นายกฯเปิดนิทรรศการ มรดกแห่งพระราชา ชู ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน

“นายกฯ” เปิดนิทรรศการ “มรดกแห่งพระราชา” ต้อนรับผู้นำ IMF-ธนาคารโลก น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน-ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดนิทรรศการ ”มรดกแห่งพระราชา: การเสริมพลังและความยืดหยุ่น” (The Royal Legacy: Empowering People, Building Resilience) ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการประชุมใหญ่ประจำปี พ.ศ. 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group
โดยการเปิดนิทรรศการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงขององค์กรการเงินระหว่างประเทศเข้าร่วมงาน ได้แก่ Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ Mr. Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก
โดยนายอนุทิน ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการ พร้อมเน้นย้ำถึงแนวคิดหลักของการประชุมปีนี้คือ ขอบฟ้าใหม่ของไทย การเสริมพลังประชาชนและการสร้างความยืดหยุ่น” Thailand's New Horizons: Empowering People, Building Resilience ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการวางประชาชนไว้เป็นศูนย์กลางของการพัฒนา เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของโลกในปัจจุบัน

นายอนุทิน ระบุว่า วิสัยทัศน์ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำรัสและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ โดยยึดหลักสำคัญ ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันพร้อมรับผลกระทบโดยมี ความรู้และคุณธรรมเป็นเครื่องชี้นำ ซึ่งหลักการเหล่านี้ยังคงมีความสำคัญยิ่งในโลกยุคปัจจุบัน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังเน้นย้ำว่า พระราชกรณียกิจของพระองค์ทรงแสดงให้เห็นว่า ความก้าวหน้าที่แท้จริงไม่ได้วัดเพียงแค่การเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเข้มแข็งของชุมชน การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และศักยภาพของประชาชนในการเผชิญกับความท้าทายในอนาคตซึ่งเป็นบทเรียนอันทรงคุณค่าสำหรับการเติบโตที่สมดุล ครอบคลุม และยั่งยืน
ในโอกาสที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่วาระครบรอบ 100 ปี วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในปี พ.ศ. 2570 นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมขบคิดถึงการนำวิสัยทัศน์ของพระองค์มาประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาในปัจจุบัน โดยผ่านโซนจัดแสดง Royal Pavilion ที่ผู้เข้าชมจะได้เห็นโครงการตามพระราชดำริที่เปลี่ยนหลักการไปสู่ทางออกที่ปฏิบัติได้จริง เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สังคม

“ข้าพเจ้าหวังว่านิทรรศการนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราทุกคนมุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาที่ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ยืดหยุ่น และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงสำหรับทุกคน” นายอนุทิน กล่าว พร้อมประกาศเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการ
จากนั้นนายกรัฐมนตรี เดินชม นิทรรศการ “Thailand Pavilion” ซึ่งแบ่งเนื้อหานิทรรศการออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ 1 Digital Public Infrastructure นำเสนอความก้าวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย เช่น PromptPay และระบบชำระเงินผ่าน QR ข้ามพรมแดน รวมถึงการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้ร้านค้าชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินและโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น

โซนที่สอง Climate Resilience นำเสนอแนวทางการรับมือกับความเสี่ยงจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำท่วม การใช้แผนที่ข้อมูลเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการพัฒนาเมืองและชุมชนคาร์บอนต่ำ
โซนที่สาม Longevity นำเสนอระบบสุขภาพและเศรษฐกิจสุขภาวะของไทย ตั้งแต่ระบบหลักประกันสุขภาพ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องสำอางชีวภาพ นวดไทย ตลอดจนการแพทย์แม่นยำและอุตสาหกรรม Wellness ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งของประเทศไทย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังตรวจสถานที่บริเวณ ชั้น 1 เพื่อเตรียมความพร้อมจัดการประชุมในวันอื่นๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

