เทพไท การันตี หลังซักฟอก! ภูมิใจไทยยังเป็นแกนนำหลัก-เพื่อไทยเกาะเก้าอี้แน่น ดึงกล้าธรรมเสริมแกร่ง

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หลังซักฟอก ปรับครม.เป็น น้ำเงิน แดง เขียว
ในช่วงที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี มีการวิเคราะห์เรื่องการเมืองไปต่างๆนานา มีหลายประเด็นที่มีการพูดกันว่า หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จแล้ว อาจจะมีการพลิกขั้วทางการเมือง โดยมีการจับมือกันตั้งรัฐบาลไฟสีจราจรคือ สีแดง สีเขียว สีส้ม และการพูดถึงการควบรวมการเมือง ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม เพื่อให้ได้เสียงมากพอที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และผลักดันให้ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงการปล่อยภาพระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ร้านอาหารอินเดีย ย่านสุขุมวิท
มีการวิเคราะห์กันต่อไปว่า พรรคกล้าธรรมจะได้เข้าร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจจบแล้ว จะมีการปรับครม. โดยดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล และกรณีภาพหลุดหรือเจตนาปล่อยภาพ ที่นายอนุทินกับผู้กองธรรมนัสทานข้าวกันออกมา เพื่อเป็นการส่งสัญญานให้พรรคเพื่อไทยได้เห็นว่า ถ้าหากพรรคเพื่อไทยไม่โหวตให้กับ 18 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือจะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ก็มีพรรคกล้าธรรมพร้อมจะเป็นรัฐบาล และจะเป็นรัฐบาลได้ต่อไป แม้ว่าจะไม่มีพรรคเพื่อไทยก็ตาม
จึงทำให้มีการวิเคราะห์ไปอีกว่า พรรคภูมิใจไทยอาจจะมีการควบรวมกับพรรคกล้าธรรม เพื่อให้มีหลักประกันว่าเป็นพรรคการเมืองที่มีเสียงเกินครึ่ง หรือมีเสียงเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จึงทำให้เห็นภาพการเคลื่อนไหวในช่วงที่กำลังจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในลักษณะต่างๆ ซึ่งในข้อเท็จจริงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก ที่พรรคเพื่อไทยจะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล มีแต่พรรคเพื่อไทยเกาะเก้าอี้เป็นรัฐบาลต่อไป และมีพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลด้วย
ส่วนกระแสยุบพรรคมารวมกัน ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม หรือระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ เพราะการยุบพรรคหรือควบรวมพรรค ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 99 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร จะมีการควบรวมพรรคการเมือง ที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมิได้ รวมถึงบทบัญญัติในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 96 บัญญัติไว้เช่นเดียวกันว่า ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร จะมีการควบรวมพรรคการเมือง ที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เป็นการยกข้อความจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อที่จะยืนยันว่า ในทางปฏิบัติของกฎหมายเกี่ยวกับการยุบรวมพรรคการเมืองไม่สามารถทำได้
การที่ออกมาวิเคราะห์กัน ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือจะมีการกระชับอำนาจกัน หรือจะมีการเปลี่ยนขั้วการเมืองกัน เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก สำหรับสูตรพลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาลไฟสีจราจร แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะการที่มีพรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรมเป็นแกนในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาชนต้องรักษาสัญญาที่ให้กับประชาชนไว้ว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม แม้ว่าการเสนอแบบเลี่ยงบาลี ว่าไม่มีพรรคกล้าธรรมแล้ว เพราะไปรวมกับพรรคเพื่อไทยแล้ว ในทางกฎหมายก็ทำไม่ได้
เพราะฉะนั้นสามารถที่จะวิเคราะห์การเมืองในรูปแบบต่างๆ ได้แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ จึงยืนยันว่าจากนี้ไป จะมีรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนหลัก พรรคร่วมรัฐบาลประกอบด้วยพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นสูตรที่ควรจัดตั้งรัฐบาลในรูปนี้ตั้งแต่หลังเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

