ยศชนัน ปักหลักน่าน บัญชาการรับมือน้ำท่วม สั่งลุย 6 มาตรการช่วยประชาชน

วันนี้ (19 ส.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. เดินทางถึงจังหวัดน่าน ลงพื้นที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ป้องกันและแก้ไขปัญหา อุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มจังหวัดน่าน ร่วมกับนายเจเศรษฐ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เพื่อบัญชาการและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดน่าน และใกล้เคียง เมื่อเดินทางมาถึง ได้รับฟังรายงานสถานการณ์ล่าสุดจากผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และหน่วยราชการในพื้นที่
ซึ่งก่อนหน้าลงพื้นที่ ศ.ดร.ยศชนัน ได้สั่งการด่วนในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พะเยา และลำพูน เพื่อรับมือสภาวะน้ำท่วมฉับพลันอย่างเป็นรูปธรรม โดยกำหนด 8 มาตรการปฏิบัติการจริงที่ครอบคลุมแบบครบวงจร ตั้งแต่การเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าอย่างแม่นยำผ่านระบบ Cell Broadcast, การสแตนด์บายกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อพร้อมอพยพและส่งเสบียงทันที, การตั้งศูนย์บัญชาการและศูนย์พักพิงที่เน้นเข้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ไปจนถึงร่วมกับหน่วยงานกระทรวง อว. ในพื้นที่ เพื่อช่วยขนย้าย ทำความสะอาด และเร่งทำบัญชีจ่ายเงินเยียวยาทันทีหลังน้ำลด เพื่อให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติงานได้จริง สอดประสานกัน และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้รวดเร็วที่สุด

จากนั้น ได้ลงพื้นที่ อ.ปัว ทันที ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบภัยหนักที่สุดอีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน โดยลงพื้นที่ใน อ.ปัว ทั้งหมด 3 จุด จุดแรกคือบริเวณหน้าปั๊ม ปตท. อ.ปัว ซึ่งเป็นจุดที่ถนนขาดจากกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก จุดที่สอง คือพื้นที่ศูนย์อพยพ วัดปรางค์ อ.ปัว ซึ่งมีประชาชนผู้ประสบภัยอพยพพักพิงและรอการช่วยเหลือสนับสนุนจากภาครัฐ และอาสาสมัครจิตอาสาจากหน่วยงานต่างๆ
ระหว่างลงพื้นที่จุดที่สองนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้เดินพบปะเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมสั่งการให้นำรถบรรทุกน้ำมาฉีดล้างทำความสะอาดไล่ดินโคลนที่ไหลเข้าท่วมบ้านเรือน และให้เตรียมแผนซ่อมแซมฟื้นฟูทันทีหลังสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ตลอดจนได้มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ชุมชนปรางค์ นอกจากนี้ ยังได้แสดงความห่วงใยและให้ประชาชนเฝ้าระวังและรอฟังการแจ้งเตือนเรื่องระดับน้ำอย่างใกล้ชิด และย้ำอีกว่าหากคืนนี้มีฝนตกเพิ่มเติม ขอให้รีบอพยพออกจากบ้านเรือนไปยังพื้นที่ปลอดภัยทันที

ต่อมาได้เดินทางไปยังจุดที่สาม ณ ศูนย์บัญชาการส่วนหน้า ที่ว่าการอำเภอปัว เพื่อประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยรองนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า - ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast ล่วงหน้าอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนสถานการณ์รุนแรง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงมีเวลาเตรียมตัวและอพยพได้อย่างทันท่วงที

2. เร่งช่วยเหลือและอพยพประชาชน - เน้นย้ำเป้าหมายสูงสุดคือ “การรักษาชีวิตของทุกคน“ โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน พร้อมทั้งเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเร็วที่สุด
3. จัดเตรียมอาหารและน้ำดื่มสำหรับผู้ประสบภัย - สั่งการให้ตั้งโรงครัวตามจุดพักพิงต่างๆ ทั่วพื้นที่ประสบภัย โดย กองทัพบก (ทบ.) ตั้งโรงครัวพระราชทาน เตรียมอาหารและน้ำดื่ม จำนวน 2,000 ชุด องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน (อบจ.น่าน) เตรียมอาหารและน้ำดื่ม จำนวน 2,000 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

4. เฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง - สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและเฝ้าระวังระดับน้ำในจุดสำคัญต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากระดับน้ำมีแนวโน้มสูงขึ้น
5. เยียวยาผู้ประสบภัย - สั่งการให้เร่งดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ประสบภัยและครอบครัวผู้เสียชีวิต

6. เตรียมเครื่องจักรขนาดใหญ่ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย - สั่งการให้เตรียมเครื่องจักรขนาดใหญ่ อาทิ รถบรรทุกน้ำ รถตัก เพื่อฉีดล้างทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเครื่องจักรกลหนักสำหรับเคลียร์เส้นทางที่ถูกปิดกั้นจากดินโคลนและเศษซาก เพื่อเปิดเส้นทางสัญจรและพร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในกรณีจำเป็นอื่นๆ
สำหรับสถานการณ์น้ำในคืนนี้ มีจุดที่น่าเป็นห่วงคือ อ.ท่าวังผา และ อ.ภูเพียง โดยให้มีการแจ้งเตือน และอพยพคนออกจากพื้นที่ โดยรองนายกฯ จะอยู่บัญชาการตลอดคืน ส่วนทางอำเภอเมือง สั่งการให้มีการนำกระสอบทรายปิดจุดที่เป็นช่องว่าง และในส่วนที่เป็นจุดเปราะบางเช่นโรงพยาบาล ได้มีการเสริมการป้องกัน และเตรียมเครื่องปั่นไฟให้สามารถผลิตไฟฟ้าใช้ในโรงพยาบาลได้อย่างน้อย 3 วัน

ช่วงท้าย รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงประสบภัยในพื้นที่โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งให้เฝ้าระวังสถานการณ์และภัยที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เตรียมแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถดำเนินการเยียวยาและฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชนได้อย่างเร่งด่วนทันทีที่สถานการณ์คลี่คลาย ทั้งนี้ คณะของรองนายกฯ ยศชนัน จะพักค้างคืนที่จังหวัดน่าน เพื่อบัญชาการและคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง














