ชงแก้ก.ม.ยาเสพติด ใครมีถือว่าเป็นผู้ค้า

ชงแก้ก.ม.ยาเสพติด
ใครมีถือว่าเป็นผู้ค้า
“อนุทิน” ยื่นร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติด ชงสภาฯ “ประธานฯ โสภณ”รับเอง ชี้สถานการณ์วิกฤต เร่งบรรจุญัตติด่วน เผยสาระ พ.ร.บ.เข้มข้นขึ้น ครอบครองถือว่าเป็นผู้จำหน่าย ให้อำนาจ ป.ป.ส.เรียกข้อมูลกลาง ติดดาบตำรวจ ปส.เพิ่มระยะเวลาคุมตัวผู้กระทำผิดจาก 3 เป็น 7 วัน งัดทุกสรรพกำลังป้องกัน-ปราบปราม
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ ยื่นร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายยาเสพติด (ฉบับที่..) พ.ศ. …และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่..) พ.ศ. …โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับร่าง
นายโสภณ กล่าวภายหลังรับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ว่ากฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นจากอดีตที่ตนเป็นรองนายกฯ ขับเคลื่อนกฎหมายยาเสพติด จากนั้นตนมาเป็นประธานสภาฯ ก็ทำเรื่องนี้ โดยขณะนี้สถานการณ์วิกฤตมาก ประชาชนเดือดร้อน อย่างที่ได้เคยแสดงวิสัยทัศน์ในวันเลือกประธานสภาฯ แล้วว่า อยากเห็นการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ร่วมกับฝ่ายบริหาร ในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ได้ทำเวิร์คช็อปและศึกษาปัญหา โดยเอาส่วนราชการ และผู้ปฏิบัติทางท้องถิ่น รวมถึงประชาชน แล้วมีสภาฯ เป็นเจ้าภาพกลาง หลังจากได้ข้อสรุปจากหน่วยงานต่างๆ ทีมกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ก็รับข้อสรุปไปเขียนและยกร่างกฎหมาย จึงเกิดกฎหมายฉบับนี้
“สถานการณ์ยาเสพติดทุกวันนี้ มันเป็นวิกฤติ ฉะนั้นการแก้กฎหมายต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นในร่างกฎหมาย ทั้งนี้ สภาฯ จะให้ความสำคัญและคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน อยากเห็นการแก้ปัญหายาเสพติด จะได้ร่วมกันแก้ปัญหาและบรรจุเป็นญัตติด่วน เพื่อนำกฎหมายไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ถือเป็นอีกมิติหนึ่งของการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติร่วมกับฝ่ายบริหาร” นายโสภณ กล่าว
ด้านนายอนุทิน กล่าวว่า สาระสำคัญในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว คือประเด็นที่ผู้ใดมียาเสพติดไว้ในครอบครองจะถูกสันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อจำหน่าย ถือเป็นความเข้มข้น เรื่องการแจ้งข้อกล่าวหาและการเพิ่มบทลงโทษผู้ใช้เยาวชนกระทำผิดในเรื่องยาเสพติด จะหลบเลี่ยงโดยใช้ช่องทาง ช่องโหว่ของกฎหมายไม่ได้ นอกจากนี้เรื่องการกำหนดการบำบัดฟื้นฟู ขอให้มีความชัดเจนและมีความสะดวกต่อการปฏิบัติ รวมถึงการขยายเวลาควบคุมตัว และขยายผลการจับกุม เพื่อทำให้การปราบปรามมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ การสรุปสาระสำคัญถือเป็นหัวข้อหลัก ยังรวมถึงการให้อำนาจสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เรียกข้อมูลจากฐานข้อมูลกลาง เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี การบำบัดรักษา การฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด และให้อำนาจในการระงับการทำให้แพร่หลาย หรือลบข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการจูงใจให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด นำออกจากระบบคอมพิวเตอร์
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด มีการเพิ่มอำนาจให้ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สามารถยื่นคำขอต่อศาลอาญา เพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้ตำรวจได้ ซึ่งข้อมูลข่าวสารไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบช่องทางใด เพื่อประโยชน์ของการสืบสวนสอบสวนของผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และการขยายระยะเวลาอำนาจในการควบคุมผู้ถูกจับที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดของเจ้าพนักงาน เป็นเวลาไม่เกิน 7 วัน จากเดิมที่กำหนดเวลาควบคุมตัวไว้ไม่เกิน 3 วัน เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนและการขยายผลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีในเรื่องการเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากระทำความผิดฐานเสพยาเสพติด สามารถแสดงความสมัครใจขอเข้ารับการบำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพ เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความกระชับในการใช้กฎหมาย เพิ่มความเข้มข้นในการใช้กฎหมายมากยิ่งขึ้น เพราะทุกวันนี้ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่รัฐบาลใช้ทุกสรรพกำลังในการป้องกันและปราบปราม
“ผมได้อนุมัติในเรื่องของรถเอ็กซเรย์ไว้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มอีก 4 คัน ซึ่งช่วงนี้ผู้สื่อข่าวจะได้เห็นว่ามีการใช้ปราบปรามอย่างเข้มข้น อย่างที่เรียนในบางกรณีโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวตะเข็บชายแดน มีการต่อสู้กันเกิดขึ้น และมีการสูญเสีย โชคดีที่ฝ่ายเรายังไม่เป็นฝ่ายสูญเสีย แต่เราจะโชคดีอย่างนี้ไปตลอดหรือเปล่า เราก็ไม่อยากจะต้องขึ้นอยู่กับโชค เราต้องสร้างมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้ายาเสพติดให้ครอบคลุมและลดการสูญเสียให้มากที่สุด จึงเป็นที่มาของการเสนอร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ นี้ ต่อประธานสภาฯ เพื่อพิจารณาและบรรจุเข้าไปในวาระการประชุมโดยเร็วที่สุด” นายอนุทิน กล่าว

