สามนิ้วอ่วมคุก อานนท์โดนอีก คดีหมิ่นเบื้องสูง รวมโทษถึง38ปี

ศาลอาญา สั่งจำคุก “อานนท์” กับพวก รวม 5 คน ในคดีหมิ่นเบื้องสูง คนละ 4 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ด้านทนายเผย ‘อานนท์’ ถูกศาลสั่งจำคุกหลายคดี รวมแล้ว 38 ปี
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ที่ อ.403/2567 ซึ่งอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้อง นายอานนท์ นำภา อาชีพทนายความ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม นายพริษฐ์ หรือเพนกวิ้น ชิวารักษ์ (หลบหนี) นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก (หลบหนี) น.ส.วรรณวลี หรือตี้ ธรรมสัตยา นายพงศธรณ์ หรือบอย ตันเจริญ นายพรหมศร หรือฟ้า วีระธรรมจารี และนายณวรรษ หรือแอมป์ เลี้ยงวัฒนา ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มเยาวชนปลดแอก ร่วมกับผู้ชุมนุมประมาณ 2,000 คน รวมตัวกันชุมนุมที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่แขวงและเขตจตุจักร กทม.เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) ลาออก และให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฯลฯ โดยแกนนำผู้ชุมนุม สลับกันขึ้นเวทีปราศรัย ขับไล่รัฐบาล ดูหมิ่นใส่ร้ายสถาบันฯ โดยพวกจำเลยให้การปฏิเสธ
วันเดียวกันนี้ ศาลเบิกตัวนายอานนท์ กับพวกจำเลย ที่ไม่ได้รับการประกันตัวจากเรือนจำฯ มาฟังคำพิพากษา ส่วนนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และกลุ่มผู้สนับสนุน เดินทางมาให้กำลังใจ
ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ล้วนเบิกความสอดคล้อง มีนำหนักน่าเชื่อถือ ไม่มีเหตุปรักปรำใส่ร้ายจำเลย ส่วนข้อต่อสู้ของพวกจำเลย ที่อ้างว่าเป็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญนั้น เป็นการกระทำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เป็นการให้ร้ายดูหมิ่นสถาบันฯ พยานหลักฐานจำเลยไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 4-7 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 และ 4-7 คนละ 4 ปี คำเบิกความพวกจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยทั้ง 5 ไว้คนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้เมื่อนัดตรวจพยานหลักฐาน ศาลอาญา ได้มีคำสั่งจำหน่ายข้อหาอื่นๆ ที่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรม ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ออกไป คงเหลือเพียงการพิจารณาในข้อหาดูหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ด้านนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความสิทธิมนุษยชน ทนายความจำเลยในคดีนี้ กล่าวภายหลังศาลมีคำพิพากษา ว่าคดีนี้อัยการฟ้องความผิดเรื่องมาตรา 112 กรณีเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันฯ โดยมีจำเลยบางคน ไม่ได้เดินทางมาศาล เช่น นายพริษฐ์ หรือเพนกวิ้น และนายภาณุพงศ์ หรือไมค์
นายกฤษฎางค์ กล่าวอีกว่า สำหรับนายอานนท์ ก่อนหน้านี้เคยถูกศาลพิพากษาจำคุกหลายคดี รวมคดีนี้ด้วย เป็นจำคุก 38 ปี ซึ่งเฉพาะนายอานนท์ ยังมีอีกหลายคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล ซึ่งส่วนมากจะเป็นมาตรา 112 เนื่องจากข้อหาอื่นที่มาจากการชุมนุม เราได้ยื่นเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุข เข้าไปด้วย ที่ศาลจำคุกก็เป็นความผิดเกี่ยวกับมาตรา 112 อย่างเดียว หลังจากศาลมีคำพิพากษาในวันเดียวกันนี้ ก็เตรียมยื่นประกันตัวจำเลยที่ไม่มีหมายขังคดีอื่น เพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

