บทบรรณาธิการ : 16 ตุลาคม 2569

คืนเพลงให้เจ้าของสมอง คืนมรดกวัฒนธรรมให้แผ่นดิน
ในหน้าประวัติศาสตร์ดนตรีไทย บทเพลงทำหน้าที่เป็นมากกว่าความบันเทิง หากแต่คือมรดกทางวัฒนธรรมและกระจกสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย ทว่าความจริงอันเจ็บปวดในโลกทุนนิยมปัจจุบันกลับ
พบว่า ทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่ามหาศาลเหล่านี้ถูกผูกขาดและแช่แข็งไว้ในมือนายทุน
ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ใช้ช่องว่างทางกฎหมายเรื่องเสรีภาพในการทำสัญญา เปลี่ยนสถานะผู้สร้างสรรค์ให้กลายเป็นเพียงแรงงานรับจ้าง และยึดครองมันสมองของศิลปินไปอย่างถาวรเพราะฉะนั้นบทสรุปสำคัญที่สังคมไทยต้องตระหนักร่วมกันในเวลานี้คือ การแก้กฎหมายลิขสิทธิ์ดนตรีไม่ใช่เรื่องที่ ควรทำ แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนที่สุด
อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิ์ของไทยเป็นไปได้อย่างล่าช้าในอดีต คือสงครามผลประโยชน์และการล็อบบี้เชิงนโยบาย กลุ่มทุนขนาดใหญ่และแพลตฟอร์มต่างชาติมีทั้งเม็ดเงินและนักกฎหมายชั้นเลิศที่พร้อมจะขัดขวางการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่จะทำให้พวกเขาเสียประโยชน์
ดังนั้นรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติในสภาผู้แทนราษฏร จึงต้องไม่ลืมเป็นอันขาดว่า หน้าที่หลักของรัฐคือการปกป้องประชาชนและรักษาความมั่นคงทางวัฒนธรรมของชาติไม่ใช่การโอบอุ้มผลประโยชน์ของนายทุน และเป็นเรื่องที่จะต้องช่วยกันเร่งหาทางแก้ไข และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสะสมซ้ำรอยขึ้นมาอีก
ข้อเสนอเรื่องการกำหนดสิทธิ์ในการเรียกคืนลิขสิทธิ์ หลังจากผ่านไป 5 ปี หรือ10 ปี เพื่อให้สิทธิ์กลับคืนมาสู่ผู้แต่ง หรือการเข้าควบคุมหน้าสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตามกฎหมาย คือแนวทางสากลที่หลายประเทศอารยะนำมาใช้เพื่อสร้างความสมดุล การปล่อยให้ค่ายเพลงยึดครองสิทธิ์ในผลงานไปชั่วชีวิตบวกอีกครึ่งศตวรรษ คือกลไกที่ล้าหลังและขัดต่อศีลธรรมอย่างรุนแรง
ฉะนั้น หากรัฐบาลมีนโยบายชูธงเรื่องการผลักดัน Soft Power ด้านดนตรีและศิลปวัฒนธรรมไทยสู่สากล สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหยิบยื่นความยุติธรรม และติดอาวุธทางกฎหมายให้แก่คนทำงานเบื้องหลัง เพราะหากเรายังปล่อยอยู่แบบนี้ คนใช้สมองสร้างสรรค์งาน ก็คงต้องอยู่อย่างไร้สิทธิ์และถูกฟ้องร้องจากการร้องเพลงตัวเอง และเผชิญชีวิตบั้นปลายอย่างยากไร้ต่อไป
ในไม่ช้ารากแก้วทางวัฒนธรรมของไทยก็จะแห้งเหือด เพราะไม่มีคนรุ่นใหม่คนใดอยากจะสืบทอดมรดกที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงสัญญาทาสของกลุ่มทุน ถึงเวลาแล้วที่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต้องกล้าหาญพอที่จะหันมาสู้กับแรงกดดันทางการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ เพื่อส่งมอบกฎหมายลิขสิทธิ์ฉบับที่เป็นธรรม คืนผลงานจากสมองให้กลับไปอยู่กับเจ้าของมันสมอง และแปรเปลี่ยนเพลงไทยให้กลายเป็นมรดกของชาติที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงและต่อยอดได้อย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

