ไม่ได้ช้ากว่าใคร!!! กรณ์ มั่นใจไทยศักยภาพสูง ก้าวสู่ศูนย์กลางการเงินดิจิทัลภูมิภาค

14 ตุลาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ประเทศไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเงินดิจิทัลของภูมิภาค
ผมเป็นตัวแทนกรรมาธิการการเงินการคลังฯ จัดงานคู่ขนานกับการประชุม World Bank โดยมีสมาคมสินทรัพย์ดิจิตทัลไทยเป็นเจ้าภาพร่วม เป็นการจัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัล และโอกาสในการพัฒนาระบบการเงินของประเทศไทย
นอกจากการแสดงวิสัยทัศน์โดยตัวแทนจาก World Bank แล้ว ผมประทับใจกับวิสัยทัศน์ของดร.สักกะภพ พันธ์ยานุกูล จาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ คุณนภนวลพรรณ ภวสันต์ จาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างมาก
จริงๆ ไทยเราไม่ได้ช้ากว่าที่อื่นเลย ในด้านการพัฒนาระบบการเงิน วันนี้เราเป็นประเทศที่ใช้การชำระเงินแบบดิจิทัลมากสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก (ด้วยพร้อมเพย์และ QR code) โดยเรามีกว่า 90 ล้านบัญชีด้วยประชากรเพียง 70 ล้านคน - อันนี้หลักๆผู้ริเริ่มคือกระทรวงคลังและแบงก์ชาติ ด้วยความร่วมมือจากกลุ่มธนาคาร
ส่วนเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล เราก็เป็นประเทศแรกในเอเชียที่ออกกฎหมายเพื่อกำกับเรื่องนี้ ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับแรกๆในโลกที่กำหนดนิยามว่า ‘crypto’ คืออะไร อันนี้ เป็นผลงาน กลต. เป็นหลัก โดยมีแบงก์ชาติมีส่วนร่วมด้วย
วันนี้เทคโนโลยีอย่าง Asset Tokenization และ Stablecoins กำลังเปิดโอกาสใหม่ให้กับระบบการเงิน ทั้งในด้านประสิทธิภาพการทำธุรกรรม การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน
สิ่งที่ผมยํ้าวันนี้คือ ในฐานะผู้แทนประชาชน ผมพร้อมสนับสนุนทุกเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ทั้งเรื่องต้นทุนธุรกรรมทางการเงิน โอกาสการเข้าถึงบริการที่ดี การป้องกันการหลอกลวงประชาชน รวมไปถึงการเพิ่มโอกาสการลงทุนให้ประชาชน
หากเราสามารถสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และภาคเอกชนได้อย่างจริงจัง ประเทศไทยก็มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเงินดิจิทัลของภูมิภาค
และที่สำคัญคือ เปลี่ยนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้สำหรับประชาชนและภาคธุรกิจไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

