"กรณ์-การดี" ห่วงพิษน้ำท่วมกระทบค่าครองชีพ-ไข่ไก่-น้ำมัน จี้รัฐแทรกแซงราคา-อุ้มเกษตรกรด่วน

ปชป. ห่วงวิกฤติราคาไข่ไก่ จี้ “รัฐบาล” ใช้มาตรการแทรกแซงราคา-ช่วยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืช-พันธุ์สัตว์ให้เกษตรกร ด้าน “กรณ์” ย้ำต้องเร่งช่วยเหลือเป็นระบบ-คุมราคาน้ำมัน “การดี” เปิดพื้นที่ให้ ปชช. แจ้งราคาสินค้า หวังเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ ส่งรัฐบาลวางแผนแก้ปัญหาก่อนกระทบหนัก
วันที่ 15 ต.ค.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาค่าครองชีพของประชาชน หลังจากที่ในหลายพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม และมีผลกระทบต่อสินค้าจำเป็นที่ปรับขึ้นราคา เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ราคาสินค้า เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ ปรับราคาขึ้น 10-20% ซึ่งเป็นอัตราที่ปรับสูงเกินกว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทางการของรัฐบาล ทั้งนี้ตนเชื่อว่าในชีวิตจริงตัวเลขได้ปรับสูงขึ้นถึง 9%-37% ดังนั้นหากรัฐบาลลงมาแก้ไขอย่างจริงจัง โดยนำข้อมูลตัวเลขที่แท้จริงมาพิจารณาและยกระดับข้อมูลเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชน จะลดผลกระทบด้านค่าครองชีพได้
“ขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญต่อสิ่งที่กระทบต่อคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชน สำหรับราคาสินค้า ไม่ใช่ดูที่ราคาหน้าตลาดเท่านั้น ต้องดูที่ต้นตอ เงื่อนไขการผลิต ผู้ประกอบการ แหล่งทุน ต้องดูให้ครบวงจร และจากภัยน้ำท่วมรัฐบาลต้องเร่งพิจารณาการเยียวยา รวมถึงการให้สินเชื่อต่อประชาชน และสิ่งสำคัญคือ การเร่งควบคุมราคาน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ที่เป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น” นายกรณ์ กล่าว
ขณะที่นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ใช้ช่องทางของแพลตฟอร์มจับตา เพื่อให้ประชาชนแจ้งข้อมูลของราคาสินค้าและพิกัด เพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลที่จะส่งต่อให้รัฐบาลนำไปวิเคราะห์ ทำนโยบายแก้ปัญหาให้ตรงจุด และจากการทำงานของพรรคพบว่าจากปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมา ที่พื้นที่เกษตรกรรม เช่น จ.ปราจีนบุรี จ.ฉะเชิงเทรา พบความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะฟาร์มเลี้ยงไก่ ที่ได้รับผลกระทบต่อไก่ 3 ล้านตัว ปริมาณไข่ไก่ 2.5ล้านฟองต่อวัน ที่คาดว่า 1-2สัปดาห์จะเห็นผลกระทบที่ชัดเจนต่อผู้บริโภค และกลุ่มเอสเอ็มอี รวมถึงมีผลกระทบต่อความสามารถส่งออกในปลายปี เพราะผลกระทบจากน้ำท่วม
ด้าน น.ส.วิเวียน จุลมนต์ ทีมศูนย์ออกแบบและวิจัยนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา พบว่า มี3 ฟาร์มเสียหาย 100% และจากข้อมูลที่ได้รับมีข้อเสนอไปยังรัฐบาลให้เร่งวางแผน ออกแบบมาตรการเพื่อลดผลกระทบ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงพาณิชชย์ต้องใช้มาตรการแทรกแซงราคา ขณะที่การช่วยเหลือเกษตร ต้องพิจารณาสนับสนุนพันธุ์สัตว์ และเมล็ดพันธุ์พืช ขณะที่กลุ่มเอสเอ็มอี หรือ ผู้ค้า รวมถึงประชาชน รัฐบาลต้องทำงานเชิงรุก เข้าไปให้ความช่วยเหลือต่อประชาชน ผ่านแอพลิเคชันทางรัฐ หรือ เป๋าตังค์ ไม่ใช่ตั้งรับ รอเอกสารจากประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

