างไรบ้าง ถือเป็นงานความรับผิดชอบของโฆษกรัฐบาลที่ต้องสื่อสารให้มากขึ้น ทำให้พี่น้องประชาชนได้เห็นว่า เราแก้ปัญหาอะไรได้มากขึ้นด้วย คิดว่าการสำรวจรอบหน้าหวังว่าโพลจะเห็นในสิ่งที่เราขับเคลื่อนทำให้เห็นว่า มันเริ่มดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สวนดุสิตโพลให้คะแนนผู้ช่วยเหลือน้ำท่วม อันดับ1 ทหารในพื้นที่ 6.37 คะแนน อันดับ2 ผู้ว่าฯกทม.5.44คะแนน อันดับ3 ปภ.4.74คะแนน อันดับ4 ผู้ว่าฯจังหวัดในพื้นที่ประสบภัย 4.63 คะแนน อันดับ5 ฝ่ายค้าน4.56คะแนน อันดับ6 กรมชลประทาน4.35คะแนน อันดับ7 สส.ในพื้นที่ 4.23คะแนน อันดับ8 กรมอุตุนิยมวิทยา4.19คะแนน อันดับ9 รัฐบาล3.34คะแนน อันดับ10นายกฯ3.08 คะแนน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


