บอร์ดใหม่สปส. ประกันก้าวหน้า ลุยงาน7วันแรก

บอร์ดใหม่สปส.
ประกันก้าวหน้า
ลุยงาน7วันแรก
ชูล้างการทุจริต
สปส.ยันตรวจสอบคุณสมบัติบอร์ดสปส. ฝ่ายนายจ้าง-ลูกจ้าง เผยยอดผู้ใช้สิทธิกว่า600% รอประกาศผลเป็นทางการ 30 วัน ด้าน “จุลพันธ์”พร้อมทำงานร่วมกับบอร์ดชุดใหม่ ขณะทีมประกันสังคมก้าวหน้า พร้อมเดินหน้า6 นโยบาย จ่อตัดงบไอทีเหลือ300ล้านบาท หวังล้างปมทุจริต
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) น.ส.จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วย น.ส.มาลากาลัญ ห่อประทุม รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม แถลงความคืบหน้าผลการนับคะแนนเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายผู้ประกันตน โดย น.ส.จีระภา กล่าวว่า การนับคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 5,233 หน่วยทั่วประเทศ ดำเนินการแล้วกว่า 84% (4,408 หน่วย) สาเหตุที่การรายงานผลค่อนข้างใช้เวลา เนื่องจากระบบต้องมีการบันทึกคะแนนผู้สมัครรายหมายเลขอย่างละเอียดถึง 7 หมายเลขต่อ 1 บัตรเลือกตั้ง โดยมีบุคลากรรับผิดชอบรหัสเข้าใช้งานเฉพาะเพื่อป้องกันความผิดพลาดและเน้นความถูกต้องเป็นหลัก
สำหรับยอดผู้ใช้สิทธิอย่างไม่เป็นทางการ ในเวลา 09.00 น.ฝ่ายผู้ประกันตน มีผู้ใช้สิทธิ 819,482 คน แบ่งเป็นบัตรดี 796,494 ใบ บัตรเสีย 8,308 ใบ และไม่ประสงค์ลงคะแนน 14,680 ใบ คิดเป็นอัตราผู้ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 423% ขณะที่ฝ่ายนายจ้าง มีผู้ใช้สิทธิ 10,737 คน แบ่งเป็นบัตรดี 10,535 ใบ บัตรเสีย 81 ใบ และไม่ประสงค์ลงคะแนน 121 ใบ คิดเป็นอัตราผู้ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 632%
เลขาธิการ สปส.กล่าวต่อว่า ขั้นตอนการรับรองผลการเลือกตั้ง หลังจากคีย์ข้อมูลครบ 100% แล้ว ประกันสังคมจังหวัด จะส่งมอบเอกสารให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งประจำจังหวัด (กดต.) เพื่อตรวจสอบเอกสาร ก่อนจะส่งให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งส่วนกลาง (กกต.ใหญ่) ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับเลือกตั้งในลำดับที่ 1–7 ของทั้งสองฝ่าย คาดว่าจะประกาศผลเป็นทางการได้ภายในไม่เกิน 30 วัน และบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ จะสามารถเริ่มเข้าปฏิบัติงานได้เร็วที่สุดในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้
เมื่อถามถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่าขอให้จับตา เนื่องจากหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติ โดยเฉพาะกรณีที่มีการเชื่อมโยงพรรคการเมือง หรือนักการเมือง ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติเป็นอย่างไร น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า การตรวจสอบจะเป็นไปตามข้อกำหนดใน พ.ร.บ.ประกันสังคม เบื้องต้นก็จะมีหัวข้อ เรื่องความเกี่ยวพัน หรือเกี่ยวโยงกับกิจการทางการเมือง ดังนั้นอาจจะต้องตรวจสอบก่อน แต่ก็ต้องมีลำดับขั้นตอนเสนอขึ้นมา ซึ่งในทีม กกต.ประกันสังคม ก็จะมีฝ่ายเลขาฯ ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งคาดว่าน่าจะเร็วๆ นี้ อย่างเคร่งครัดและตรงไปตรงมา
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวถึงภาพรวมการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน ว่าแนวทางการทำงานและนโยบายที่กลุ่มผู้ชนะได้แถลงขับเคลื่อนนั้นสอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงแรงงาน ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หากมีการเรียกร้อง ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการ ไม่ได้ปิดกั้นหรือสนับสนุน แต่ควรมองไปข้างหน้ามากกว่า สำนักงานประกันสังคม เป็นหน่วยลงทุนขนาดใหญ่ที่ถือเม็ดเงินถึง 3 ล้านล้านบาท มีหน้าที่ขับเคลื่อนสวัสดิการและบำนาญของแรงงาน ฉะนั้นเราควรมองไปข้างหน้าว่าจะขับเคลื่อนอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกันตน
เมื่อถามถึงกรณีที่ฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง มาจากกลุ่มเดียวกัน อาจกระทบต่อกลไกไตรภาคีและการถ่วงดุลอำนาจ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องดูกันต่อไป โดยหลักการมติแรงงานจะต้องยึดหลักไตรภาคี (รัฐ-นายจ้าง-ลูกจ้าง) ในการขับเคลื่อน ซึ่งเป็นกลไกหลักระดับสากล ต้องให้ความสำคัญทุกฝ่าย
เมื่อถามว่าขณะนี้มีข้อกังวลว่า พรรคการเมืองหนึ่งสามารถทำได้ อนาคตอาจมีพรรคการเมืองอื่นยึดโมเดลเข้ามาแทรกแซงกินรวบประกันสังคม นายจุลพันธ์ กล่าวว่า โดยหลักการฝ่ายการเมืองไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงประกันสังคมได้ และขณะนี้กลุ่มที่มาลงสมัครก็ไม่ได้มาในนามองคาพยพของพรรคการเมือง เขามีการประกาศชัดเจน ว่าไม่ได้มาในองคาพยพของพรรคการเมือง แต่เป็นการรวมตัวทางอุดมการณ์ แนวความคิดในการขับเคลื่อนตัวสำนักงาน ในอนาคตหากมีพรรคการเมือง พยายามเข้ามาแทรกแซง จะสีอะไร จะพรรคอะไรก็ตาม ก็ต้องใช้กลไกป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้ากินรวบ
ก่อนหน้านี้ น.ส.ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ฝั่งนายจ้างพี่สาวของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ขอบคุณคะแนนเสียงโดยสิ่งแรกที่จะทำ คือต้องการให้กองทุนเงินประกันสังคม มีความโปร่งใส ทั้งในเรื่องการบริหาร และการบริหารเงิน ทำให้การลงทุนมีประสิทธิภาพ เพื่อให้กองทุนมีความยั่งยืน และกลับไปเป็นสวัสดิการให้ผู้ประกันตน โดยจะปฏิบัติภารกิจในการบริหารในฐานะกรรมการประกันสังคม เมื่อได้รับการรับรองคะแนนอย่างเป็นทางการ
สำหรับนโยบาย 7 วันแรก ประกอบด้วย 6 ด้าน คือ 1.ด้านงบประมาณ ตั้งกรอบงบการบริหารสำนักงานปีละไม่เกิน 3% ของรายรับจากเงินสมทบ จากเดิมตั้งไว้ 10% , วางเงื่อนไขติดตามหนี้รัฐบาลให้สำนักงบประมาณต้องรายงานความคืบหน้าการชำระหนี้เงินสมทบจากรัฐบาล , หากมีการตั้งงบประมาณประเภทอุดหนุน จะต้องทำประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและเปิดเผยรายงานสู่สาธารณะ เช่น งบจากการอบรม งบจัดงานวันสำคัญต่างๆ 2.ด้านการตรวจสอบป้องกัน จัดตั้งอนุกรรมการตรวจสอบโครงการที่มีความเสี่ยงในการทุจริต เช่น โครงการทางด้านการลงทุน โครงการทางด้านไอที และทำการถอดบทเรียนวางมาตรการป้องกันความเสี่ยง พร้อมส่งข้อมูลความผิดให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ
3.ด้านบำนาญ ผลักดันการใช้สูตร Care คืนสิทธิ์ความเป็นธรรมให้กับผู้ส่งเงินประกันสังคมมาตลอดทั้งชีวิต 4.ด้านการเปิดเผยข้อมูล และสร้างการมีส่วนร่วม ถ่ายทอดสดการประชุมบอร์ด ประกันสังคมและอนุกรรมการ เปิดเผยการทำงาน และเปิดเผยมติรวมถึงบันทึกการประชุมของบอร์ดประกันสังคมและอนุกรรมการ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้กับประชาชนและความโปร่งใส 5.ด้านสุขภาพ ประชาสัมพันธ์สิ่งที่การส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค P&P ( Promotion and Prevention ) เช่น การตรวจสุขภาพเชิงรุก การฉีดวัคซีนป้องกันโรคเป็นต้น และ 6.ด้านเทคโนโลยีบริการความสะดวกเข้าถึงง่าย วางกรอบงบประมาณทางด้านไอที ลดงบประมาณจากเดิม 1,500 ล้านบาท เหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดการทุจริตและเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ลงทุนระบบเอง โดยจะใช้วิธีการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และใช้ระบบร่วมกับส่วนกลางของภาครัฐให้ได้มากที่สุดเพื่อประหยัดงบประมาณ
ส่วนรศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ฝั่งผู้ประกันตน หัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหน้า แถลงประกาศชัยชนะ โดยกล่าวขอบคุณประชาชน ผู้เป็นนายจ้างและผู้ประกันตน ที่ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง ซึ่งสโลแกนและนโยบายที่วางไว้ เราคือบอร์ดสิทธิประโยชน์ ไม่ใช่บอร์ดของชำร่วย เราปฏิรูป ไม่เอาปฏิทิน สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นสำนักงานประกันสังคมอยู่ในเงามืด การส่งแสงสว่างของพวกเราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราสามารถเพิ่มเงินเด็กได้ 1.2 ล้านคน ทำให้คนว่างงานนับแสนคนได้รับค่าชดเชย ทำให้คนที่ได้รับบำนาญเกือบล้านคนสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ ทำให้คนปวดฟันมากกว่า 100,000 คนสามารถผ่าฟันคุดได้ แต่สิ่งเหล่านี้เราทำภายใต้เงื่อนไขการมีตัวแทนเพียง 6 คนจาก 21 คน
สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เราจะมีเสียงเพิ่มขึ้นเป็น 14 เสียง ซึ่งจะเพียงพอต่อการปฏิรูปประกันสังคมให้กลับมาเป็นของคนธรรมดาอย่างแท้จริง สมกับงบประมาณมหาศาลที่ใช้ ทำให้งบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผลวนกลับมาสู่สิทธิประโยชน์ของประชาชน 2 ปีหลังจากนี้ จะทำให้คนไทยโดยทั่วไปสามารถตระหนักได้ว่าเราคู่ควรที่จะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ คนที่ทำงานอย่างหนัก มีลูกเล็กต้องดูแล ยามแก่มีความกังวล พวกเราคือตัวแทนของพวกเขาที่ทำให้กองทุนสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้กลับมาเป็นของทุกคน
“อาจมีคนบอกว่าเราเป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่ความเอาแต่ใจของเราคือความเอาแต่ใจที่ปรารถนาให้ชาติกำเนิดของทุกคนเป็นโมฆะ ความเอาแต่ใจของเราคือความเอาแต่ใจที่ปรารถนาไม่ให้เด็กคนไหนต้องอดตายในความมั่งคั่งของประเทศนี้ ทำให้คนแก่ทุกคนได้รับบำนาญที่สมเหตุสมผล สมกับที่พวกเขาได้ส่งมาทั้งชีวิต เราเป็นเด็กที่เอาแต่ใจเพื่อให้สังคมนี้ดีขึ้น” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว
นายษัษฐรัมย์ ประกาศว่า ใน 7 วันแรก เราจะเปิดเผยรายงานการประชุมควบคู่ไปกับไลฟ์สดการประชุม สิ่งเหล่านี้จะทำให้การนำเสนอทุกอย่างต้องมีความรับผิดรับชอบ และนโยบายที่เราตรวจสอบการทุจริตต่างๆ จะไม่ให้ทุกอย่างจบเพียงแค่คนที่ทุจริตเงินของคนหาเช้ากินค่ำ สุดท้ายก็ย้ายไปเกษียณที่งานอื่น เงินที่หายไป 3,000ล้านบาท เทียบเท่ากับเงินเด็ก 11.2 ล้านคน เงินทำปฏิทินที่ไม่สมเหตุสมผล ปีละ 50 ล้านบาท เท่ากับเงินทุพพลภาพของแรงงานอิสระหลายหมื่นคน ถือเป็นสิ่งที่เราจะทำใน 7 วันแรก และเราจะมีโรดแมป 1-2 ปี ตามที่รณรงค์ไว้ พร้อมยังจะตามเช็กบิลคนที่ทุจริตไปพร้อมกัน เป็นสิ่งที่ควรทำแม้จะไม่มีทีมประกันสังคมก้าวหน้าก็ตามสิ่งใดที่เป็นการทุจริตต้องมีคนได้รับบทลงโทษและถอดบทเรียน เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำอีก
ขณะที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ประเทศนี้หล่อหลอมให้ไอซ์ เป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ก่อนจะดีใจเสมอ แม้ชนะ 600,000 คะแนน ทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่นแล้วยังไง? ถ้ากกต.ประกันสังคม ยังไม่ประกาศรับรอง ก็ยังใช้อำนาจเต็มไม่ได้ และ สปส. สามารถหาเรื่องตัดสิทธิ์ผู้ชนะได้เสมอนะคะ ต้องจับตาดูต่อเนื่อง”
นอกจากนี้น.ส.รักชนก ยังโพสต์ตอบโต้รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่โพสต์ภาพคำสอนของพระธรรมโกศาจารย์ หรือพุทธทาสภิกขุ พร้อมกับระบุข้อความถึงกรณีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ โดย น.ส.รักชนก ได้มีการโพสต์ตอบโต้ โดยมีข้อความส่วนหนึ่ง ระบุว่า “ตลอด 30กว่าปีที่ผ่านมา บอร์ดประกันสังคม มาจากการแต่งตั้ง มีผู้มีอำนาจเลือกคนบริหารให้พวกเรา ทั้งฝั่งผู้ประกันตนและนายจ้าง ถามว่ามันดีไหม?”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


