บุคคลแนวหน้า : 31 ตุลาคม 2569 (คชสีห์)

nn แนวหน้า หนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง
...nn“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2569 นี้
...nn ทั้งนี้ ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ไทย-ภูฏาน ในโอกาสครบรอบ 37 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และเพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน
...nn วิป 3 ฝ่าย เคาะวันเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ตามมาตรา 151 เรียบร้อยแล้ว โดยได้ฤกษ์ห้ำหั่นกันระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคม 2569 และกำหนดวันลงมติในวันที่ 11 ธันวาคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลารวมทั้งหมด : 72 ชั่วโมง โดยฝ่ายค้านได้เวลา 51 ชั่วโมง, ครม./รัฐบาล 17 ชั่วโมง และประธานในที่ประชุม 4 ชั่วโมง
...nn อย่างไรก็ตาม แม้จะได้วันอภิปรายไม่ไว้วางใจเรียบร้อยแล้ว โดยศึกครั้งนี้ ฝ่ายค้านเล่นเหมายกเข่งตีเป็นลูกระนาด ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีปาเข้าไปครึ่งคณะถึง 18 คน แต่กระนั้นก็ยังไม่วายมีกระแสข่าวว่าก่อนหน้าที่จะถึงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ฝ่ายค้านอาจจะใช้สิทธิ์ขอยื่นอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 อีกหนึ่งยก เพื่อดัดหลังรัฐบาล ที่ฝ่ายค้านมองว่าเล่นเกมยื้ออภิปรายไม่ไว้วางใจมาตลอด จากที่คาดว่าจะได้อภิปรายกันเดือนตุลาคม ก็กลับถูกลากออกไปจนถึงเดือนธันวาคม
...nn ไม่ต้องตีความหรือแปลความอะไรให้เยิ่นเย้อ สรุปก็คือ ฝ่ายค้านคิดการใหญ่จะขออภิปราย 2 ครั้ง “หลอกด่า” รัฐบาลเล่นๆ ทั้งแบบลงมติ กับไม่ลงมติ
...nn “คชสีห์” ขออธิบายให้เห็นความแตกต่างของการอภิปราย ม.151 กับ 152 พอเป็นสังเขป โดยมาตรา 151 อภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ เป็นการอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ โดยมีเป้าหมายเพื่อลงมติ “ไว้วางใจ” หรือ “ไม่ไว้วางใจ และต้องใช้เสียงเข้าชื่อของ สส. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา ซึ่งหากเสียงไม่ไว้วางใจชนะ รัฐมนตรีผู้นั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง
...nn ส่วน มาตรา 152 อภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ เป็นการเปิดโอกาสให้ สส. ซักถามข้อเท็จจริง
หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติ ว่าจะไว้วางใจหรือไม่ ใช้สำหรับการซักฟอกหรือชี้แจงปัญหาเร่งด่วนเช่น ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชน
...nn “คชสีห์” ประเมินว่าโอกาสที่จะมีการอภิปราย 2 ครั้ง ในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยใกล้เคียงกันนั้นเป็นไปได้ยากมาก และไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่พรรคฝ่ายค้านซึ่งนำโดยพรรคประชาชน ก็ยอมรับว่ามีกระแสแนวคิดนี้อยู่จริงๆ โดยแนวคิดดังกล่าวคือ อาจจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน เพื่อปูทางและไม่ให้เกิดช่องว่างทางการเมืองก่อนจะถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติเป็นรายบุคคลตาม มาตรา 151 ที่กำหนดไว้ในช่วงวันที่ 7-11 ธันวาคม โดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ประธานวิปฝ่ายค้านอ้างว่ายังต้องมีการหารือร่วมกันในรายละเอียดของพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
...nn ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ โดย “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ระบุว่ามติเดิมของพรรคยังคงมุ่งเป้าไปที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 เป็นหลักเท่านั้น
...nn หันไปดูที่ความพร้อมและการเตรียมการของรัฐบาลโดย “นายกฯอนุทิน” ซึ่งวันนี้เดินทางไปถึงภูฏานเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่ารัฐบาลมีความพร้อมชี้แจงทุกประเด็น ไม่ว่าจะอภิปรายตามมาตราใด และมองว่าเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของฝ่ายค้านตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
...nnตบท้ายสุดสัปดาห์นี้กับประโยคเด็ดจาก “นายกฯอนุทิน” ซึ่งสอนมวย “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ถูก “ณัฐพงษ์” ออกมาค่อนขอดว่านายกฯไม่มีความพร้อมจึงต้องเลื่อนการอภิปรายไปในช่วงเดือนธันวาคม
...nn“คนไม่พร้อมคือใคร นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะ ของคนที่เป็นผู้นำฝ่ายค้าน มอบหมายให้คนไปเจรจาเรื่องเวลาและไม่ได้ติดตามหรือให้นโยบายว่า ควรจะมีผลลัพธ์ออกมาอย่างไร ไม่อย่างนั้น ขณะนี้เราคงได้นั่งฟังฝ่ายค้านอภิปรายในญัตติไม่ไว้วางใจ อย่าลืมว่าเมื่อฝ่ายค้านยื่นญัตติมา รัฐบาลก็บอกว่าพร้อมตั้งแต่วันที่ 27-29 ตุลาคม รัฐบาลก็ตอบสนองโดยฉับพลันทันที นอกจากนี้ จากการที่ไปหารือกันคนที่วอล์กเอาท์ก็คือฝ่ายค้าน
...nn ผู้นำฝ่ายค้านท่านก็เป็นอย่างนี้ทุกที ข้อมูลไม่ครบ พูดอะไรแต่ละเรื่องก็พูดเอาดีเข้าตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ก็เป็นนิสัยเขาอย่างนี้ เราก็ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่วุฒิภาวะต้องข่มจิตข่มใจ ไม่เอาความโกรธหรือความไม่พอใจส่วนตัวมาพูดในเรื่องของบ้านของเมือง เพราะผู้นำฝ่ายค้านเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก ถือว่าเป็นระดับเดียวกับผม ดังนั้นต้องมีวุฒิภาวะให้มากกว่านี้ ไม่ใช่เห็นไมโครโฟนแล้วอยากพูดอะไรก็พูด เพราะคนที่ฟังคือคนทั้งประเทศ ต่อให้เป็นฝ่ายค้านก็ต้องนำความสงบสุข และทำความเข้าใจ ในสิ่งที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ให้กับประชาชน”
คชสีห์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

