ฝ่ายค้านฉุนวอล์กเอาท์ ซักฟอกไม่จบ บี้ครม.ว่างวันไหน ส่อเลื่อนไปพย.-ธค. หนูลั่นไม่ปรับศุภจี ยันเสาหลักรัฐบาล

"อนุทิน”เฉลยแล้ว แจงยิบร่วมเบิร์ธเดย์ สส.กล้าธรรมย้ำความสัมพันธ์เพื่อนมิตร ไม่มีเรื่องการเมืองเบี่ยงตอบมองเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ดับฝันกระทรวงริมน้ำ ลั่นถ้าปรับ“ศุภจี”ต้องปรับนายกฯ ชี้เป็นเสาหลักรบ. บอกรุ่นใหญ่ มั่นใจไม่ถามกัน “เท้ง” ชี้ซักฟอก 18 รมต.ต้องได้เวลาเหมาะสม จี้รบ.ต้องชัดเจนไม่ขัดขยับไป1-2 สัปดาห์ช่วงพ.ย.ได้ประชุมวิป3ฝ่ายล่มอีกแล้ว ‘ฝ่ายค้าน’วอร์คเอาท์ปมเคาะวันซักฟอกไม่ลงตัว จี้ประธานสภาฯส่งเรื่องกลับครม.หาวันใหม่ในเดือนพ.ย.-ธ.ค.ถามอีก2เดือนก่อนปิดสมัยประชุม ไม่มีวันว่างจริงหรือ ปธ.วิปรัฐบาล‘ ผิดหวัง’ฝ่ายค้านงอแงวอล์กเอ้าต์ยืนกราน5วันทำคุยล่มไม่เป็นท่า ยอมขยับเพิ่มเวลา’อภิปรายเป็น4+1 มากกว่าทุกครั้ง
เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.)กล่าวถึงกรณีปรากฏภาพไปร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดน.ส.สุภานันท์ ปัญญาทิพย์ สส.เชียงใหม่ เขต 6 พรรคกล้าธรรมซึ่งมีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อมแกนนำร่วมงานที่รัฐสภา บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น
อนุทินแจงยิบเบิร์ดเดย์สส.กล้าธรรม
โดยนายอนุทินถอนหายใจพร้อมกล่าวว่าเอาอย่างนี้เดี๋ยวนั่งฟังกันสักครึ่งชม.ดีไหมว่าที่มาที่ไปอย่างไร โดยเมื่อวันที่21ต.ค.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรมส่งรูปมาให้คนดูบอกว่ามีอาการป่วยนิดหน่อยปวดหู เลยเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาลและส่งรูปมาให้ดูว่ายังอยู่ที่โรงพยาบาลในช่วงบ่าย พอช่วงเย็นตนไปประชุมสภาฯเดินออกมาเจอสส.พรรคกล้าธรรมคือนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะและนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ที่ชั้น2 ก่อนเข้าลิฟต์ที่สนิทกันดีจึงทักว่าไปเยี่ยมลูกพี่หรือไม่ เขาจึงบอกว่าไปเยี่ยมเรื่องอะไรจึงบอกไปว่าเห็นร.อ.ธรรมนัสเข้าโรงพยาบาลเพราะส่งรูปมาให้ดูเขาจึงชี้ไปที่ห้องพรรคกล้าธรรมที่อยู่ติดกับลิฟต์ชั้น2พอรู้ว่าร.อ.ธรรมนัสอยู่ในห้องพรรคกล้าธรรมตนเลยเดินเข้าไปเห็นเขาเป่าเค้กของน.ส.สุภานันท์ โดยมีน.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ นายอัครา พรหมเผ่า สส.พะเยาและนายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา อยู่ครบเป่าเค้กกันอยู่ก็เข้าไปจอยเท่านั้นเองไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลย ถ้ามีอะไรหลบซ่อนคงไม่ไปยืนถ่ายภาพ คนร่วมถ่ายกันเป็น100 คน
เลี่ยงมองเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
เมื่อถามว่าภาพดังกล่าวพรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายปล่อยออกมาหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า ตนเข้าไปเพียงสองคนกับนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทยไม่จำเป็นต้องไปหลบๆซ่อนๆอะไรคนรู้จักกันทั้งนั้นตนถึงบอกว่าหน้าที่ฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลฝ่ายอะไรก็แล้วแต่นั่นคือหน้าที่ แต่เรื่องความสัมพันธ์ฉันเพื่อนฉันมิตรยังมีอยู่ เขาไปก็มีแค่นั้นเมื่อภาพออกมาจะให้อธิบายอย่างไรไม่มีเรื่องใดๆที่เกี่ยวข้องกับการเมืองเข้าไปร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์เสร็จก็อวยพรตามธรรมเนียมแล้วก็แยกย้าย
เมื่อถามว่ามิตรภาพที่มีกับพรรคกล้าธรรมเช่นนี้มองพรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายไหน นายอนุทินกล่าวว่าตนกับพรรคกล้าธรรมแกนหลักและสมาชิกหลายคนรู้จักกันเมื่อถามย้ำว่าในสภาฯมีสองฝ่าย คือ ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านมองพรรคกล้าธรรมอยู่ฝ่ายไหนนายกฯตอบว่าทุกวันนี้เขาอยู่ในรัฐบาลหรือไม่ ตนต้องมองเขาเป็นฝ่ายไหนก็มองเขาเป็น สส.คอยทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ให้ประชาชนที่เลือกพวกเขาเข้ามาทำหน้าที่
ลั่นไม่ปรับ“ศุภจี”เป็นเสาหลักรบ.
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวหากพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลจะได้ดูแลกระทรวงพาณิชย์จะให้ความมั่นใจกับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ”ถ้าจะเปลี่ยน ศุภจี เปลี่ยน อนุทินจะได้ไม่ต้องถามอีก พูดแบบนี้ไม่ดีเลย ผมเคยเป็นรมช.มาก่อน ไม่ว่าจะเข้มแข็งอะไรขนาดไหน ถ้าเกิดอยู่ดีๆสื่อบอกคนนี้โดนแน่ ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่
“ท่านศุภจีถือว่าเป็นบุคลากรหลัก เป็นเสาหนึ่งเสาของรัฐบาลของผม ผมไปขอร้องให้ท่านช่วยงานผมตั้งแต่ หนู 1 และขอร้องให้ท่านมาดำรงตำแหน่ง รองนายกฯควบรมว.พาณิชย์ ในรัฐบาล หนู 2 ขอร้องให้ท่านดูแลด้านการตลาดด้านพาณิชย์ เศรษฐกิจ อุตสาหกรรมของประเทศ ท่านไม่ได้มา ขอผมอยู่เป็นรัฐมนตรี ผมเป็นขอให้ท่านมาเป็นรัฐมนตรีเพราะฉะนั้นถ้าเปลี่ยนคุณศุภจีก็คือต้องเปลี่ยนนายกฯ”
เมื่อถามว่าหมายความว่าเรื่องนี้เป็นเฟกนิวส์ใช่หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่าไม่ต้องตอบแล้วที่ตนตอบไปตรงนี้จบแล้วเมื่อถามว่านางศุภจีได้มาถามอะไรหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า รุ่นใหญ่เขาไม่ถาม เขามั่นใจตัวเอง เมื่อถามอีกว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่มี
พร้อมหั่นเวลาให้ฝ่ายค้านมากสุด
นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวถึงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ว่า การประสานเรื่องวันยังไม่จบและกำลังหารือเรื่องเวลากันอยู่ หากฝ่ายค้านต้องการเวลามาก คณะรัฐมนตรีก็ยินดียกเวลาของฝั่งรัฐมนตรีให้เพื่อให้ฝ่ายค้านได้ใช้เวลามากที่สุด เพราะตนได้กำชับรัฐมนตรีทุกคนว่าการชี้แจงต้องกระชับ ชัดเจน ไม่พูดน้ำท่วมทุ่ง จึงไม่ได้เป็นการไม่ให้เกียรติสภาตามที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุ
“ต้องไม่มาพูดกระแนะกระแหนหรือพูดแดกดันแบบนี้ เราสร้างวัฒนธรรมแบบนี้ไม่ดี เราทุกคนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง มีอดีตอันยิ่งใหญ่ ก็ควรเก็บอดีตอันยิ่งใหญ่ให้คนจดจำ และเอาแบบอย่าง ทุกวันนี้พอพูดปุ๊บต้องมีวกมีแว้งมีแซะ เยาวชนคนรุ่นหลังดู เราก็ไม่อยากให้ประเทศของเรามีวัฒนธรรมแบบนี้ แต่อยากให้พูดทุกอย่างด้วยความสร้างสรรค์ เราให้ความร่วมมือทุกอย่างแล้ว” อนุทินกล่าว
‘เท้ง’ย้ำอภิปราย18รมต.เวลาต้องเหมาะสม
เมื่อเวลา10.00น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป) 3 ฝ่ายเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ในการวางกรอบวันและเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่าการเจรจายังไม่ลงตัว น่าจะมาคุยต่อวันนี้ คิดว่าสิ่งสำคัญที่ไม่ลงตัวคงเป็นเรื่องของเวลาที่จะได้รับในการอภิปรายเป็นหลักเข้าใจว่านายกฯและฝั่งรัฐบาล น่าจะมีภารกิจแต่เชื่อว่าการจัดตารางงานของนายกฯหรือฝั่งคณะรัฐมนตรี น่าจะพอยืดหยุ่นหรือปรับเปลี่ยนได้จึงอยากให้การประชุมวิปร่วมวันนี้ได้ข้อสรุปถึงการจัดสรรเวลาหรือวันที่ที่จะใช้ในการอภิปรายและควรยืนหลักไว้ก่อนว่าสิ่งที่เราต้องทำหน้าที่ร่วมกันในสภาคือเวทีซักฟอกซึ่งรัฐบาลควรให้เวลาฝ่ายค้านอย่างเหมาะสมและเพียงพอ
ไม่ขัดถอยออกไป1-2สัปดาห์ช่วงพ.ย.
เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันใน5วัน ซึ่งอาจจะไม่ใช่ช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ แต่เป็นเดือนพ.ย.ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านพร้อมตลอดเวลา ส่วนจะเข้าช่วงไหนก็ต้องดูตามตารางงานของฝ่ายบริหารด้วย พวกเราก็พร้อมยืดหยุ่น ปรับเลื่อนไป 1-2 สัปดาห์ ไม่ใช่ประเด็นไปอย่างใด เพราะสาระสำคัญคือเวทีอภิปราย ต้องให้เวลาฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ เพราะ 1 ปีสมัยประชุมยื่นได้ 1 ครั้ง และตนมีข้อกังวลอีกอย่างคือถ้ารัฐบาลพยายามเร่งรีบ บอกว่าต้องเป็นภายในช่วงสิ้นเดือนนี้ โดยอ้างว่าต้นเดือนพ.ย.นายกฯและคณะรัฐมนตรีมีภารกิจ จริงๆแล้วก็สามารถขยับได้
หวั่นจัดคิวลามชนเวทีงบฯปี71
“ต้องดูว่ากรอบปฏิทินงบประมาณปี2571ที่ผ่านคณะรัฐมนตรีออกมาแล้วโดยสำนักงบประมาณได้ทำตารางปฏิทินออกมาแล้วว่า ปลายเดือนตุลาคมจะมีกระบวนการที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษในปีงบประมาณนี้คือก่อนจัดทำคำของบประมาณ ฝ่ายบริหารจะต้องจัดเวทีที่สภาเพื่อรับฟังเสียงสภาฯว่าในงบฯปี 71 ผู้แทนแต่ละคนมีข้อคิดเห็นอย่างไร ก่อนที่แต่ละหน่วยงานจะส่งคำขอเข้ามา ดังนั้น ถ้าจะมาบีบกรอบอภิปรายของฝ่ายค้าน โดยอ้างภารกิจต้นเดือน ให้เราทำในปลายเดือนต.ค.นี้ จะทำให้ 2 เวทีคือ การอภิปราย และการพิจารณางบฯปี 71 มาชนกันหรือไม่ ดังนั้น รัฐบาลต้องมีความชัดเจน”ผู้นำฝ่ายค้านฯย้ำ
‘โรม’ซัด‘รบ.หนู’บีบเวลาซักฟอก
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจและการประชุมวิป3ฝ่าย ในการเคาะกรอบเวลาว่า ใกล้แล้วและวันนี้จะมีการประชุมกันเราคงได้เห็นความพยายามของฝ่ายรัฐบาล ในการบีบเวลาฝ่ายค้านและบีบให้ฝ่ายค้านไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น เรื่องธีม ไม่ต้องห่วงก็จะทันต่อสถานการณ์ ไม่ต้องรีบเพราะเรายังคงมีเวลาในเรื่องนี้
จวกมาตรฐานแย่กว่า’ยุคบิ๊กตู่‘
เมื่อถามถึงที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯระบุว่าสามารถเลื่อนไปช่วงต้นเดือนพ.ย.ได้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จริงๆแล้วเรายืนยันมาแต่ต้นว่าควรจะเป็น 5วันเพราะรัฐมนตรีที่เราจะอภิปรายเยอะตั้ง 18 คน ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีในยุคพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯภิปรายตั้ง 11 คน เราได้เวลาอย่างน้อย 4วัน ตอนนี้ให้เวลาเรา 3 วัน ตนไม่รู้ว่าเอาอะไรคิด ตนไม่นึกเลยว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯจะมีมาตรฐานที่แย่กว่า ผู้นำที่มีที่มามาจากการรัฐประหารด้วยซ้ำ วันนี้ต้องกลับมาตั้งคำถามว่าทำไมถึงพยายามบีบเวลาให้เวลาฝ่ายค้านน้อย
ยืนจ้อ5วันลั่นอย่ามาบีบบังคับสภา
นายรังสิมันต์ย้ำว่า ไม่ใช่แค่นั้นจะมานัดประชุมวันนี้บีบเอา 3วันแล้วเอาสัปดาห์หน้าเลย ทำแบบนี้อ้าปากมาก็เห็นลิ้นไก่แล้วว่ามีความพยายามทำให้ฝ่ายค้าน ไม่สามารถอภิปรายเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นเรายืนเวลา 5 วัน หากจะมีการปรับหลังจากนี้เป็นไปไม่ได้ที่เราจะสามารถพลิก ดีดนิ้ว เคลียร์ทุกอย่างได้ เราต้องไปบริหารใหม่ เราต้องคุยกับฝ่ายค้านและพรรคร่วมใหม่ ทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่ซึ่งเราใช้เวลา
“สส.ของพรรคภูมิใจไทยอาจจะลืมไปว่าตัวเอง ไม่ใช่แค่สส.รัฐบาลแต่เป็น สส.ที่ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องเคารพญัตติของฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น ต้องให้ความเคารพกันแบบนี้ และคุยกันให้เข้าใจก่อน ไม่ใช่อยู่ ๆ จะมาบังคับเอาความสะดวกของฝ่ายบริหาร มากำหนดเรื่องการตรวจสอบของฝ่ายค้าน หรือในสภาฯ” นายรังสิมันต์ย้ำ
ถกวิป3ฝ่ายล่มอีกฝ่ายค้านวอร์คเอาท์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา14.00น.ที่รัฐสภา ได้มีการคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎรวาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นครั้งที่ 2 หลังจากเมื่อวันยังไม่สามารถตกลงกรอบวันอภิปรายได้ โดยมีมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนคนที่ 1 เป็นประธานการประชุมพร้อมตัวแทนวิปทั้ง3ฝ่ายอย่างพร้อมเพรียง
จากนั้นระหว่างการประชุมวิป 3ฝ่าย ปรากฏว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ เดินวอล์กเอาต์ออกจากการประชุมเหตุไม่สามารถตกลงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจได้โดยฝ่ายรัฐบาลยืนยันให้เวลา 3วันตามเดิม
“พริษฐ์”แจงวอล์กเอาท์วงวิป3ฝ่าย
ต่อมา เวลา 15.00น.ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่วอล์คเอาท์จากการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎรวาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลว่าที่ประชุมไม่มีข้อสรุปและตนต้องย้ำว่าต้นตอของการพยายามลดต้นตอของปัญหา ในการพยายามหาทางออกเรื่องนี้ เริ่มมาจากทัศนคติของรัฐบาล ที่มองว่าสภาฯ เป็นสาขาของรัฐบาล ตนเช็คกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลายครั้งไม่เคยมีครั้งไหนที่อยู่ดีๆคณะรัฐมนตรี(ครม.) ก็ออกหนังสือเป็นมติครม.ส่งมาที่สภาฯ ก่อนมีการหารือร่วมกันของวิป3ฝ่าย แล้วมากำหนดว่าครม.พร้อมเฉพาะวันนั้นหรือวันนี้และพยายามบีบสภาฯ โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่เป็นผู้เสนอญัตติ ให้อยู่ภายใต้กรอบเวลาดังกล่าว หากเรามองภาพที่ใหญ่กว่าการหารือเรื่องดังกล่าว ตนเชื่อว่าทุกคนจะเห็นถึงความพยายามของรัฐบาล ในช่วงที่ไม่กี่วันที่ผ่านมาที่พยายามเข้ามาแทรกแซงและทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุลของสภาฯมาโดยตลอด
นายพริษฐ์กล่าวว่านี่เป็นสิ่งที่เราเห็นถึงการทำงานของรัฐบาลที่เป็นระบบ ที่พยายามเข้ามาทำลายกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบ ตนย้ำว่าที่ผ่านมา เราได้มีการแจ้งไปตลอดว่าสิ่งที่พรรคฝ่ายค้านเราให้ความสำคัญมากที่สุด เกี่ยวกับการทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ คือการจัดสรรวันและเวลาที่เพียงพอให้ทั้งฝ่ายค้านทำหน้าที่เสนอข้อกล่าวหาและฝ่ายครม.ทำหน้าที่ชี้แจง เราก็พร้อมที่ขยับเวลาออกไปขอเพียงแค่มีการจัดสรรวันและเวลาที่เพียงพอในการทำหน้าที่ตรงนี้เมื่อวานเราก็ย้ำข้อเสนอตรงนี้อีกว่าหากสมมติจำเป็นที่จะต้องขยับออกไป เพื่อให้มีวันและเวลาเพียงพอสำหรับทั้ง 2 ฝ่ายในการทำหน้าที่เราก็ยินดี
“แต่มาจนถึงวันนี้ ฝ่ายรัฐบาลก็ยังไม่มีข้อเสนออะไรที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ ยังคงพยายามที่จะยืนยันว่าจะต้องอภิปรายสัปดาห์หน้าและยืนยันว่าจะไม่ให้เวลาเรา 5 วันหรือจำนวนชั่วโมงที่เพียงพอในการทำหน้าที่ พอเป็นแบบนี้ก็ไม่มีข้อสรุป”นายพริษฐ์ กล่าว
ฝากแจ้งกลับครม.ไม่มีข้อสรุป
เมื่อถามว่าหมายความว่าสมัยประชุมนี้จะไม่มีการอภิปรายใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนเสนอไปก่อนที่จะเดินออกมาว่าให้น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนฯคนที่1ในฐานะที่เป็นประธานที่ประชุมทำหนังสือกลับไปที่ครม.ว่าทั้ง2ฝ่าย ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ ในช่วงเวลา 3 วันที่ครม.เสนอมา และทำหนังสือถามไปยังครม.เพื่อให้พิจารณาหาวันที่เหลืออยู่ ในสมัยประชุมนี้คือเดือนพ.ย.และธ.ค.ให้ทั้ง2ฝ่าย เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในช่วงเวลาใหม่ที่ครม.เสนอมา แต่ทางรองประธานสภาฯไม่ได้รับปาก แม้กระทั่งจะทำแค่นี้ทางเราก็ไม่มีทางเลือก
จองคิวเหลือเวลาเดือนพย.-ธ.ค.
เมื่อถามย้ำว่าหากครม.ตั้งธงว่าจะอภิปรายในช่วงเวลาเดิม หากฝ่ายค้านไม่ได้ในช่วงเวลานี้ หมายความว่าจะไม่มีการอภิปรายแล้วใช่หรือไม่นายพริษฐ์ กล่าวว่า“เราก็ต้องตั้งคำถาม และผมถามสื่อก็ได้ว่าจะเป็นไปได้จริงหรือครับ เราเหลือเวลาเดือนพ.ย.และเดือนธ.ค.จะเป็นไปได้จริงหรือที่ไม่มีช่วงเวลาไหนอีกเลยที่รัฐบาลจะทำหน้าที่ในการชี้แจงข้อกล่าวหาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้ครับ”
บี้ให้ครม.เสนอช่วงเวลาใหม่
เมื่อถามว่าหากไม่มีเวทีอภิปรายในสภาฯเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีการจัดอภิปรายไว้วางใจนอกสถานที่นายพริษฐ์ กล่าวว่าในขั้นตอนนี้ตนเสนอหากรองประธานสภาฯคนที่1ไม่ทำ ตนขอเสนอผ่านสื่อไปยังประธานสภาฯ ให้ทำหนังสือกลับไปที่ครม.ว่าวิป3ฝ่ายได้หารือกันแล้วแต่ไม่ได้ข้อสรุป ตามช่วงเวลา 27-29 ต.ค. ที่ครม.เสนอมา และขอให้ครม. เสนอช่วงเวลาใหม่ตอบกลับมาภายในสมัยประชุมนี้ ซึ่งในสมัยประชุมนี้ครม. ยังมีเวลาเหลือ 2 เดือน ตนคิดว่าเป็นข้อเสนอและเป็นการดำเนินการขั้นต่ำที่ประธานสภาฯ สามารถทำได้ตามหน้าที่ของตนเองเพื่อหาทางออกให้กับเรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจของประธาน แต่ตนคิดว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญก็เขียนชัดว่าประธานต้องวางตัวเป็นกลาง และตนมีความเห็นว่า หากวางตัวเป็นกลางจริงก็ควรนำเสนอข้อเท็จจริง ตามที่เกิดขึ้นกลับไปยังครม.ว่าวิปไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้จึงไม่สามารถดำเนินการในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำหนดมาในสัปดาห์หน้าได้ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องให้ครม.หาวันใหม่ เพื่อมาเจรจาหาข้อสรุปร่วมกันได้อีกครั้ง
ซัดบีบพื้นที่ฝ่ายค้านตรวจสอบ
เมื่อถามว่าได้มีการคิดแผนสำรองไว้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่าก็ต้องถามกลับไปว่าทำไมเป็นไปไม่ได้ ตนชวนคิดในเชิงตรรกะว่าหากพวกตนยื่นญัตติวันนี้ ทางครม.จะตอบมาจริงๆหรือว่าเดือนพ.ย.และธ.ค.ไม่มีวันว่างเลย ฉะนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ และเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญด้วย
เมื่อถามว่ามองว่าเป็นการพยายามที่จะทำให้ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นหนึ่งในความพยายามบีบ พื้นที่ของฝ่ายค้านและสภาฯในการตรวจสอบรัฐบาล
ขอซักฟอก7-11พ.ย.-ครม.ยันไม่ว่าง
ด้าน นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าเราได้เสนอในที่ประชุมไปว่า หากปลายเดือนต.ค.รัฐบาลไม่ว่างก็ให้เป็นวันที่ 7-11พ.ย.ได้หรือไม่ ซึ่งครม.ก็ยืนยันว่าไม่ว่างเช่นเดียวกัน ตนรู้สึกแปลกใจเพราะครม.บอกว่าเพิ่งได้รับหนังสือและมีมติครม.ออกมา จริงๆการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจก็ทราบโดยทั่วกันอยู่แล้วในทางสังคม ถ้าจะมาบอกว่าทำไมฝ่ายค้านไม่ถอยเรื่องเวลา เราก็บอกไปแล้วว่า ถ้าสัปดาห์หน้า ไม่ได้ก็เป็นเดือนหน้าได้และเหมือนกับที่นายพริษฐ์บอกถ้ายื่นวันนี้เป็นวันแรกก็ต้องหาวันมาจะติดภารกิจตลอด คงเป็นไปไม่ได้จึงอยากบอกรัฐบาลว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเพราะมีการกล่าวหา ท่านมีหน้าที่ต้องมาตอบชี้แจงต่อสังคม
กางแผนซักฟอก5วันเต็ม60ชั่วโมง
เมื่อถามว่าการประชุมใหม่จะต้องคุยกันนอกรอบอีกหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเราทราบความต้องการทุกฝ่ายแล้วซึ่งท้ายสุดทุกฝ่ายก็ต้องหาทางออกร่วมกัน อาจไม่มีใครได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราก็พูดไปแล้วว่ามีการวางแผนการทำงาน 5 วันเต็ม 60 ชั่วโมงมาตลอดซึ่งอ้างอิงจากในอดีต ถ้าจะต้องบีบเนื้อหาเราให้ลดลง นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ก็พูดแล้วว่าก็ต้องไปดำเนินการจัดระเบียบเนื้อหาใหม่ เพื่อไม่ให้สูญเสียสาระสำคัญที่เตรียมไว้ในการซักฟอกรัฐมนตรีทั้ง 18 คน แต่สิ่งที่ต้องการตอนนี้คือให้ประธานสภาฯ ส่งหนังสือไปหาครม.ว่ามีช่วงวันอื่นไหนบ้างที่จะเป็นไปได้ ทางเราจะได้มาหาข้อสรุปร่วมกันอีกครั้ง
ปธ.วิปรัฐบาลผิดหวังฝ่ายค้าน
เวลา15.50น.ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทยในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมวิป3ฝ่าย(นัดที่2)เพื่อตกลงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางฝ่ายค้านวอล์กเอ้าต์ก่อนเวลาเนื่องจากตกลงกันไม่ได้ว่า ค่อนข้างผิดหวังต่อการทำหน้าที่ฝ่ายค้านวานนี้(21ต.ค.)เป็นครั้งแรกที่มาพูดคุยกัน ต่างฝ่ายต่างก็ควรที่จะไปทำการบ้าน หากเห็นว่าเอาประโยชน์ของสภาฯหรือการทำหน้าที่ที่ตั้งใจที่จะพิจารณาอภิปรายไม่ไว้วางใจจริงๆควรที่จะหาวิธีการที่จะมาเจอกันตรงกลาง เพื่อเดินหน้าไปสู่การทำหน้าที่ได้ พวกเราต้องการที่จะหาทางออกทั้งฝ่ายค้าน และคณะรัฐมนตรีแต่พูดคุยยังไม่ทันจบ ฝ่ายค้านก็วอล์กเอ้าต์เพราะไม่ได้ตามที่เรียกร้องมาคืออภิปราย 5 วันแต่ครม.ตอบกลับมายังสภาฯแล้วว่าสะดวกที่จะมาชี้แจงช่วงวันที่ 27-29 ต.ค.แต่จากการพูดคุยครั้งแรก 3 วันน้อยไป ทางรองประธานสภาฯ คนที่1 ได้แนะนำให้ฝ่ายครม.กลับไปหารือมาใหม่ จึงได้คำตอบคืออภิปราย 4 วัน และลงมติอีก 1วัน รวมเป็น5วัน เริ่มอภิปรายตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพฤหัสและลงมติวันศุกร์ ถือเป็นการขยายเวลาให้ฝ่ายค้าน
ยอมขยับเพิ่มเวลาอภิปรายเป็น4+1
“เมื่อวานนี้บอกว่า ทางรัฐบาลปิดปากฝ่ายค้าน ใจแคบ ไม่ให้เวลาฝ่ายค้าน หากถอยกันคนละคนละหน่อย เชื่อว่ามันเดินไปได้ ต้องขอบคุณครม. ที่เพิ่มเวลาหาทางออกให้สภาฯ แต่อาจยังไม่เป็นที่พอใจของฝ่ายค้านอีก สิ่งที่ฝ่ายค้านเรียกร้อง หากจะอภิปราย4วันเขาขอไม่อภิปรายในสัปดาห์หน้า แต่ขอเป็นวันอื่นช่วงเดือยพ.ย. ทางวิปรัฐบาล และครม.ก็ไปทำการบ้านมาให้ว่าจะมีวันอื่นๆได้หรือไม่ แต่ครั้งนี้เป็นการอภิปรายรัฐมนตรี18ท่าน การจะให้ ครม.18คนอยู่พร้อมกันเป็นระยะเวลา5วันและลงมติอีก1วัน รวมเป็น6วัน โดยที่ไม่ไปไหนมันเป็นเรื่องยาก ฝ่ายค้านเองก็ทราบว่าทำได้ยาก ดังนั้นในเดือนพ.ย.ที่เราไปดูมาแล้ว มันไม่สามารถหาวันที่เหมาะสมที่จะทำตามที่ฝ่ายค้านต้องการได้ จึงเพิ่มเวลาจาก3วันเป็น4วัน” ประธานวิปรัฐบาล กล่าว
เคาะให้ฝ่ายค้านซักฟอก48ชม.
นายกรวีร์กล่าวต่อว่าสำหรับตัวเลขกรอบเวลา หากมีการอภิปรายตามที่ทางฝ่ายรัฐบาล และครม.เสนอไป 4วัน และลงมติอีก1วันรวมทั้งหมดจะอยู่ที่63ชั่วโมง 30 นาที ฝ่ายค้านบอกว่ารัฐบาลใจแคบ แต่เวลาที่ฝ่ายค้านจะได้คือ45-48ชั่วโมง ส่วนที่เหลือครม.จะใช้ในการชี้แจง หากย้อนกลับไปดูสถิติตั้งแต่ยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯในปี2563 อภิปราย 3วันครึ่ง ฝ่ายค้านใช้เวลา 33ชั่วโมง ปี 64 อภิปราย4วัน ฝ่ายค้านใช้เวลา 38ชั่วโมง52นาที ปี64ครั้งที่2 อภิปราย4วัน ฝ่ายค้านใช้เวลา37ชั่วโมง41นาทีและครั้งสุดท้ายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ อภิปราย4วัน ฝ่ายค้านใช้เวลา43ชั่วโมง40นาที ดังนั้นรัฐบาลนี้เตรียมเวลาให้ฝ่ายค้านอภิปรายมากกว่าทุกครั้ง ตั้งแต่มีการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญและกติกาใหม่ ถามว่าใจแคบตรงไหน หากเวลาแบบนี้ยังไม่เพียงพอในการตรวจสอบรัฐบาล หากพิจารณาด้วยเหตุผลจะเห็นความตั้งใจจริงๆว่ารัฐบาลพยายามหาทางออกร่วมกันอย่างเหมาะสมเพื่อให้เดินหน้าต่อไป เชื่อว่าหากประชาชนเห็นตัวเลข ก็พอจะเห็นภาพว่าเราไม่ได้ปิดกั้น ไม่เตะถ่วง ไม่ได้ปิดปาก หรือใจแคบกับฝ่ายค้าน ทั้งนี้ตัวเลขสถิติทั้งหมดที่ตนยกมาฝ่ายค้านวอล์กเอ้าต์ไปก่อนที่จะเห็น
สมัยนี้มีศึกซักฟอกแน่นอน
เมื่อถามว่าการประชุมวิป3ฝ่ายล่มมา2ครั้งแล้ว ในสมัยประชุมนี้จะได้เห็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ฝ่ายค้านยื่นญัตติเข้ามาก็ต้องพร้อมอภิปรายตั้งแต่ที่ยื่นญัตติเข้ามาแล้ว แต่กรอบเวลา เงื่อนไขมีแบบนี้ คงต้องถามฝ่ายค้านว่าพร้อมทำหน้าที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือยัง ส่วนเหตุผลฝ่ายค้านที่หากยืนอภิปราย4วัน จะขอเป็นช่วงเดือนพ.ย.นั้น ฝ่ายค้านเตรียมข้อมูลไว้ เพราะคิดว่าจะได้เวลาในการอภิปราย5วัน รวม60ชั่วโมง โดยคำนวณตามเวลาที่เคยอภิปรายรัฐมนตรีในยุคพล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้รัฐมนตรีเพิ่มขึ้น ก็ควรได้เวลาเพิ่มขึ้นเป็น60ชั่วโมง ตนต้องถามกลับว่าหากเป็นแบบนี้ ถ้าอภิปรายครม.ทั้งคณะ เราต้องอภิปรายกัน10วัน10คืนหรือไม่ มันไม่ใช่เหตุผล เชื่อว่าหากมีกรอบเวลาที่ชัด ฝ่ายค้านก็ต้องพร้อมอภิปราย แต่ทำไมถึงไม่เป็นสัปดาห์หน้า ตนไม่ก้าวล่วง ต้องถามฝ่ายค้าน
เมื่อถามย้ำว่า หากไม่ได้อภิปรายสัปดาห์ก็จะไม่ได้อภิปรายแล้วใช่หรือไม่ หากฝ่ายค้านไม่เลือก นายกรวีร์ กล่าวว่า เราพยายามหาเวลาช่วงเดือนพ.ย. เนื่องจากเดือนธ.ค.มีพระราชพิธี แต่หาวันที่จะลงติดต่อกัน4-6วันไม่ได้จริงๆ ส่วนที่มีการเสนอเป็นช่วงวันที่7-11พ.ย.นี้ได้หรือไม่นั้น ตนไม่แน่ใจ ต้องถามทางครม. แต่หลังจากสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป จะมีครม.สัญจร นายกฯเดินทางไปต่างประเทศ รัฐมนตรีบางรายเดินทางไปประชุมต่างประเทศ จึงเป็นเรื่องยากที่รัฐมนตรีจะมาชี้แจงพร้อมกันทั้ง18ราย
ชี้คุยรอบ3มีหรือไม่ต้องถาม‘ฝ่ายค้าน
เมื่อถามว่าจะได้มีการหารือครั้งที่3หรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ต้องถามทางฝ่ายค้าน รัฐบาลถอยจนไม่รู้จะถอยยังไง เราไม่มีเวลามากกว่าในช่วงสัปดาห์หน้านี้แล้ว หากจะอภิปรายสัปดาห์หน้า5วันก็ไม่ได้ เนื่องจากวันเสาร์นายกฯติดภารกิจต่างประเทศ ถ้าจะไปกรอบอื่น เราก็ทำอย่างเต็มที่แล้ว
เมื่อถามว่าน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช รองประธานสภาฯ คนที่1ได้กำชับอะไรบ้างในที่ประชุมนายกรวีร์ กล่าวว่าน.ส.มัลลิกาเป็นคนช่วยหาทางออก ซึ่งมี สส.ท่านหนึ่งเสนอให้เพิ่มวันอภิปรายอีก1วันน.ส.มัลลิกาก็ได้บอกนายภราดรให้ไปแจ้งรัฐมนตรีให้เพิ่มวันเพื่อให้จบก็ต้องให้เครดิตท่านมัลลิกา และนายภราดรก็ได้ไปเจรจามาเพิ่มอีก1วันถือเป็นทางเลือกใหม่ซึ่งก็น่าเสียดาย
“ขอให้ฝ่ายค้านกรุณาทบทวน ถ้าเราเอาผลประโยชน์ของงานในสภามาเป็นตัวตั้งด้วยกัน เอาผลประโยชน์ของการทำงานตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล ผมคิดว่าเราถอยกันคนละก้าว มันหาทางไปด้วยกันได้” ประธานวิปรัฐบาล กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


