สส.ภูมิใจไทย ยันโซลาร์ภาคประชาชน ช่วยคนไทย ปัดเอื้อทุนใหญ่ แจงเกณฑ์ประกันคุ้มครองสิทธิ

‘สส.ภูมิใจไทย’ ยัน ‘โครงการโซลาร์ภาคประชาชน’ เพื่อคนไทย ไม่ใช่เอื้อ ‘ทุนใหญ่’ แจงเกณฑ์ประกันสร้างความมั่นใจ เปิดทางรายเล็ก–กลาง–ใหญ่ ชูเป้าลดภาระค่าไฟประชาชน
29 ตุลาคม 2569 เมื่อเวลา15.15 น. ที่รัฐสภา นายคงกฤช รามศักดิ์ สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวเรื่องโครงการโซลาร์ภาคประชาชนของรัฐบาล
โดยนายคงกฤช กล่าวว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามีผู้ไม่หวังดีพยายามบิดเบือนข้อมูลโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งต้องบอกตรงตรงว่าเป็นโครงการที่ดี และวัตถุประสงค์ของโครงการ คือ พยายามสนับสนุนให้ประชาชนหันมาติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งรัฐบาลมีการสนับสนุนเงิน 50,000 บาท และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถขายไฟคืนให้รัฐบาลได้ แต่ปรากฏข่าวบิดเบือนว่ารัฐบาลมีการล็อกสเปกผู้ติดตั้ง ซึ่งผู้ที่เวนเดอร์ลิสต์ (Vendor List )ที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมี 1,000 กว่าเจ้า มีทั้งขนาดเล็กกลาง ใหญ่ จึงไม่อยากให้ไปโฟกัสผู้ตั้ง เพราะโครงการนี้ประชาชนต้องเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด
นายคงกฤช กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุผลที่รัฐบาลต้องตั้งหลักเกณฑ์สำหรับผู้ติดตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้รับคุณภาพและศักยภาพในการติดตั้งแผงเพราะการจะทำให้ ประชาชนคืนทุนได้ภายใน 6-7 ปี ต้องมีแผงโซลาร์เซลล์ที่มีคุณภาพ และจำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงมหาดไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แต่ก็มีความพยายามบิดเบือนในส่วน
“ทุกคนทราบว่าแผงโซลาร์เซลล์มีประโยชน์ สามารถสร้างรายได้ ลดค่าครองชีพของประชาชนได้ ไม่มีรัฐบาลชุดไหน กล้าที่จะทำเหมือนกับรัฐบาลชุดนี้ เราพูดแล้วทำคือสโลแกนที่เราใช้มาเสมอ“ นายคงกฤช กล่าว
ด้านนายฤทธิรงค์ กล่าวว่า หลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมต้องกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะมาติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ต้องวางเงินประกัน (BG) 50,000 บาท และ วางเงินประกันเพิ่มอีก 10,000 บาท โดยยกตัวอย่างว่า หากมีบริษัทหนึ่งที่จดทะเบียนมาไม่นาน รับติดตั้งโซลาร์เซลล์เป็นพันหลังคาเรือน หากทำไม่ทันความเสียหายก็จะตกอยู่กับประชาชน ดังนั้นรัฐบาลจึงกำหนดมาตรการนี้ เพื่อให้บริษัทที่มีความพร้อม และหากบริษัทไหนมีความพร้อมจริง เขาก็ยินดีที่จะวางBG ซึ่งไม่ได้วางเป็นเงินแบบที่มีผู้ไม่หวังดีกล่าวอ้าง แต่เป็นธนาคารการตีให้ จะเป็นทรัพย์สินอะไรก็ได้ในบริษัทไปวางค้ำประกัน และการไฟฟ้าจะคืนเป็นเงินให้เมื่อติดตั้งเสร็จ
นายฤทธิรงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนเงินประกันเพิ่มอีก 10,000 บาท นั้นเพราะประชาชนมีภาระต้องจ่ายเงิน 90,000 บาท ตามที่รัฐบาลให้ทำสัญญา เงินกู้สินเชื่อ 7 ปี ดังนั้นเงินประกันส่วนนี้ เป็นการการันตีไม่ให้บริษัททอดทิ้งประชาชนในเวลา 7 ปี พร้อมยังตั้งข้อสังเกตว่า หากโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งเกิดการชำรุด เช่น ฟ้าผ่า หรือ ไฟไหม้ จะดีกว่าหรือไม่หากมีบริษัทที่มีความพร้อมคอยการันตีให้
เมื่อถามว่า จะไม่ใช่การเอื้อกลุ่มทุนใหญ่ใช่หรือไม่ นายฤทธิรงค์ กล่าวว่า เวนเดอร์ลิสต์ มีทั้งบริษัทเล็ก กลาง ใหญ่ ต้องดูตามศักยภาพของแต่ละบริษัท หากเป็นบริษัทเล็กก็อาจจะติดตั้งได้แค่ 10 หลังคาเรือน
เมื่อถามว่า จะสามารถดำเนินการติดตั้งได้ถึง 1 ล้านหลังคาเรือน ตามเป้าหรือไม่ นายฤทธิรงค์ กล่าวว่า มีโอกาสที่จะถึง เพราะเชื่อว่าประชาชนได้ประโยชน์จริง ทั้งนี้เป้าหมายคือต้องติดตั้งให้เสร็จภายในเดือนก.ย. 2570
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

