เยียวยาพ่นพิษ ปชป.จ่อฟ้องศาลฯ บังคับให้รัฐจ่ายเต็ม

กรมอุตุฯเตือนภาคใต้ฝนหนักถึง 28 ตุลาคมนี้ ส่วนประเทศไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ด้านอธิบดีกรมชลฯ ลงพื้นที่ภาคใต้ รับมือน้ำท่วม ขณะที่ ปภ.โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้วกว่า 8,953 ล้านบาท ใน 54 จังหวัด ด้านพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมฟ้องศาลฯ เอาผิด กทม.หน่วยงานรัฐ ละเลย ทำน้ำท่วม บังคับเยียวยาเต็มจำนวนที่เสียหาย ส่วน จ.สตูลปักธงเหลือง 2 อำเภอ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 25-28 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 4 (276/2569) ระบุว่า ช่วงวันที่ 25–28 ตุลาคม 2569 บริเวณภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้
ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน
ส่วนช่วงวันที่ 25–27 ตุลาคม 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบน จะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนัก รวมทั้งฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกทม.และปริมณฑล และภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น
ทะเลอันดามันคลื่นสูง2เมตร
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง
เตือนภาคใต้ฝนหนักถึง28ต.ค.
ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีประกาศฉบับที่ 4 (24/2569)เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก(มีผลกระทบวันที่ 25-28 ตุลาคม 2569 โดยช่วงวันที่ 25-28 ตุลาคม 2569 บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนหรือฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณ จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส ขอให้ประชาชนระวังอันตรายที่เกิดจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้พื้นที่เสี่ยงภัยเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ ทั้งนี้ เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทย บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
เฝ้าระวังพื้นที่ต้นน้ำในสงขลา
รายงานจากสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 8 ระบุว่า สถานการณ์ลุ่มน้ำหลักในจังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ยกเว้นลุ่มน้ำคลองเทพาที่มีระดับน้ำอยู่ที่ 68% โดยหน่วยงานได้แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังผลกระทบในพื้นที่ต้นน้ำ อ.สะบ้าย้อยและ อ.เทพา จ.สงขลา อย่างใกล้ชิด
รายงานจากโครงการชลประทานสงขลา แจ้งว่าได้ดำเนินงานตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน กำหนดจุดเสี่ยงเฝ้าระวัง 22 จุด และเตรียมเครื่องจักรกลและเครื่องมือ 488 หน่วย ประกอบด้วย เครื่องสูบน้ำ 42 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 3 เครื่อง และสถานีสูบน้ำไฟฟ้า 9 แห่ง พร้อมระบุว่าการดำเนินโครงการขุดลอกคลองสายสำคัญ ได้แก่ คลอง ร.1 และคลองอู่ตะเภา ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 100% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่
กำหนด4เขตช่วยผู้ประสบภัย
ส่วนการกำหนดพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย แบ่งภารกิจการกำกับดูแลออกเป็น 4 เขต ได้แก่ เขตเศรษฐกิจ, เขตสังคม, เขตกิจการพิเศษ และเขตความมั่นคง เพื่อกระจายความรับผิดชอบให้ชัดเจนและลดความซ้ำซ้อน สำหรับพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบ ได้แบ่ง 4 โซนปฏิบัติการ เตรียมศูนย์พักพิง 12 แห่ง ที่จอดรถสำรองมากกว่า 10 จุด และมีจุดจอดรถสำรอง 4 แห่ง
ผู้ว่าฯสงขลาร่วมเตรียมพร้อม
นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ.สงขลา เปิดเผยว่า ได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง เทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลโดยรอบ ร่วมกันเตรียมความพร้อมการทำงาน ทบทวนแผนแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการระบายน้ำ การเปิดปิดประตูระบายน้ำ เพื่อให้การทำงานคล่องตัวชัดเจน ทุกฝ่ายเข้าใจบทบาทหน้าที่เมื่อเผชิญสถานการณ์ การบูรณาทำงานให้มีความเป็นเอกภาพ
อธิบดีกรมชลฯลงพื้นที่ภาคใต้
ด้านนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบความพร้อมในการรับมือสถานการณ์อุทกภัยในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับปริมาณฝนและน้ำหลากในช่วงฤดูฝนที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ขุดลอกคลองและกำจัดวัชพืช ตลอดจนสิ่งกีดขวางทางน้ำในคลองระบายน้ำผ่านเมืองทั้ง 5 สาย โดยปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลและการระบายน้ำ ลดปัญหาการอุดตันของทางน้ำ และบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในเขตชุมชนเมือง นอกจากนี้ได้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์สนับสนุนการระบายน้ำ โดยเฉพาะ เครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำ เพื่อรองรับการปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย รวมทั้งเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ให้สามารถเข้าดำเนินการได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์
บริหารจัดการเชิงรุกก่อนเกิดภัย
อย่างไรก็ตาม ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก โดยยืนยันมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดภัย การเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ และการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชและพื้นที่ใกล้เคียง
อธิบดีปภ.ทยอยจ่ายเยียวยา
ขณะเดียวกัน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ได้ทยอยส่งข้อมูลผู้ประสบภัยที่ผ่านการรับรองจากจังหวัด และ กทม.ให้ธนาคารออมสิน เพื่อโอนเงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้โอนเงินให้แก่ประชาชนที่ผ่านการยืนยันรับรองจากจังหวัด และ กทม.แล้ว 54จังหวัด ได้แก่ กทม.กระบี่ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ เชียงราย เชียงใหม่ ตราด ตาก นครนายก นครปฐม นครพนม นครราชสีมา นครสวรรค์ นนทบุรี น่าน บุรีรัมย์ ปทุมธานี ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พะเยา พังงา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ระนอง ระยอง ราชบุรี ลพบุรี ลำปาง ศรีสะเกษ สตูล สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ หนองคาย อ่างทอง อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และอุบลราชธานี รวม 1,169,366 ครัวเรือน เป็นเงินทั้งสิ้น 8,953.286 ล้านบาท
ส่งข้อมูลผู้ประสบภัยให้ออมสิน
สำหรับวันเดียวกันนี้ ปภ.ได้ส่งข้อมูลผู้ประสบภัยให้ธนาคารออมสิน เพื่อโอนเงินช่วยเหลือเยียวยา 2,006 ครัวเรือนใน 2 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรีและสุพรรณบุรี รวมเป็นเงิน 15.142 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินจะทยอยโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนและได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) กับเลขประจำตัวประชาชนแล้ว ตั้งแต่เวลา 11.00 น.เป็นต้นไป
เผยยังมีน้ำท่วมใน17จังหวัด
นายนิรัตน์ กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยใน17 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และตรัง รวมถึงกทม.รวม 56 อำเภอ 385 ตำบล 2,756 หมู่บ้าน 336,668 ครัวเรือน 1,017,515 คน
ปชป.จ่อฟ้องหน่วยงานรัฐ
อีกด้านหนึ่ง นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงทิศทางการดำเนินงานต่อปัญหาน้ำท่วมใน กทม.ว่าพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อเอาผิดหน่วยงานรัฐที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ จนก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมกทม.ไม่ได้เกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติหรือฝนตกหนักเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการบริหารจัดการที่บกพร่อง และไม่มีประสิทธิภาพของภาครัฐ ทั้งเรื่องการไม่พร่องน้ำล่วงหน้าอย่างเต็มขีดความสามารถ การปล่อยให้เครื่องสูบน้ำชำรุด การแจ้งเตือนภัยล่าช้า ปัญหาผังเมือง ตลอดจนกรณีคลองคู้บอนที่หายไป ซึ่งรองผู้ว่าฯ กทม.ก็ยอมรับเองว่าไม่ได้แจ้งเตือนประชาชนอย่างจริงจัง แต่นั่นเป็นเพียงคำขอโทษที่ไม่สามารถชดเชยความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้ว
ชี้เยียวยาไม่สอดคล้องความจริง
นายพงศกร กล่าวอีกว่า มาตรการเยียวยาของภาครัฐไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ประชาชนต้องเผชิญความเสียหายต่อบ้านเรือน ยานพาหนะ และทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่าหลักแสนบาท แต่กลับได้รับเงินเยียวยาจากรัฐเพียงหลักพันบาท เช่น ถ้าน้ำล้อมบ้านได้ 5,000 บาท ถ้าน้ำเข้าบ้านได้ 9,000 บาท ส่วนกรณีรถยนต์พังเสียหายกลับแทบไม่ได้รับเงินชดเชยใดๆ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องแบกรับภาระไปกู้หนี้ยืมสิน เพื่อมาซ่อมแซมทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของตนเอง แต่เป็นความประมาทเลินเล่อของรัฐ
เผยสร้างบรรทัดฐานทางกม.
นายพงศกร กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้พรรคประชาธิปัตย์จึงมอบหมายให้ทีมกฎหมายเร่งจัดทำคำฟ้องเพื่อยื่นต่อศาลปกครอง เอาผิดกทม. , ปภ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในข้อหาละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานรัฐชดใช้ค่าเสียหาย และเยียวยาประชาชนอย่างเป็นธรรมสมเหตุสมผล สร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์เรียกร้องความยุติธรรมจากรัฐได้
ผู้ว่าฯสตูลให้เฝ้าระวังน้ำท่วม
ที่ จ.สตูล วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีฝนตกครอบคลุมทั้งจังหวัดต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา จนมวลน้ำสะสมส่งผลให้ระดับน้ำในคลองสายหลัก เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บางจุดระดับน้ำเริ่มเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือน แปลงเกษตร ซึ่งทาง ผวจ.สตูล ได้แจ้งเตือนประชาชนพื้นที่เสี่ยง ให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนสะสมที่อาจทำให้น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม จนถึงวันที่ 28 ตุลาคมนี้
2อำเภอปักธงเหลืองแจ้งเตือน
อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่ อ.เมืองและ อ.ควนโดน ได้ปักธงเหลือง เพื่อเป็นสัญญาณเตือนภัยให้ประชาชนเตรียมความพร้อมโดย อ.ควนโดนปักธงเหลืองบริเวณบ้านปันจอร์ต.ย่านซื่อ ส่วน อ.เมือง ปักธงเหลืองบริเวณคลองฉลุงต.ฉลุง และซอยเอวหัก ต.คลองขุด เพื่อส่งสัญญาณให้ชาวบ้านเร่งยกของขึ้นที่สูง พร้อมทั้งเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงและยานพาหนะไปไว้ในจุดที่ปลอดภัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

