รบ.ตามสับฝ่ายค้าน แค่เด็กงอแง จี้โขว์ข้อมูลซักฟอก พท.ผสมโรงไล่ทุบปชป. วาทะฉาว‘โง่-ห่วย-เลว’

รบ.ตามสับฝ่ายค้าน
แค่เด็กงอแง
จี้โขว์ข้อมูลซักฟอก
พท.ผสมโรงไล่ทุบปชป.
วาทะฉาว‘โง่-ห่วย-เลว’
พรรคเล็กออกอาการ
โวยหัวจ่ายภท.ขึ้นสนิท
ถล่มกันเป็นรายวันก่อนเปิดศึกซักฟอก รองโฆษกรัฐบาล สวนฝ่ายค้าน อย่าทำตัวเป็นเด็กแพ้งอแง ท้าเปิดข้อมูลเด็ดซักฟอกให้หมด ยัน รบ.พร้อมตอบทุกข้อสงสัยในการอภิปราย ชี้กรอบเวลาต้องเหมาะสม เหน็บ “ฝ่ายค้าน” อย่าหวังแค่ยอดไลก์หรือเล่นละครในสภา อดิศร เพื่อไทยร่วมกินโต๊ะประชาธิปัตย์ รับไม่ได้วาทะกรรม”โง่-ห่วย-เลว”สุภาพๆกันหน่อย ชี้วันจริงให้มันส์แบบนี้ไม่ใช่จืดชืด ซ้ำซาก ด้านพรรคเล็กพรรคน้อย ครวญหัวจ่ายพรรคภูมิใจไทย ขึ้นสนิมไม่ทำงานมาแล้ว 3 เดือน ปล่อยระกำลำบาก ขู่ถ้ายังไม่รีบแก้ไข วันโหวดอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจไม่มีแรงยกมือหนุน
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเข้าชี้แจงและตอบข้อสงสัยทุกประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในรัฐสภาซึ่งเป็นกลไกตามปกติของระบอบประชาธิปไตยในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและสร้างความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน
สำหรับประเด็นระยะเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่าควรกำหนดกรอบเวลาให้สมเหตุสมผลกับข้อมูลที่ฝ่ายค้านจะนำมาอภิปราย รัฐบาลไม่ได้ร้อนตัวแต่ต้องการใช้เวลาในการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถปล่อยให้ประชาชนเผชิญความเดือดร้อนเพียงลำพังได้ ทุกวินาทีของรัฐบาลมีคุณค่าในการทำงานเพื่อประชาชน มากกว่าการแสดงละครในสภาเพื่อหวังคะแนนนิยมและผลประโยชน์ทางการเมือง โดยรัฐบาลจะชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง ตัวเลข ผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนหลักฐานและเอกสารที่สามารถตรวจสอบได้เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน
ทั้งนี้รัฐบาลจะไม่เสียเวลาโต้ตอบด้วยวาทกรรมทางการเมือง หรือ ทำคอนเทนต์เพื่อสร้างกระแสและยอดไลก์ในสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายค้าน ก้าวข้ามเกมการเมือง ไม่ใช้อารมณ์หรือความรู้สึกส่วนตัวในการอภิปราย เพราะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ
อย่าเป็นแค่เด็กงอแง
“รัฐบาลคาดหวังข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์จากฝ่ายค้าน หากมีข้อมูลอะไรที่คิดว่าเด็ด ขอให้เปิดออกมาให้หมดและหวังให้ฝ่ายค้านใช้พื้นที่การอภิปรายให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่ใช่หวังแค่ประโยชน์ต่อตัวนักการเมือง รัฐบาลหวังไว้สูงมากต่อการอภิปรายที่มีคุณภาพของฝ่ายค้าน และไม่อยากเห็นการอภิปราย ‘โง่ ห่วย เลว’ เหมือนดังวลีเด็ดที่ฝ่ายค้านโจมตีรัฐบาล ขอร้องอย่าทำตัวเป็นเด็กแพ้แล้วงอแงเรียกร้องความสนใจ เอาเวลาไปทำประโยชน์เพื่อประชาชนดีกว่า” นางสาวพลอยทะเลกล่าว
ไม่มี“ระบอบสีน้ำเงิน”
นางสาวพลอยทะเล กล่าวอีกว่ารัฐบาลเชื่อมั่นว่าการทำงานด้วยความจริงใจและยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดต่อข้อสงสัยต่างๆ และทำให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง
พร้อมกันนี้ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านเกี่ยวกับการมี“ระบอบสีน้ำเงิน”หรือการกินรวบประเทศ รวมถึงข้อกล่าวหาว่า รัฐบาลกำลังกระทำการอันเป็นอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย โดยยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าวตามที่ฝ่ายค้านกล่าวหา
“ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน การบริหารประเทศต้องดำเนินไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่เพื่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และต้องใช้หลักกฎหมายคุ้มครองสิทธิและความเท่าเทียมของทุกคนไม่ใช่การใช้อำนาจตามอำเภอใจเพื่อประโยชน์ของบุคคล หรือพรรคการเมืองใดโดยเฉพาะ”รองโฆษกรัฐบาล กล่าวทิ้งท้าย
พท.ขอดูหมัดเด็ด
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ ประธาน สส.พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้านที่จะเกิดขึ้นช่วงวันที่ 27-29 ต.ค.และลงมติในวันที่ 30ต.ค.ว่าในฐานะที่เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราต้องรับฟังข้อมูลการอภิปรายของฝ่ายค้านก่อน เพราะเราไม่ได้มีหน้าที่ต้องตอบคำถามแทนรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้แทนมีหน้าที่รับฟังข้อมูลของฝ่ายค้านว่ามีข้อมูลหมัดเด็ดอะไรมาอภิปราย เป็นธรรมดาของฝ่ายค้าน ที่จะต้องทำหน้าที่กล่าวหารัฐบาล นำข้อมูลมาเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบว่ารัฐบาลทำอะไรผิด หรือพบความผิดปกติในโครงการอะไรบ้าง ซึ่งไม่ใช่การมายกย่องชื่นชม ส่วนการประท้วงของสส.ฝ่ายรัฐบาล อาจจะมีบ้าง หากฝ่ายค้าน มีการอภิปรายที่เกินเลย หรือขัดต่อข้อบังคับ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
“ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเราไม่ต้องกังวลใจอะไร เพราะรัฐมนตรีในสังกัดพรรคเพื่อไทยไม่ได้ถูกอภิปราย ดังนั้น เรามีหน้าที่ฟังฝ่ายค้านอภิปราย ขณะที่รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายก็ต้องเตรียมตัว เตรียมข้อมูล มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชี้แจงให้เต็มที่ ในส่วนของการโหวตนั้น คงต้องขอฟังข้อมูลทั้งฝ่ายค้าน และการตอบคำถามชี้แจงของรัฐบาลก่อนจึงจะตัดสินใจ” นายวิสุทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย
‘อดิศร’รับไม่ได้‘โง่ ห่วย เลว’
ด้าน นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยโพสต์คลิปผ่านแอปพลิเคชันXแสดงความคิดเห็นกรณีพรรคประชาธิปัตย์ระบุ3ประเด็น โง่ ห่วย เลว โหมโรงศึกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเร็วๆนี้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจกำลังเข้าได้เข้าเข็ม โหมโรงกันเป็นที่สนใจของสังคม ต่างฝ่ายต่างชวนเชื่อให้ติดตามการทำงานของตัวเองในศึกคราวนี้ แต่บางทีปากพาไปใช้วาทกรรมคำพูดรุนแรงเกินเหตุ โง่-ห่วย-เลว ถือเป็นคำพูดที่เป็นเปลวไฟ ไม่ใช้คำพูดที่เป็นดอกไม้ แม้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่มีดอกไม้ให้กัน มีแต่ก้อนหิน เปลวไฟ พรรคประชาธิปัตย์กลัวตกเทรนด์ ส่ง ส.ส.หญิงออกมาสรุปในเชิงวิชาการว่า โง่-ห่วย-เลว โต้กันไปมา มองให้สนุก แต่ว่าเมื่อพูดไปแล้วคำพูดเป็นนายเรา ชี้ถึงพฤติกรรมจริยธรรม ควรไม่ควรจะพูดจึงให้สติสังคมอย่าเพิ่งปักใจเชื่อทุกฝ่าย
ชี้วันจริงให้มันส์แบบนี้-ไม่ใช่จืดชืด
“การทำงานในสภา เป็นเรื่องธรรมดา ตั้งแต่ตั้งกระทู้ ยื่นญัตติ ส่วนญัตติอภิปรายไม่ไว้วาวใจ เป็นญัตติที่มีความรุนแรง ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อจะไม่ไว้ว่างใจครม. คราวนี้ 18 คน เป็นเรื่องธรรมดา ฝ่ายค้านก็หาโอกาสที่จะไม่ไว้วางใจ เพราะจะได้เป็นเจ้าเวลา ในการอภิปราบสามารถพูดได้เลยในกรอบของเวลา เวลาไม่ใช้เรื่องสำคัญ แต่ประสบการณ์ของผมเนื้อหาสาระต่างหาก เขา โง่-ห่วย-เลวอย่างไรมันจะย้อนสอนเข้าตัวเอง ต้องเกรงใจเยาวชน ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล แน่นอนเป็นผู้ใหญ่อยู่แล้ว แต่เลยเส้นก็เอาคืนกันบ้างอย่างไปถือสาหาความกัน แต่เวลาอภิปรายจริงขอให้มันหนักแน่นอย่างที่ได้โหมโรงกัน ไม่ใช่ว่า จืดชืด ซ้ำซาก วนเวียน อ้างจิตนาการ เรื่องนี้ประชาชนต้องช่วยกันดู ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เมื่อการเลือกตั้งครั้งหน้ามีผลสำเร็จ เป็นค่าตอบแทนว่า จะได้รับเลือกกลับเข้าสภาเท่าไหร่ ไม่ใช่มากล่าวหากันแบบนี้ ผมในฐานะส.ส.ต้องทนฟังพวกท่าน แล้วจะตัดสินใจยกมือไม่ยกมือแล้วแต่หลักฐานที่ปรากฎ แต่ขอให้สุภาพๆอย่ามากเกินไป”นายอดิศร ระบุ
ฟันธง‘ภูมิใจไทย’ยุบพรรคยาก
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราชโพสต์คลิป พร้อมระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท- คุยการเมือง ระบุว่า เลิกฝัน ภูมิใจไทย ถูกยุบพรรค หลังจากนายศิริโชค โสภา อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเปิดโปงรายละเอียดเกี่ยวกับการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ของนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทยว่ามีการปกปิดและแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ โดยยกกรณีการบริจาคเงินให้กับพรรคภูมิใจไทยซึ่งอาจจะเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของนายไท่หย่าง ซาง สามี ที่มีการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์หรือShuffle.com ซึ่งอาจทำให้กระทบต่อสถานะของพรรคภูมิใจไทยซึ่งอาจจะนำไปสู่การยุบพรรคได้
จึงทำให้มีส.ส.พรรคภูมิใจไทยหลายหลายคน เรียงหน้าออกมาถล่มนายศิริโชค โสภา พยายามจะดิสเครดิตและทำลายความน่าเชื่อถือโดยอ้างเอาผลการเลือกตั้งของนายศิริโชค โสภาที่พ่ายแพ้ให้แก่ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย3ครั้งว่าเกิดจากความแค้นส่วนตัว ที่พ่ายแพ้การเลือกตั้ง ทั้งที่เจตนาของนายศิริโชค โสภา ต้องการจะเปิดเผยความจริงและมีการตรวจสอบว่าการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ถูกต้องหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้นางสาวสุชาดาได้ออกมาท้าทายการตรวจสอบ แต่เมื่อยิ่งขุดคุ้ยลงเรื่อยๆก็จะพบความไม่ชอบมาพากลหรือข้อน่าสงสัยในหลายประเด็น จึงทำให้มี ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ออกมาปกป้องแก้ต่าง เพื่อไม่ให้เรื่องลุกลามไปถึงพรรคภูมิใจไทย
ซึ่งโดยปกติถ้าหากบุคคลใดที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยและถูกข้อกล่าวหาหรือสังคมตรวจสอบ หรือมีการกระทำในด้านลบก็จะถูกลอยแพ และจะไม่ให้ความสำคัญ อย่างเช่นกรณีของนายวรภัค ธันยาวงศ์ อดีต รมช.คลัง ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯได้เชิญมาร่วมรัฐบาลในสมัยรัฐบาลอนุทิน1และเมื่อถูกคณะกรรมาธิการต่างประเทศและกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาส่งรายชื่อแบล็คลิสต์ให้มีการตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์หรือไม่ นายอนุทินก็ปฏิเสธให้ความช่วยเหลือ โดยบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวและไล่ให้ไปหาทนายแก้ต่างกันเอง ไปสู้คดีกันเอง
บริจาคเงินรอพิสูจน์ข้อเท็จจริง
ในกรณีของนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ก็น่าจะเป็นเรื่องในทำนองเดียวกัน เมื่อถูกกล่าวหาว่าสามีคือ นายไท่หย่าง ซาง เกี่ยวพันกับธุรกิจเว็บพนันออนไลน์ ก็จะทำให้นางสาวสุชาดาถูกลอยแพ ไม่มีใครออกมาปกป้อง หรือชี้แจงแทน เว้นแต่กรณีล่าสุด ก็คือนายศิริโชค โสภา ออกมาเปิดโปงเรื่องการบริจาคเงินและอาจนำไปสู่การยุบพรรคภูมิใจได้ จึงทำให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทยออกมาตอบโต้ นับตั้งแต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายสิริพงษ์ อังสกุลเกียรติ นายภราดร ปริศนานันทกุล นางสุขสำรวย วันทนียกุล นายศุภชัย ใจสมุทร นางสาวแนน บุณธิดา สมชัย และอีกหลายคนของพรรคภูมิใจไทยเรียงหน้าออกมาตอบโต้นายศิริโชคเพราะกลัวว่าพรรคภูมิใจไทยอาจจะเสี่ยงถูกยุบ
“ในความเห็นส่วนตัว ในฐานะเป็นนักวิเคราะห์การเมืองอิสระเรื่องนี้แม้ว่าข้อเท็จจริง นางสาวสุชาดาได้บริจาคเงินให้กับพรรคภูมิใจไทยจริงแต่ถ้าดูเส้นทางค่อนข้างจะห่างไกลและพิสูจน์ได้ยากว่าเป็นเงินที่ผิดกฎหมายหรือไม่และเมื่ออยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการเลือกตั้งหรือกกต.ชุดนี้ ก็มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าสามารถจะรอดพ้นคดียุบพรรคไปได้ เพราะแม้แต่คดีโกงเลือกตั้ง ส.ว.หรือฮั้วส.ว.ที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนเป็นที่รับรู้ของผู้คนทั่วประเทศ พรรคภูมิใจไทย ก็ยังรอดพ้นไปได้เพราะฉะนั้นไม่อยากจะให้สังคมสับสน ต้องแยกให้ออก ระหว่างความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อพรรคภูมิใจไทยกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมว่าจะออกมาในลักษณะเช่นไรจึงอยากให้ทุกฝ่ายได้รอดูข้อเท็จจริงหรือรอพิสูจน์ความจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเรื่องนี้จะมีบทสรุปอย่างไรกันแน่”นายเทพไท ระบุ
‘สามารถ’ ชี้‘ไอเดียร์’ต้องเคลียร์2เรื่อง
นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรองประธานสภาผู้แทนฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหัวข้อ“เรื่อง สส หญิงจังหวัดชัยภูมิ”โดยระบุว่ากรณีดังกล่าวมีประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบเพียง 2 เรื่องเท่านั้น ประเด็นแรก บัญชีหนี้สินและทรัพย์สินที่ สส. ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงหรือไม่ ส่วนประเด็นที่สอง กรณีที่ สส. ยอมรับว่าสามีถือหุ้นในธุรกิจการพนันในต่างประเทศ แต่มีสัดส่วนเพียง 1% นั้น มีความเหมาะสมตามมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่
เลิกตอบโต้จนบานปลายสังคมสับสน
นายสามารถ ระบุว่า สำหรับประเด็นบัญชีทรัพย์สิน เป็นหน้าที่ของป.ป.ช.ที่ต้องตรวจสอบตามข้อมูลและข้อเท็จจริง หากพบปัญหาก็เป็นหน้าที่ของสส.ผู้ยื่นบัญชีที่จะต้องชี้แจง หากไม่ชี้แจง หรือชี้แจงไม่ได้ อาจเข้าข่ายยื่นบัญชีหนี้สินและทรัพย์สินอันเป็นเท็จซึ่งป.ป.ช.ต้องดำเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมายต่อไป
“ขณะที่ประเด็นการถือหุ้นธุรกิจการพนันในต่างประเทศของคู่สมรส นายสามารถ เห็นว่าต้องนำมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการเมืองตามที่กฎหมายกำหนดมาพิจารณาว่าสมควร หรือไม่ที่คู่สมรสของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะถือหุ้นในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพนัน ประเด็นที่ชัดเจนมีเพียงแค่นี้ ตอบโต้กันไปมาจนบานปลายกลายเป็นเรื่องอื่น สังคมจะสับสนครับ” นายสามารถ ระบุ
‘ก่อแก้ว’ซัดใครขวางนิรโทษ’จิตใจต่ำ
สืบเนื่องจากกรณีที่ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อขอล้างมลทินและรับสิทธินิรโทษกรรมตามพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2568 พร้อมย้ำว่าต้องการล้างมลทินเพื่อใช้ชีวิตสงบสุขและประสงค์เลิกเล่นการเมือง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมที่มองว่าอาจ ไม่เข้าเกณฑ์
กระทั่งในเวลาต่อมา นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยได้ออกมาโพสต์ชี้ว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะกลุ่มยึดอำนาจหรือยึดสนามบินต่างก็เคยได้รับนิรโทษกรรมจึงไม่มีเหตุผลใดที่อดีตนายกฯผู้ทำประโยชน์ให้ประเทศจะไม่ได้รับสิทธินี้บ้าง จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม
ล่าสุด วันนี้ 17 ตุลาคม 2569 ก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความพร้อมภาพอินโฟกราฟิกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อแก้ว พิกุลทอง - Kokaew Pikulthong เพื่อย้ำตอกย้ำถึงประเด็นดังกล่าวอย่างดุเดือด โดยในภาพ มีข้อความระบุไว้อย่างชัดเจนว่า”ตามนี้ครับ”พร้อมเผยแพร่ภาพข้อความระบุว่า “ใครก็ตามที่ได้ประโยชน์จาก พรบ.นิรโทษกรรม แต่กีดกันขัดขวางคนอื่นๆ ไม่ให้ได้รับ เชื่อได้ว่าบุคคลนั้น ‘มีจิตใจต่ำกว่าความเป็นมนุษย์’”.
โวยหัวจ่ายภูมิใจไทยขึ้นสนิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดความเคลื่อนไหวในพรรคเล็กพรรคน้อยที่ สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิไจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี โดยได้จับเข่าปรับทุกข์กัน และเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเริ่มเมินเฉยกับพรรคเล็กที่คอยสนับสนุน
“หัวจ่าย ที่รับผิดชอบพวกผมไม่ทำงานมา 3 เดือนแล้ว สงสัยคงอุดตัน เหมือนกับการตัดเงินบัตรคนจน”สส.พรรคเล็กรายหนึ่งระบุ ทั้งระบุว่าศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจหนนี้อาจมีปัญหาในวันโหวดลงคะแนนได้
สส.พรรคเล็กรายดังกล่าวระบุเพิ่มเติมว่า นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล นายไชยชนก ชิดชอบ ไม่น่ามีปัญหาอะไร เราหนุนเต็มที่แต่รัฐมนตรีอื่นไม่ขอรับประกัน เพราะถ้าเราไม่มีแรง แล้วจะเอาแรงที่ไหนไม่ยกมือ
“อย่างดีก็แค่นั่งเฉยๆ”สส.พรรคเล็กรายหนึ่งระบุ
ผู้สื่อข่าวถามว่าระดับรัฐมนตรีใช่มั้ยที่ต้องดูแลพรรคเล็ก สส.พรรคเล็กรายดังไม่ตอบ แต่ระบุว่ามีบางกลุ่มเขาก็ได้ ส่วนของผมหัวจ่ายไม่ทำงานมันน่าน้อยใจ สงสัยไปจับผับ จับบาร์จับยิวเถื่อน สร้างผลงานเพลินไปหน่อย จนลืมพวกผมทั้งที่ทำตัวเป็นเด็กดีมากตลอด ช่วยสะท้อนเสียงประชาชนไปให้รัฐบาล และนำสิ่งที่รัฐบาลแก้ไขให้ไปบอกประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

