บทบรรณาธิการ : 20 ตุลาคม 2569

รัฐบาลไทยต้องเด็ดขาดเป็นผู้นำ ในการแก้ปัญหาชายแดนรอบบ้าน
ปัญหาชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านกำลังทวีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับความมั่นคงระดับภูมิภาคอย่างชัดเจน ทั้งด้านตะวันตกที่ชายแดนเมียนมาเต็มไปด้วยการสู้รบระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายต่อต้าน รวมถึงขบวนการสแกมเมอร์ที่แฝงตัวสร้างความเสียหายต่อประชาชนไทย ด้านเหนือที่ยังคงเป็นสมรภูมิของขบวนการลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย ด้านตะวันออกกับกัมพูชาที่ปัญหาพรมแดนยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถาวร และด้านใต้ที่ความไม่สงบเชื่อมโยงไปถึงประเทศเพื่อนบ้านในมาเลเซีย และการเป็นศูนย์กลางการลักลอบค้าสินค้าผิดกฎหมาย เช่น บุหรี่ สุรา ซึ่งเป็นภัยแทรกซ้อนที่ประจักษ์ชัด
สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนว่าไทยไม่อาจมองปัญหาเพียงในมิติความมั่นคงภายใน แต่ต้องยกระดับการแก้ไขไปสู่การทูตเชิงรุกและการสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค ทว่าในความเป็นจริง บทบาทของกระทรวงการต่างประเทศยังไม่สามารถทำให้ไทยเป็นผู้นำในการเสนอทางออกได้อย่างแท้จริงในการรับรู้ของประชาชนโดยทั่วไป
สิ่งที่เห็นชัดคือการตอบโต้ทางการทูตในเวทีต่าง ๆ ไทยมักอยู่ในสถานะ “ตั้งรับ” และ “แก้ต่าง” มากกว่าการเป็นผู้ริเริ่มข้อเสนอที่สร้างสรรค์และยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมอาเซียนหรือเวทีระหว่างประเทศ ไทยยังไม่สามารถใช้โอกาสเหล่านี้เพื่อผลักดันแนวทางแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมและสะท้อนบทบาทผู้นำในภูมิภาคหรืออาจทำไปแล้วแต่ประชาชนกลับไม่ได้เห็น
ในด้านเมียนมา ไทยควรเป็นผู้เสนอ “แผนมนุษยธรรมชายแดน” ที่บูรณาการทั้งการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและการป้องกันภัยคุกคามจากขบวนการสแกมเมอร์ ด้านเหนือ ไทยควรริเริ่ม “ความร่วมมือปราบปรามยาเสพติดข้ามพรมแดน” ที่มีมาตรการร่วมกับจีน เมียนมา และลาว ด้านตะวันออก ไทยควรต้องหาทางออกถาวรกับกัมพูชา เพื่อลดความตึงเครียดที่อาจปะทุขึ้นอีกครั้ง และด้านใต้ ไทยควรเป็นผู้ผลักดัน “เวทีความร่วมมือสันติภาพชายแดนใต้–มาเลเซีย” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดการเชื่อมโยงของกลุ่มก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และปราบปราบสินค้าผิดกฎหมายที่เป็นภัยแทรกซ้อนอย่างจริงจัง
วันนี้ประเทศไทยเผชิญปัญหาและความท้าทายด้านความมั่นคงจากทุกรอบด้าน หากกระทรวงการต่างประเทศยังคงทำหน้าที่เพียง “ผู้ตาม” ไทยจะสูญเสียโอกาสในการสร้างบทบาทนำในภูมิภาค และปล่อยให้ปัญหาชายแดนกลายเป็นบาดแผลเรื้อรังที่บั่นทอนทั้งความมั่นคงและภาพลักษณ์ประเทศ และถ้ากระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการแล้วยิ่งต้องชี้แจงให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการแก้ปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน
กระทรวงการต่างประเทศจึงต้องปรับบทบาทจากการตั้งรับไปสู่การเป็น “ผู้ริเริ่ม” และ “ผู้นำ” ในการเสนอทางออกอย่างเป็นระบบ รวมทั้งทำงานเชิงรุกในการสื่อสารกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ไทยไม่เพียงรักษาความมั่นคงของตนเอง แต่ยังเป็นเสาหลักในการสร้างสันติภาพกับประเทศเพื่อนบ้านและความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

