หนูขีดเส้นล้างนอมินี ลั่นจบภายใน10ธันวา

นายกฯเปิดปฏิบัติการปราบนอมินี ลั่นไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่มีอิทธิพลใดเหนือรัฐบาล เร่งปราบนอมินีถือครองที่ดินแทนต่างชาติ สั่งสอบให้จบในเดือนธันวาคมนี้ ขยายผลไปถึงผู้รับผลประโยชน์ บังคับขายที่ สกัดโอนหนี ลุยแก้โรคความจำเสื่อม ชอบถาม ‘รู้ไหมผมเป็นใคร’ ย้ำไม่มีใครใหญ่เหนือกฎหมาย
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังเปิดปฏิบัติการปราบนอมินี บังคับจำหน่ายและตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง ปกป้องผลประโยชน์ชาติ ว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐบาล ว่าดำเนินการอย่างจริงจังกับการถือครองที่ดินของบุคคลต่างด้าวโดยมิชอบ ที่หลีกเลี่ยงกฎหมายไทย ซึ่งที่ดินเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ การถือครองและใช้ประโยชน์ต้องเป็นไปโดยทุกต้องตามกฎหมาย เป็นธรรม และไม่เปิดช่องให้มีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพราะปัญหานี้ไม่เพียงกระทบต่อความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากรของประเทศ แต่ยังกระทบต่อความมั่นคง และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ
นายกฯ กล่าวยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันปราบทุนเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย และเครือข่ายนอมินี โดยตรวจสอบจะไม่หยุดแค่ตรวจชื่อผู้ถือครองบนหลังโฉนด หรือชื่อผู้ถือหุ้นในใบหุ้นเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบให้ถึงผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง การควบคุมผลประโยชน์ที่แท้จริง ตลอดจนตรวจสอบเส้นทางทรัพย์สิน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีผู้กระทำผิด และขยายผลถึงเครือข่าย ยืนยันว่าประเทศไทย ยังต้อนรับและสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศที่มาด้วยความสุจริตโปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมายไทย เคารพสิทธิประชาชนคนไทย การถือครองสิทธิที่ดินที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ส่งเสริมการลงทุน ดังนั้นการดำเนินงานจะตั้งอยู่บนหลักสำคัญ คือจริงจังกับผู้กระทำผิด และเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบุคคล หรือนิติบุคคล ซึ่งความสำเร็จจะวัดจากการได้ข้อยุติ และการใช้กฎหมายให้เกิดผลอย่างแท้จริง ซึ่งภารกิจนี้ไม่สามารถดำเนินการได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องบูรณาการความร่วมมือ ตนเข้ามาเป็น ไม่เฉพาะกระทรวงมหาดไทย
นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของกรมที่ดิน ต้องดูเรื่องการถือครอง และการจำหน่ายที่ดิน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ต้องตรวจสอบสิทธิ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน การขับเคลื่อน รัฐบาลขอให้ดำเนินการ 3 ประการ คือ 1.ให้เร่งตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงเพื่อให้ได้ข้อยุติเป็นรายกรณี โดยกรมที่ดิน และผู้ว่าราชการจังหวัด จะจัดลำดับความสำคัญในการตรวจสอบ พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบ ขั้นตอนดำเนินงาน และกรอบเวลาให้ชัดเจน หากพบความเชื่อมโยงเครือข่ายจะต้องส่งต่อหรือขยายผลไปยังหน่วยงานอื่นๆ ที่มีอำนาจโดยไม่ชักช้า ซึ่งการตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงขอให้ตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 ถ้าขยายผลได้เรื่อยๆ จะทำให้สามารถเพิกถอนสิทธิต่างๆ ของผู้กระทำผิดกฎหมายต่างชาติ ที่เข้ามาใช้ประโยชน์เอาเปรียบคนไทย ซึ่งดำเนินการไปแล้ว ได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการเนรเทศผู้กระทำผิด หรือผู้ไม่พึงประสงค์ให้อยู่ในประเทศ โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพิกถอนสัญชาติ สำหรับคนต่างชาติที่เข้ามามีพฤติกรรมไม่เคารพคนไทย ไม่เคารพกฎหมายไทย
2.การดำเนินการบังคับจำหน่ายที่ดิน และติดตามให้เกิดผลจริงในการตรวจสอบ หากพบว่ามีการถือครองที่ดินโดยมิชอบ เมื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้วต้องตรวจสอบการปราบปรามพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เปลี่ยนนอมินี จากรายหนึ่งสู่รายหนึ่ง ทำให้ปัญหาวนเวียนอยู่เช่นนี้ และ 3.การปิดช่องปิดโอกาส และสร้างระบบการป้องกันระยะยาว โดยทุกหน่วยงานจะนำการค้นพบจากการปฏิบัติการ มาปรับปรุงระบบเฝ้าระวัง ทั้งก่อนและหลังการจดทะเบียนสิทธิ หรือนิติกรรม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น และพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การถือครองที่ดินแทนของคนต่างด้าว เปิดช่องทางรับเบาะแสที่เข้าถึงได้ และเผยแพร่ผลการดำเนินงานในภาพรวมอย่างสม่ำเสมอ โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่กระทบต่อรูปคดี
นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด นำข้อสั่งการไปสู่การปฏิบัติโดยทันที ย้ำว่ารัฐบาล มุ่งมั่นดำเนินการอย่างจริงจังบนหลักธรรมมาภิบาล โปร่งใส เป็นธรรม และยึดกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ประเทศ รักษาความเชื่อมั่นของประชาชน โดยใช้แนวทางปิดชื่อถือพฤติกรรม ไม่มีอิทธิพลใดที่จะเหนืออิทธิพลของรัฐบาล เจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งดำเนินการภายใต้กฎหมาย ไม่ต้องไปกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม รัฐบาลนี้มีความชัดเจน
“แนวทางปิดชื่อถือพฤติกรรม เป็นการลดโรคความจำเสื่อม ไม่ต้องมาถามว่ารู้ไหมผมเป็นใคร ถ้าทำผิดกฎหมาย เปิดชื่อมาเป็นใคร รัฐบาลก็ดำเนินการ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แม้กระทั่งผู้บริหารหน่วยงาน ตอบสนองเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี และแก้ไขปัญหาโรคความความจำเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกท่านทราบดีว่ารัฐบาลอยู่กับพวกท่านตลอดเวลา ทำให้ดำเนินการยึดทรัพย์ ดำเนินคดี เพื่อไม่ให้เรื่องยาเสพติด ทุนเทา นอมินี สแกมเมอร์ หรือเรื่องทุจริตต่างๆ เกิดขึ้น” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ขอให้มั่นใจว่าสิ่งที่ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่จะได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่จากรัฐบาล ไม่มีใครจะทำให้ท่านได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ได้ดำเนินการ ตนขอให้คำยืนยันว่าท่านจะมีความปลอดภัย
“ถ้าเร่งบังคับขายที่ดินได้ก็จะมีเงินหมุนเวียนเข้ามาหลักหมื่นกว่าล้านบาท ทำให้เกิดความชัดเจน และเกิดความเป็นธรรมให้กับคนไทย ถือเป็นเป้าหมายของรัฐบาล” นายกฯ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

