โพลชี้เปรี้ยง 18รมต. ฉลุยซักฟอก กธ.โหวตอุ้มรัฐบาล

“นิด้าโพล”เผยศึกซักฟอกหนนี้กระทรวงมหาดไทยรับศึกหนัก เชื่อฝ่ายค้านมีข้อมูลเด็ด กระนั้นก็ตามทั้ง 18 รัฐมนตรีที่โดนอภิปรายผ่านฉลุย ฟันธงกล้าธรรมยกมือหนุน และอาจมีปรับ ครม.เล็กน้อย ด้านอดีตสส.ปชป.ย้อน ดีอี ประกาศปิดเว็บพนันมโหฬาร แต่รายใหญ่ 5 อันดับแรกยังเข้าได้ปกติจากไทยเว้นเว็บ “สามีไอเดียร์” มีเอี่ยวที่เพิ่งโดนแฉ ซัด’รมว.ลูกเทพ’มีอำนาจไม่จัดการแบบที่เคยออกแอคชั่น ถามปฏิเสธสินบน 40 ล. แล้วเว็บที่เปิดอยู่ให้มากกว่าหรือไม่
เมื่อวันที่ 18ตุลาคม2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “อภิปรายไม่ไว้วางใจ ใครรับศึกหนัก” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 12-14 ตุลาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
ขาดความรู้ความสามารถ
จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่จะทำให้ฝ่ายรัฐบาลต้องเครียดหนัก พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 34.27 ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่าขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจรองลงมา ร้อยละ 28.93 ระบุว่า ทุกประเด็นต้องเครียดหมด ร้อยละ 26.26 ระบุว่า กรณีคดีฮั้ว การเลือกตั้ง ส.ว.ร้อยละ 25.88 ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่า ไร้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤติค่าครองชีพร้อยละ 23.97 ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชั่น
ร้อยละ 22.44 ระบุว่า กรณีคดีการทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นร้อยละ 16.72 ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่า ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้องร้อยละ 14.43 ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่า ละเลยในการจัดการกับขบวนการทุนเทาร้อยละ7.56 ระบุว่า การโดนกล่าวหา เรื่องระบอบสีน้ำเงิน ร้อยละ 5.34 ระบุว่า ไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องเครียดร้อยละ 3.59 ระบุว่า กรณีโครงการ TH-AI Passport ร้อยละ 3.44 ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่าขาดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน และร้อยละ 1.60 ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่า ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุล
มหาดไทยรับศึกหนัก
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อกระทรวงที่จะต้องรับศึกหนักในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบว่าตัวอย่าง ร้อยละ 38.78 ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยรองลงมา ร้อยละ 23.05 ระบุว่า ทุกกระทรวงต้องรับศึกหนักร้อยละ 21.37 ระบุว่า สำนักนายกรัฐมนตรี (รองนายกรัฐมนตรีและ/หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี)ร้อยละ 18.63 ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ร้อยละ 16.26 ระบุกระทรวงการคลังร้อยละ 10.46 ระบุว่า กระทรวงยุติธรรรมร้อยละ 9.08 ระบุว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร้อยละ 4.73 ระบุว่า ไม่มีกระทรวงใดที่ต้องรับศึกหนักร้อยละ 4.43 ระบุว่า กระทรวงกลาโหม ร้อยละ 3.97 ระบุว่า กระทรวงคมนาคมร้อยละ 3.82 ระบุว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ร้อยละ 0.92 ระบุว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อความชัดเจนและความเป็นรูปธรรมของหลักฐานที่ฝ่ายค้านนำมาใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบว่าตัวอย่าง ร้อยละ 45.65 ระบุว่า ฝ่ายค้านจะมีหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ชัดเจน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18คนรองลงมา ร้อยละ 41.22 ระบุว่า ฝ่ายค้านจะมีหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ชัดเจน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคนร้อยละ 11.76 ระบุว่า ฝ่ายค้านจะไม่มีหลักฐาน ที่เป็นรูปธรรม ชัดเจน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คนและร้อยละ 1.37 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
เชื่อ18รัฐมนตรีผ่านฉลุย
สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อการตัดสินใจลงมติของ ส.ส. พรรคกล้าธรรม ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบว่าร้อยละ30.38 ระบุว่า ยกมือไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18คนรองลงมา ร้อยละ 22.75 ระบุว่า งดออกเสียงร้อยละ 18.32 ระบุว่า ยกมือไว้วางใจรัฐมนตรีบางคนร้อยละ 9.93 ระบุว่า ไม่เข้าร่วมการลงมติร้อยละ 8.24 ระบุว่า ยกมือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18คนร้อยละ 6.11 ระบุว่า ยกมือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคนและร้อยละ 4.27 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ท้ายที่สุดเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบว่าตัวอย่าง ร้อยละ 40.84 ระบุว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงรองลงมา ร้อยละ 26.34 ระบุว่า การปรับคณะรัฐมนตรีร้อยละ 19.39 ระบุว่า การยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกตั้งใหม่ ร้อยละ 9.69 ระบุว่า การเปลี่ยนขั้วรัฐบาลร้อยละ 3.28 ระบุว่า รัฐมนตรีบางคนจะลาออกจากตำแหน่ง และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
หนูกินข้าวธรรมนัส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กร้าน PunjabGrill Bangkok ซึ่งเป็นร้านอาหารอินเดีย ที่ตั้งอยู่ภายในโรงแรมเรดิสัน กรุงเทพฯ ได้โพสต์เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2569 เป็นภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมเฟรมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย พร้อมข้อความเป็นภาษาอังกฤษ โดยแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ร้าน Punjab Grill Bangkok รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับคุณอนุทิน พร้อมด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และคุณชาดา ในโอกาสมารับประทานอาหารค่ำที่ร้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพดังกล่าวนายอนุทิน และ ร.อ.ธรรมนัส ได้ไปรับประทานอาหารร่วมกันที่ร้านอาหารดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเป็นการรับประทานอาหารตามปกติร่วมกันระหว่างนายอนุทิน และ ร.อ.ธรรมนัส ท่ามกลางกระแสข่าวพรรคกล้าธรรม ถูกขับออกจากวิปฝ่ายค้านก่อนหน้านี้ และกระแสข่าวไม่ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในวันที่ 27-29 ต.ค. 2569 และลงมติในวันที่ 30 ต.ค.นี้ ร่วมถึงกระแสข่าวภายหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล
หม่ำข้าวต้มเยาวราชระรื่น
ส่วนเมื่อคืน (17 ต.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร แวะรับประทานอาหารที่ร้านข้าวต้มปลาเจ้าเก่า ถนนแปลงนาม ย่านเยาวราช เป็นการส่วนตัว บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย นายอนุทินและนายพันธ์ทอง นั่งรับประทานอาหารร่วมกันที่โต๊ะริมทาง มีการสั่งข้าวต้มปลา พร้อมเครื่องดื่มทั้งชาเย็น เมนูยอดนิยมของไทย และน้ำเก๊กฮวยมาดื่มระหว่างรับประทานอาหาร โดยทั้งสองนั่งพูดคุยและรับประทานอาหารอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศร้านอาหารริมถนน โดยไม่มีพิธีการ
ตามขุด สส.ไอเดีย-สามี
นายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่กำลังตามขุด เรื่องบัญชีทรัพย์สิน และที่มาของเงิน ของ “ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และ “ไท่หยาง จาง” สามี โดยล่าสุดได้โพสต์ถึงการทำงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการจัดการกับเว็บพนันออนไลน์ ว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ประกาศปิดกั้นเว็บไซต์และลิงก์พนันออนไลน์ ถึง 945,075 รายการ ฟังดูเป็นผลงานใหญ่โต แต่ผมกลับพบว่า เว็บพนันรายใหญ่ 5 อันดับแรก ที่เคยเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะไปแล้ว ยังเข้าถึงได้จากประเทศไทยด้วยที่อยู่เว็บไซต์เดิมทุกแห่ง จนถึงขณะที่ผมเขียนบทความนี้ ทั้ง 5 เว็บไซต์ ได้แก่ ufabet.com, 1xbet.com, bet365.com, m98c0.com และ m98.asiaมีจำนวนการเข้าชมจากประเทศไทยรวมกันประมาณ 1.43 ล้านครั้งต่อเดือน
ศิริโชคเดินหน้าถล่มเวป
ที่น่าสนใจคือ ในบรรดาเว็บไซต์พนันที่ผมเปิดเผย มีเพียงบ่อน Shuffle.com ที่จำกัดการเข้าถึงจากประเทศไทย หลังจากผมเปิดเผยความเชื่อมโยงกับ นายไท่หยาง จาง สามีของนักการเมืองไทย ซึ่งเป็นผู้ลงทุนในกิจการบ่อนแห่งนี้ ผมเคยตั้งข้อสังเกตว่า นายไท่หยาง อาจมีบทบาทอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจตามมาจากการตรวจสอบในประเทศไทย แต่เว็บพนันยักษ์ใหญ่ทั้ง 5 แห่ง กลับยังเปิดอยู่ ทั้งที่ชื่อเว็บไซต์ ที่อยู่ และจำนวนการเข้าชมถูกเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ผมนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งเคยอภิปรายคัดค้านโครงการสถานบันเทิงครบวงจร ที่มีกาสิโนอย่างเผ็ดร้อน เพราะเห็นว่าการพนันจะทำลายโครงสร้างทางสังคม และสร้างความเสียหายให้ประชาชน แต่วันนี้ เมื่อท่านมีอำนาจหน้าที่ปราบปรามการพนันออนไลน์โดยตรง เหตุใดเว็บพนันรายใหญ่ที่คนไทยเข้าถึงได้เดือนละนับแสนครั้งจึงยังเปิดอยู่ กาสิโนที่ท่านเคยคัดค้าน ยังเป็นเพียงโครงการ แต่บ่อนออนไลน์เหล่านี้อยู่ในโทรศัพท์มือถือของคนไทยแล้ว ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องมีอาคารกาสิโน ก็เล่นการพนันได้ตลอดเวลา เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงข้อเสนอเงิน 40 ล้านบาทต่อเดือน จาก นายคิว ซึ่งถูกกล่าวถึงว่าเป็นลูกชายเจ้าของกาสิโน ในกัมพูชา และเป็นตัวแทนเครือข่ายพนันออนไลน์จากกัมพูชา และประเทศเพื่อนบ้าน ข้อเสนอนั้นถูกปฏิเสธ
ถามหาเงินฉาว40ล้าน
ถ้าเงิน 40 ล้านบาทต่อเดือน ยังถูกปฏิเสธ แล้วเว็บพนันยักษ์ใหญ่ที่ยังเปิดอยู่ทุกวันนี้ มีใครจ่ายมากกว่านั้นหรือไม่ เดือนละ 50 ล้าน 100 ล้าน หรือมากกว่านั้นและจ่ายให้ใคร หรือที่AI กระทรวง DE มองไม่เห็นเว็บพนันรายใหญ่เหล่านี้ เป็นเพราะมี “ม่านสีเทา บังตาอยู่ ม่านสีเทานี้ อาจไม่ต้องจ่ายค่าบริการด้วยเงินสด เพราะเงินจำนวนมหาศาล สามารถโอนผ่านคริปโตข้ามประเทศ ผ่านที่อยู่รับเงินหลายทอด ก่อนถึงมือผู้รับผลประโยชน์ตัวจริง ผมจึงอยากให้รัฐบาลตรวจสอบเส้นทางเงินของเครือข่ายพนันออนไลน์รายใหญ่ ไม่ใช่เพียงประกาศจำนวนเว็บไซต์ที่ปิดกั้นได้ เพราะตัวเลขเกือบล้านรายการ ไม่มีความหมายมากนัก หากเว็บพนันที่มีคนไทยเข้าเล่นมากที่สุดยังเปิดอยู่เหมือนเดิม ผมอยากรู้ว่า ม่านสีเทาที่บังตา AI กระทรวง DE นั้น ใครเป็นคนจ่ายค่าม่าน ใครเป็นคนรับ และจ่ายกันเป็นคริปโตเดือนละกี่ล้านบาท
‘โรม’ จี้สอบปมสามี ‘ไอเดียร์’
ด้าน นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ผ่านมา 2 วัน ก็ยังไม่มีหน่วยงานใด ออกมาชี้แจงเรื่องการดำเนินการกรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย รับสารภาพว่าสามีถือหุ้นเว็บพนัน หรือที่ไม่กล้าทำอะไร เพราะว่ากลัวจะลามไปถึงรัฐมนตรีบางคนใช่หรือไม่’
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

